Cover Interview – Tomorrow

“Not Today” เดบิวต์ซิงเกิ้ลจากวง “Tomorrow” ที่พร้อมจะมาเติมสีสันใหม่ๆให้กับวงการ T-POP เป็นเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ “ความฝัน” และส่งมอบ “พลังบวก” ให้กับทุกคนที่กำลังวิ่งตามหาความฝันท่ามกลางอุปสรรคมากมาย พวกเขาทั้ง 4 คน ป๊อปบิวเจมซีแบดดี้ ได้แวะมาพูดคุยกับ POSH MAGAZINE บอกเล่าถึงเส้นทางที่ท้าทาย กว่าจะได้มารวมตัวกันภายใต้สังกัด Seven Star Studio และแชร์เรื่องราวการฝึกซ้อมซิงเกิ้ลแรกในชีวิต

หนุ่มๆ “Tomorrow” แนะนำตัวกันหน่อย

ป๊อป: สวัสดีครับ ป๊อป-ทัตพลครับ เป็นลีดเดอร์และ main dancer ของวงครับ

บิว: สวัสดีครับ บิว-เจตวัฒน์ครับผม เป็น main vocalist ครับ

เจมส์ซี: สวัสดีครับ เจมซี-ชวัลวิทย์ครับ รับหน้าที่ main dancer ครับผม

แบดดี้: สวัสดีครับ ผมแบดดี้-ภูมิพัฒน์ครับ เป็นน้องเล็กของวง และเป็น main rapper ครับ

จากคนมีฝันสู่การเป็นสมาชิกบอยแบนด์

บิว: จริงๆ ผมเหมือนเป็นผู้รวบรวมสมาชิกของวง Tomorrow เลย โปรเจคนี้เกิดจากการที่พี่อุ้ม ผู้จัดการของวง ซึ่งรู้จักกับ พี่นก บริพันธ์ Ceo ของพวกเราในตอนนี้ ชวนพวกเรามารวมตัวกัน ผมกับเจมซี รู้จักพี่อุ้มมาก่อนหน้านี้ และพี่อุ้มก็ทำงานกับพี่นก ที่มีประสบการณ์ทำงาน Kpop มาเป็น 10 ปี พี่นกเป็นผู้นำเข้าศิลปินเกาหลีหลายๆวงเลยครับ และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวงการบันเทิงเป็นอย่างดีด้วย พอพี่อุ้มมาชวนว่ากำลังมีโปรเจควง T-POP ไปตีตลาดต่างประเทศ ผมก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าจะไม่ลุยเส้นทางนี้ต่อแล้วนะ เกือบยอมแพ้แล้ว เพราะทำมาหลายรอบแต่ก็ยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จซักทีครับ เชื่อว่าหลายๆคนที่เคยทำตามความฝันมาตลอดแต่ยังไม่ถึงเป้าหมาย ก็น่าจะเคยรู้สึกเหมือนผมเนอะ แต่รอบนี้ผมให้โอกาสตัวเองอีกครั้งครับ และเชื่อว่าครั้งนี้ฝันจะเป็นจริง

ป๊อป: ตอนเด็กๆ เวลาผมดูคอนเสิร์ตหรือรายการต่างๆที่มีศิลปินมาแสดง ผมจะชอบสังเกต reaction ของคนดู จะเห็นพวกเขายิ้ม ปรบมือ ร้องเพลงตาม ตอนนั้นผมรู้สึกว่า อาชีพนี้ดีจัง สร้างความสุขให้กับคนอื่นได้ผ่านความสามารถของตัวเอง ผมจึงเริ่มมีความคิดอยากเป็นศิลปินครับ เริ่มฝึกฝนตัวเองทั้งร้องและเต้น แต่บอกเลยว่า ผมเป็นคนที่วิ่งหาโอกาสให้ตัวเองล้วนๆเลย พูดง่ายๆคือ มีที่ไหนเปิดออดิชั่น ผมก็ไปลองหมด ทั้งค่ายในไทย แล้วก็ค่ายต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ซักทีครับ จนได้คุยกับบิว และรู้ว่ามีโปรเจคนี้ของพี่นก ตอนแรกก็ลังเลว่าหรือทางนี้จะไม่ใช่ทางของผมจริงๆ แต่ในใจก็ยังไม่อยากยอมแพ้ และผมเองก็เชื่อมั่นในทิศทางของโปรเจคนี้ด้วย จึงได้เข้ามาเป็นพี่ใหญ่ของวง Tomorrow ครับ พอเรามารวมกันเป็น Tomorrow พวกเราก็ได้ช่วยกันแชร์จุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละคน ทุกคนพร้อมจะเริ่มต้นใหม่กับเส้นทางใหม่ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

แบดดี้: ผมเป็นน้องเล็กของวง และประสบการณ์น้อยกว่าพี่ๆทุกคน ตอนที่ตัดสินใจเป็นสมาชิกของวง Tomorrow ตอนแรกผมก็กังวลอยู่เหมือนกันว่าเราจะเข้ากับพี่ๆได้มั้ย และการทำงานเป็นวงบอยแบนด์จะยากขนาดไหน แต่ผมว่าผมโชคดีนะ ที่เจอสมาชิกในวงที่มีเป้าหมายเหมือนกันเลย ถึงเราจะมาจากแบคกราวที่ต่างกัน ผ่านเส้นทางที่แตกต่างกัน แต่ความฝันเราเหมือนกัน คืออยากเป็นศิลปินที่สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องที่มีความฝันเหมือนพวกเราได้ ผมอยากให้มีแฟนๆเต้นเพลงของเรา มีความสุขกับโชว์ต่างๆที่เราเตรียมไป และสามารถสร้างพลังบวกให้กับทุกคนผ่านการเป็นบอยแบนด์ได้ครับ

เจมซี: ความฝันวัยเด็กของผมคืออยากเป็นหมอนะ ห่างไกลจากคำว่าบอยแบนด์มากๆ กิจกรรมยามว่างของผมคือการเต้น ผมรู้สึกว่าการเต้นมันคือศิลปะอย่างนึงที่ช่วยให้ผมผ่อนคลาย เป็น comfort zone ของผมในวัยเด็ก เลยเริ่มเปลี่ยนความคิดว่า น่าจะเอาความชอมาพัฒนาเป็นทักษะ ก็เลยเริ่มเข้าร่วมทีมเต้นครับ ผมไม่เคยเรียนเต้นจริงๆจังๆเลยนะ ฝึกเองล้วนๆเลย จนวันนึงผมรู้สึกว่าเราต้องไปไกลกว่านี้สิ เราต้องเปลี่ยนทักษะตรงนี้เป็นอาชีพให้ได้ แต่ผมร้องเพลงไม่เก่งเลย เมื่อก่อนคือเพี้ยนมาก แต่ในเมื่อผมมีฝัน ผมก็ต้องสู้ให้สุด เริ่มฝึกร้องเพลง พร้อมกับฝึกการเต้นอยู่ตลอด และเป้าหมายก็ชัดขึ้นเรื่อยๆว่าผมอยากเป็นศิลปินที่มอบความสุขให้ทุกคน ผมพยายามเดินในเส้นทางนี้มาตลอดนะ แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าสำเร็จซักทีครับ จนบิวชวนเข้าโปรเจคนี้ ผมก็เลยได้มาเป็นสมาชิกคนสุดท้ายวง Tomorrow และได้ทำตามฝันอีกครั้งครับ

ความหมายของ “วันพรุ่งนี้”

ป๊อป: สำหรับผม วันพรุ่งนี้ คือ “การเริ่มต้นใหม่” ครับ ซึ่งไม่มีคำว่าสิ้นสุดนะ เพราะทุกคนมีวันพรุ่งนี้เสมอ ถ้าวันนี้เรายังทำได้ไม่ดี ยังไม่ถึงเป้าหมาย เราก็เริ่มต้นใหม่ในวันพรุ่งนี้ได้ เรียนรู้จากวันนี้ และทำให้ดีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งก็เป็นความหมายของชื่อวงของเรานั่นเองครับ วันนี้เราไม่ยอมแพ้ พรุ่งนี้จะต้องเป็นวันของเรา

เจมซี: วันพรุ่งนี้ของผมคือ “ความหวัง” ครับ ถ้าสมมติว่าไม่มีวันพรุ่งนี้ ผมก็ไม่มีความหวังนะ แต่ผมคิดอยู่ตลอดว่า ผมยังมีวันพรุ่งนี้ให้ใช้ชีวิตอยู่เสมอ ถ้าไม่สมหวังวันนี้ ก็ลองใหม่ในวันพรุ่งนี้ มันทำให้ผมมีความหวัง ผมเลยมีแรงบันดาลใจและพลังที่จะทำสิ่งใหม่ๆเสมอ วง Tomorrow ก็เป็นอีกหนึ่งความหวังของผมแหละ และเป็นแรงผลักดันด้วย

บิว: สำหรับผม พรุ่งนี้คือ “โอกาส” ครับ เพราะในแต่ละวันเราจะเจอเรื่องราวที่แตกต่างกัน มีความคิดใหม่ๆ ความรู้สึกใหม่ๆให้ค้นหาอยู่ตลอด ผมเลยคิดว่าวันพรุ่งนี้คือโอกาสครับ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสที่เราวิ่งไปหาเอง หรือโอกาสที่แวะมาหาเรา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาเจอมั้ยในทุกๆวันพรุ่งนี้ของเรา เหมือนชื่อวงของเราที่บอกทุกคนว่า มีโอกาสใหม่ๆรออยู่เสมอ

แบดดี้: วันพรุ่งนี้คือ “ความท้าทาย” ครับ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันรุ่งขึ้น บางครั้งต่อให้เราแพลนไว้แล้ว ก็ไม่ได้เป็นไปตามแพลนเสมอไป มีการเปลี่ยนแปลงหรือสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอเลย ความท้าทายสำหรับผมเป็นเรื่องสนุกนะ มันทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆอยู่ตลอด อะไรที่คาดเดาไม่ได้มักจะน่าสนใจเสมอ เหมือนกับชื่อวงของพวกเราครับ 

เรื่องราวของ “Not Today”

ป๊อป: Not Today เพลงเดบิวต์ของ Tomorrow เป็นเพลงที่มีความแข็งแรงทั้งในเรื่องของบีทและเนื้อหาครับ โดยมีท่อนติดหูคือ ‘จำไว้เลยว่า Not Today’ ที่มาพร้อมกับท่าเต้นที่เต้นตามได้ไม่ยากป๊อปมองว่าเพลงนี้ถ่ายทอดความเป็นเราได้อย่างลงตัว ทั้งในเรื่องของจังหวะที่ทำให้เราได้โชว์ความพร้อมเพรียงของท่าเต้น โชว์ถึงความเป็นทีม ท่อนร้องที่ถูกดีไซน์ให้เข้ากับคาแรคเตอร์ของสมาชิกแต่ละคน รวมไปถึงความหมายของเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของพวกเราทั้ง 4 คนที่มุ่งมั่นทำตามความฝัน ต่อให้เราไม่ประสบความสำเร็จในวันนี้ เราก็จะสู้ต่อในวันพรุ่งนี้ครับ

เจมซี: เพลง Not Today เป็นเพลงที่ส่งต่อพลังบวกและให้กำลังใจทุกคนที่มีฝันครับ Keyword ของเพลงแน่นอนว่าคือคำว่า Not Today ซึ่งย้ำให้ทุกคนเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า วันนี้อาจจะยังไม่ใช่วันที่ดีที่สุดของเรา ฝันของเราอาจจะยังไม่เป็นจริง แต่พรุ่งนี้ยังรอให้เราค้นหาอยู่เสมอ พร้อมให้เราเติมเรื่องราวใหม่ เพิ่มสีสัน แรงบันดาลใจ และมีความสำเร็จรออยู่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องไม่ยอมแพ้ในวันนี้ครับ ส่วนตัวผมชอบเมโลดี้ของเพลงนี้มาก ฟังรอบแรกก็ชอบเลยครับ ซ้อมหนักเพื่อความสมบูรณ์แบบ

แบดดี้: ตอนที่ได้ฟังเพลงครั้งแรก แล้วก็เห็นท่าเต้น ผมบอกตัวเองเลยว่า นี่ไง ความท้าทายที่ผมรอคอย มาในรูปแบบของเพลงเดบิวต์ ท่อนของผมเป็นท่อนที่ต้องเอาเสน่ห์ของตัวเองออกมาให้ได้ ซึ่งผมใช้เวลาฝึกนานมากกว่าจะออกมาเป็น vibe แบบใน official audio ครับ พี่นกเองก็ช่วยพวกเราได้เยอะมากๆในเรื่องของการออกเสียงและสื่ออารมณ์ พวกเราซ้อมเต้นกันทุกวัน ตั้งแต่เช้ายันดึก ซ้อมต่อเนื่องมาหลายเดือน ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุกครับ ผมต่อสู้กับความง่วงจากการตื่นเช้าอยู่หลายเดือนเลยแหละ ถ้าอยากเห็นว่าเราซ้อมหนักกันขนาดนี้ ท่าเต้นจะเป๊ะขนาดไหน รอติดตาม music video เพลง Not Today ได้เลยนะครับ เร็วๆนี้ปล่อยออกมาให้ชมกันแน่นอน

บิว: พวกเราซ้อมกันทุกวัน เจอกันทุกวันครับในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เจอกัน เราก็จะช่วยกันแก้ไขข้อบกพร่องของแต่ละคน ให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด บางทีคิดว่าวันนี้ดีแล้วนะ แต่วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นอีกครับ จนออกมาเป็นเพลง Not Today นี่แหละ

ฝากถึงแฟนๆ “Tomorrow”

ป๊อป: ฝากติดตามซิงเกิ้ลแรกของพวกเราที่มีชื่อว่า Not Today ด้วยนะครับ พวกเราทั้ง 4 คน ตั้งใจและทุ่มเทอย่างมากกับเพลงนี้ อยากให้เป็นเพลงเดบิวต์ที่ทำให้หลายๆคนอยากรู้จักวง Tomorrow มากขึ้น และหวังว่าทุกคนจะได้รับพลังบวกที่พวกเรามอบให้ผ่านเพลงนี้ด้วยนะครับ

แบดดี้: ฝากติดตามพวกเราทั้ง 4 คน รวมไปถึงเพลง Not Today ด้วยนะครับ ก่อนจะปล่อย music video ให้ได้ชมกัน เราก็จะมีกิจกรรมสนุกๆให้แฟนๆติดตามกันตลอด พวกเราเองก็จะแวะไปทักทายแฟนๆในด้อม open chat บ่อยๆด้วยครับ

เจมส์ซี: ฝากติดตามซิงเกิ้ลแรกของพวกเรา รวมไปถึงโปรเจคต่อๆไปของ Tomorrow ด้วยนะครับผม หวังว่าทุกคนจะชอบเพลง Not Today นะครับ ใครที่ชอบเต้นเหมือนผม ลองเดาท่าเต้นกันดูได้เลยว่าจะออกมาเป็นแบบไหนครับ

บิว: ฝากติดตามพวกเราทั้ง 4 คนด้วยนะครับ สำหรับใครที่อยากรู้จักพวกเรามากขึ้น สามารถติดตามพวกเราได้ทาง instagram, facebook, และ tiktok tomorrow.official.team นะครับผม เร็วๆนี้พวกเราจะเปิด X ไว้พูดคุยกับแฟนๆเพิ่มอีก 1 ช่องทางด้วยครับ


Photographer : Termsit Siriphanich

Photo Assistants, Nol Kerdsup @gur_kerdsup , Peerakran Numnoke @_pnphoto_

Makeup : Pawinee Thairaksa @jaydai_jay

Hair :Tanapon Sae-tang @pom_hairstylista

Editor in Chief : Austin Thein