‘ตรี (@treporapat) แจม (@jam.rachata) เน๋ง (@nengnn) พ้อยท์ (@pointcholawit) ‘ กับเรื่องเล่าการทำงานเท่าที่เล่าได้ใน ‘ฆาตกรรมจำไม่ได้ The Tipsy Mystery’
ซีรีส์คอมเมดี้ที่เต็มไปด้วยความกรึ่มและวุ่นวายอย่าง ‘ฆาตกรรมจำไม่ได้ The Tipsy Mystery’ 4 หนุ่มหล่อพลังล้นอย่าง ตรี ภรภัทร, แจม รชตะ, เน๋ง ศรัณย์ และ พ้อยท์ ชลวิทย์ พร้อมใจกันเผยเรื่องเล่าหลังกล้องแบบ “เท่าที่เล่าได้” ที่ทั้งขำและลุ้น งานนี้พวกเขาจะพาเราไปสัมผัสทั้งบรรยากาศการทำงานสุดมันส์ และเคมีที่เกิดขึ้นจริงระหว่างการถ่ายทำฉากปาร์ตี้สุดอลหม่านที่เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุฆาตกรรมปริศนา

เพราะเบื้องหลังความฮาของซีรีส์ที่เล่าเรื่อง “ผีเมากับคนกรึ่ม” ไม่ได้มีแค่ความวุ่นวายบนจอเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเหตุการณ์ชวนจำที่เกิดขึ้นในกองถ่ายแบบที่คนดูไม่มีวันเห็นในตอนออกอากาศ POSH MAGAZINE THAILAND เลยขอพาไปฟังทั้ง 4 หนุ่มเล่าเรื่องราวเหล่านั้นแบบใกล้ชิด พร้อมเปิดมุมมองต่อคาแรกเตอร์ที่รับผิดชอบ และเคมีการทำงานร่วมกัน ที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ซีรีส์คอมเมดี้ แต่เป็นงานแสดงที่พวกเขาต่างก็เก็บไว้เป็นความทรงจำพิเศษ
จุดที่รู้สึกว่าน่าสนใจที่สุดใน ‘ฆาตกรรมจำไม่ได้ The Tipsy Mystery’ ของแต่ละคน
ตรี: เป็นซีรีส์คอมเมดี้เรื่องแรกของช่องวัน31 ที่สำคัญเป็นคอมเมดี้แบบจริงจังของแท้ครั้งแรกของช่อง และเป็นอีกหนึ่งรสชาติที่สนุกและแตกต่างของ oneD ORIGINAL ด้วย บอกเลยว่า สมใจผมมาก เพราะอยากลองเล่นแนวนี้มานานแล้ว แถมโปรเจกต์นี้มันเกิดขึ้นแบบฉุกละหุกสุดๆ และอ่านบทแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก จนคิดว่า “ช่างมัน กระโจนเข้าไปเลย” เหมือนเจอแพชชั่นใหม่ที่อยากลอง พอรู้ว่าเป็นซีรีส์คอมเมดี้ ผมก็ไม่คิดอะไรเยอะแล้ว แค่อยากเล่นให้เต็มที่ เพราะเชื่อว่า คนยังไม่เคยเห็นมุมสนุกๆ แบบนี้จากผมมาก่อนแน่นอน
แจม: สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือบท เพราะทั้งผู้ชมและตัวละครจะได้เดินทางไขปริศนาไปพร้อมกัน และจะมีการเฉลยแบบย้อนหลังไปทีละนิด เพราะไม่มีใครจำอะไรได้เลย แต่ภาพในหัวมันจะค่อยๆ กลับมา เหมือนไล่ตามความจริงไปทีละฉาก

เน๋ง: ผมเห็นด้วยคล้ายๆ แจม แต่จะเสริมว่า เรื่องนี้มันเซอร์ไพรส์ตรงที่ผู้ชมจะรู้พอๆ กับตัวละครเลย เพราะตัวละครรู้น้อยมาก ขนาดที่ว่าเต็มร้อย ผมให้ศูนย์เลย คือมันจะตื่นมาแล้วภาพตัด ดังนั้น ตัวละครก็จะค่อยๆ คลายปมไปพร้อมกับผู้ชม ซึ่งผู้ชมก็จะคิดว่า “อ๋อ มันก็เพิ่งรู้เรื่องเหมือนกันกับเราแหละ” (หัวเราะ)
พ้อยท์: แต่ผมว่าความเป็นเพื่อนคือแข็งแรงมาก แทบจะเรียกได้ว่า เป็นแก่นหลักของเรื่องเลย เพราะเป็นกลุ่มเพื่อนที่ต้องเจอกับสถานการณ์ต่างๆ แล้วก็มีวิธีจัดการกับเหตุการณ์ในแบบของตัวเอง ซึ่งมันน่าสนใจตรงที่เพื่อนแต่ละคนต่างก็มีคาแร็คเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ยังคงผูกพันกันอยู่
สิ่งที่รับมือได้ยากในการเป็นคาแร็คเตอร์ของตัวเอง เพราะโทนมีความเป็นกลุ่มแก๊งน่าจะดูง่าย
ตรี: ถ้าตอบตามตรงคือ ตัว ‘ปีย์’ ไม่ยากและไม่ห่างตัวเลย ผมว่าเป็นตัวละครที่ใช้ตัวตนของผมราว 10 เปอร์เซ็นต์ และใช้ประสบการณ์รอบข้างตัวเองอีก 90 เปอร์เซ็นต์ ก็เอามาผสมกลมกล่อมให้เป็นคอมเมดี้ แต่ที่ไม่ชินเลยคือ จังหวะคอมเมดี้ที่ต้องเป๊ะและสดใหม่ตลอดเวลา เทคแรกขำยังไง เทคห้าเราต้องขำได้อีก รวมถึงต้องทำให้ไม่เฉาและสนุกเวลาอยู่ด้วยกัน
เน๋ง: บท ‘เต้อ’ ไม่ได้รู้สึกกดดันมาก แต่สำหรับผม มันใหม่ตรงที่เป็นคอมเมดี้ แล้วต้องเล่นให้สดทุกเทค หาจังหวะของตัวเองให้เจอ แถมยังต้องซิงก์กับเพื่อนๆ ตลอดเวลา เพราะอารมณ์ในเรื่องมันเปลี่ยนเร็วมาก ทำให้ต้องปรับการเล่นตามสถานการณ์อยู่เรื่อย ๆ ก็เลยมองว่า บทนี้เป็นโอกาสที่ดีและดีใจจะได้ลองแนวที่อยากเล่นสักที

พ้อยท์: ที่จริงผมก็เป็นสายล้นเหมือนกันกับ ‘จ๊อก’ นะ กลุ่มนี้ไม่มีใครปกติเลย (หัวเราะ) เรียกว่าเป็นแก๊งที่เละที่สุด ทุกตัวจะชุลมุนกันหมด แต่สิ่งที่ยากคือ พลังของจ๊อกมันเยอะมาก (ลากเสียง) จ๊อกเป็นคนที่คิดอะไรพูดอย่างนั้น เป็นคนที่พูดก่อนคิด มึงมาพาโวยตลอดเวลา แล้วก็อยู่ในโหมดต้องปล่อยพลังตลอด แต่เป็นพลังแบบเละๆ เทะๆ ฉะนั้นสิ่งที่หนักใจคือการรักษาพลังตรงนั้นให้ถึง
แจม: ‘หมวดแดน’ น่าจะหลุดจากวงกลุ่มแก๊งมากที่สุด แต่ส่วนตัวผมไม่รู้สึกว่ายากนะ รู้สึกว่าสนุกและท้าทายมากกว่าตรงที่เราต้องเล่นกับตัวละครอื่นที่มาในโทนต่างกัน อย่างฝั่งผมต้องจริงจัง เป็นตำรวจ แต่บางฉากฝั่งอื่นเล่นเหมือนจังหวะซิตคอมเลย มันต้องใช้สมาธิสูงมากในการคุมอารมณ์ให้ยังอยู่ในบทของเรา
บรรยากาศกองถ่ายและเคมีการทำงานกับเพื่อนนักแสดงในเรื่องนี้
ตรี: บรรยากาศการทำงานมีความสุขมาก ไม่มีความเครียดเลย ทุกคนสนุกกันสุดๆ และตั้งใจกันมากจริงๆ อย่างพี่เจ๋ง บิ๊กแอส ก็ยังตั้งใจอ่านและซ้อมบทเต็มที่ แม้อิงฟ้าจะงานเยอะแค่ไหน ก็ยังใส่สุด ส่วนแพรวาก็เป็นเพื่อนใหม่ที่เข้ากับแก๊งเราได้ดีมาก เหมือนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเลย เฮฮากันตลอด ซึ่งเราสนิทกันนอกฉาก และพอเข้าฉากกันเมื่อไหร่ ก็ยิ่งเล่นกันได้มันสุดๆ มีการด้นสดหน้างานเยอะมาก ถึงแม้จะเหนื่อยเรื่องเวลาที่จำกัด แต่โดยรวมคือทุกคนเต็มที่และใส่สุดจริงๆ
แจม: ดีมากเลย เป็นกองที่สนุกมาก ผู้กำกับ ทีมงาน ทุกคนอารมณ์ดี บรรยากาศผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดเลย นักแสดงก็รุ่นราวคราวเดียวกันหลายคน ทำให้สนิทกันเร็ว อย่างอิงฟ้า แพรวา พี่เน๋ง พี่พ้อยท์ พี่เจ๋ง ก็ทำงานด้วยกันสนุกมาก โดยเฉพาะอิงฟ้ากับพี่เจ๋งที่ผมต้องเข้าฉากด้วยบ่อยๆ คือเก่งทั้งคู่เลย อิงฟ้าเล่นบทนี้ได้หลายมิติ ต้องเป็นเหมือนหลายตัวตนในร่างเดียว เปลี่ยนโทนได้เร็วมาก แถมยังมีเสน่ห์เฉพาะตัว ส่วนพี่เจ๋งมีลุคที่ดูนิ่งและสุขุม แต่จริงๆ เป็นคนอบอุ่น เป็นสายออกกำลังกายด้วย แล้วก็ชอบแนะนำสิ่งต่างๆ ให้ในกอง ทำให้บรรยากาศการทำงานเป็นกันเองแบบสุดๆ
เน๋ง: พอเป็นคอมเมดี้ที่ไม่ได้ตึงกับบทมาก ผมคือปล่อยใจจอยๆ เลย ผู้กำกับก็ให้เล่นในแบบที่ตัวละครพาไป กองก็เลยเต็มไปด้วยเอนเนอร์จี้ที่ทุกคนพร้อมจะสนุกไปด้วยกัน บรรยากาศเลยสบายๆ เป็นกันเอง ถึงจะมีเรื่องสภาพอากาศมาท้าทายบ้าง แต่ทุกคนก็ช่วยกันเต็มที่ ทำให้การทำงานราบรื่นและสนุกทุกครั้งที่ได้เข้ากองเลย
พ้อยท์: สนุกมาก ไม่มีอะไรเครียดเลย อย่างพี่ตรีก็เป็นสายบิลด์สุดๆ ถึงกองปุ๊บก็เฮ สนุก ตลก และตบมุกกันตลอด เวลาเล่นก็คลิกกันเร็วมากทั้งในฉากและนอกฉาก ทีมงานก็ขำกันหมด ทุกคนสนุกกันจริงๆ โดยเฉพาะ ‘อาไท’ ที่เป็นสายมุกสด เทคแรกมุกนึง เทคสองอีกมุกนึง เทคสามเปลี่ยนอีก เล่นแรกๆ ผมตามไม่ทัน ต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อย แต่เขาฉลาดมาก คือเล่นกับเขาแล้ว เราต้องเกาะให้ทันทุกจังหวะ ซึ่งมันก็ท้าทายและสนุกไปพร้อมกัน
1 สิ่งที่แต่ละคนจะจำไม่มีวันลืมจากการทำงานใน “ฆาตกรรมจำไม่ได้ The Tipsy Mystery”
ตรี: เสียงหัวเราะ ไม่ว่าบางวันจะมีความเครียดแค่ไหน แต่มันก็ยังมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กันตลอดเลย
แจม: พี่ตุ๋ย (พฤกษ์ เอมะรุจิ) ผู้กำกับเลย ผมชอบผลงานพี่เขามาก เพราะพี่เขาไม่ได้แค่กำกับ แต่เขียนบทเองด้วย ฮาแบบมีเนื้อหา และเปิดรับสิ่งที่นักแสดงเสนอมากๆ เราเสนออะไรไปเขาไม่ปิดกั้นและบอกว่า “ลองเลย” ถ้าไม่โอเค ก็จะแนะนำวิธีที่เหมาะให้ ทำให้การทำงานอบอุ่นและมีพื้นที่ให้เราได้เติบโตต่อไป
เน๋ง: ตัวละครผมเลย ‘เต้อ’ คือไม่ลืมแน่นอน แต่อยากให้คนดูลืมมากกว่า (หัวเราะ) เพราะถ้าย้อนกลับมาดู ผู้ชมคงคิดว่า “หมอเน๋ง ทำอะไรลงไปเนี่ย” แต่มันก็เป็นการฉีกกรอบที่ผมไม่เคยทำมาก่อน และผู้ชมก็อาจคาดไม่ถึงเหมือนกันว่า ผมทำลงไปได้ไง
พ้อยท์: สำหรับผมคือ ‘มิตรภาพ’ ถึงจะเป็นแค่ 8 ตอนในเวลาที่สั้นมาก แต่ก็รู้สึกสนิทกับทุกคนเหมือนรู้จักกันมานาน รวมถึงเจอหลายคนที่ไม่เคยได้ร่วมงานด้วย แต่กับเรื่องนี้ได้กินข้าวเช้าและเย็นด้วยกัน เหมือนเป็นเพื่อนกันจริงๆ ทั้งแจม ตรี เน๋ง อาไท ทุกคนสนิทกันง่ายและเร็วมาก สิ่งนี้เลยเป็นภาพที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย

ความลับถ้ารู้ก่อนก็ไม่สนุกน่ะสิ เลยให้พวกเขาทั้ง 4 คนเล่าเท่าที่เล่าได้ แล้วให้ผู้ชมไปพิสูจน์เรื่องราวและค้นหาความลับด้วยตัวเองได้ในซีรีส์ ‘ฆาตกรรมจำไม่ได้ The Tipsy Mystery’ ทุกวันพุธ–พฤหัสบดี เวลา 20:30 น. 8 ตอนเท่านั้น ห้ามพลาด! ดูสดทางทีวีช่องวัน 31 และ ออนไลน์บนแอปพลิเคชัน oneD ที่เดียว พร้อมเวอร์ชัน UNCUT ฟรี!
TMI This or That ‘ตรี–แจม–เน๋ง–พ้อยท์‘
1. ต้องถ่ายรูปเก็บไว้ทุกวันถึงจำได้ หรือ ต้องจดบันทึกเหตุการณ์ถึงจำได้
ตรี: ต้องถ่ายรูปเก็บไว้ทุกวันถึงจำได้ เพราะผมเป็นคนมีจินตนาการตั้งแต่เด็ก อยู่โรงเรียนประจำก็ชอบวาดภาพ คือมักมีภาพในหัวอยู่เสมอ หรืออย่างการทำงานในบางครั้ง ผมอาจไม่ต้องดูบทซ้ำ เพราะมันเห็นภาพในหัวชัดเจน
2. จำชื่ออีเมลแรกในชีวิตได้ หรือ จำเงินก้อนแรกที่เก็บได้
แจม: จำเงินก้อนแรกที่เก็บได้ คือซื้อกีตาร์ตัวแรกในชีวิต โดยเก็บเงินวันละ 5-10 บาท ตั้งแต่ ม.1 ใช้เวลา 1 ปี ถึงจะครบ 2,000 บาท แล้วก็ไปซื้อกีตาร์กับพ่อตอน ม.2 ซึ่งยังจำได้เลยว่า ผมเก็บเงินในกระปุกโดเรม่อนกระบอกยาวๆ แบบแน่นมาก
3. จำเนื้อเพลงบนโลกได้ทั้งหมด หรือจำท่าเต้นบนโลกได้ทั้งหมด
เน๋ง: จำเนื้อเพลงบนโลกได้ทั้งหมด เพราะถึงจะเต้นได้ แต่ผมเต้นเหมือนกายภาพบำบัดตัวเองเลย (หัวเราะ) จนทุกคนมองว่า “นี่เน๋งกำลังทำอะไรอยู่?” ซึ่งจำเนื้อเพลงได้มันเท่ดีนะ บางทีคนอื่นจำได้แค่ท่อนเดียว แต่เราจำได้ทั้งเพลง มันลึกกว่า
4. จำรายละเอียดทุกอย่างในชีวิต หรือ ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน 6 วินาที
พ้อยท์: จำรายละเอียดในชีวิตทุกอย่าง เพราะชีวิตมีเรื่องดีๆ เยอะมากที่เราอยากเก็บไว้ในความทรงจำ และบางช่วงเวลาที่รู้สึกเหงาหรือคิดถึงใครสักคน เราก็ย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นได้เสมอ และสำหรับบางเหตุการณ์ที่รู้สึกหนักหนากับชีวิต ผมอาจเลือกจำในแบบภาพรวม ไม่ได้โฟกัสรายละเอียด เพื่อให้เราได้เติบโตและเรียนรู้จากมัน
Editor in Chief: Austin Thein
Interview: Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz

