“จาฤกรติชา” กับการแสดงที่อยากจารึกและฝากไว้ในใจผู้ชมของ “เกรท–อิน”
เพราะทุกซีนคือความละเมียดละไม และทุกบทรักคือความตั้งใจ

ในเช้าวันที่แสงแดดอ่อนๆ พาดผ่านหน้าต่างกระจกของสตูดิโอหนึ่งกลางกรุงเทพฯ ทีมงานค่อยๆ เซตไฟและกล้องสำหรับแฟชั่น POSH MAGAZINE THAILAND นัดพบกับ “ เกรท–สพล อัศวมั่นคง (@grtsp) ” และ “ อิน–สาริน รณเกียรติ (@inpitar) ” นักแสดงนำจากซีรีส์พีเรียดฟอร์มยักษ์เรื่องแรกของ GMMTV “จาฤกรติชา” ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดูแล้วละมุนหัวใจ” เป็นที่สุด
บรรยากาศระหว่างบทสนทนาในวันนั้น แม้จะเป็นช่วงพักจากกองถ่ายที่ยุ่งเหยิง แต่สองนักแสดงกลับมาในโหมดสบายๆ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และเรื่องเล่าที่ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไม “จาฤกรติชา” ถึงกลายเป็นผลงานที่ทั้ง “เกรท–อิน” อยากจารึกไว้ในเส้นทางการแสดงของพวกเขา

ซีรีส์ย้อนยุคและการย้อนถึงความรู้สึกแรก
“ผมไม่เคยเล่นละครย้อนยุคเลย นี่คือเรื่องแรก” เกรทเริ่มต้นเล่าอย่างจริงใจพลางหัวเราะไปด้วยกับสิ่งที่คนทั่วไปมักจะชอบคิดว่า เขาเคยเล่นพีเรียด เพราะหน้าของเขาที่ดูไทยมาก แต่สำหรับบทบาท “ธีรธรณ์” คือซีรีส์ย้อนยุคเรื่องแรกที่มาพร้อมกับความท้าทายโดยเขาเอ่ยถึงความรู้สึกตอนอ่านบทว่า
“ทุกคำพูดมันแสดงออกว่า คนนี้รักคุณรติมากจริงๆ จนผมแอบคิดในใจว่า ‘นี่จีบกันขนาดนี้เลยเหรอ!’” เขาหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อมา “แต่ผมก็ชอบนะ มันจริงใจดี เขาเป็นคนที่ถ้ารู้สึกอะไร ก็ไม่ลังเลที่จะพูดออกไป”
ในขณะที่อิน ซึ่งเคยผ่านละครย้อนยุคมาแล้วหลายเรื่อง กลับบอกว่า ‘จาฤกรติชา’ มีความพิเศษบางอย่างที่ไม่เหมือนกับเรื่องไหนเลย เพราะมันคือที่สุดของงานพีเรียดโรแมนติกเต็มรูปแบบในความรู้สึกของเขา
“ทุกองค์ประกอบมันสวยหมดเลย ฉาก เสื้อผ้า หน้าผม ทุกอย่างมันพาเราเข้าไปอยู่ในโลกของเขาจริงๆ” พร้อมเล่าเสริมด้วยความตื่นเต้นว่า “ผมว่าแฟนๆ จะเห็นความละเมียดละไมของเรื่องนี้แบบเต็มตาแน่นอน”

เมื่อ “นิ่งต้องคลั่งรัก” และ “ฝรั่งเศสต้องเป๊ะ”
ถ้าให้เลือกคำที่แทนตัวละครของทั้งสองคนได้ดีที่สุด เกรทบอกว่า “ก็คงเป็นนิ่งแต่คลั่งรัก” สำหรับธีรธรณ์ และอินบอกว่า “ขี้งอนแต่อ่อนโยน” สำหรับรติ ซึ่งทั้งสองคนยอมรับว่า นี่ไม่ใช่บทที่เข้าถึงง่ายเลย
เกรทเล่าถึงความยากของการแสดงในบทบาท ‘ธีรธรณ์’ ว่า “เรื่องนี้ต้องเป๊ะกับภาษามาก มีคำโบราณ คำในสมัยก่อนเยอะมาก ซึ่งต้องพูดด้วยความสุภาพ เพื่อคงตำแหน่งที่ตัวละครเป็น บางทีผมก็ถาม AI นะ หรือไม่ก็พี่แจ๊บ (เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล) ที่เล่นเป็นพ่อผม พี่เขาแม่นมาก” เขาเล่าพลางอมยิ้ม เมื่อย้อนนึกถึงตอนเล่นบทที่ท้าทายแต่สนุก

ส่วนอินกับบท ‘รติ’ ผู้ซึ่งต้องแบกรับภาษาฝรั่งเศสไว้บนบ่าทั้งสองข้าง ถึงกับถอนหายใจยาว “ไม่ใช่แค่พูดฝรั่งเศส แต่ต้องพูดด้วยสำเนียงเป๊ะ แถมบางฉากต้องร้องไห้ไปด้วย มันยากมากจริงๆ แต่เราก็พยายามมากๆ จนสุดท้ายก็ทำมันได้” อินเล่าด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้งสองคนต่างพูดถึงฉากประทับใจที่เป็นที่สุดของตัวเอง โดยเกรทเลือก ‘ฉากดราม่า’ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ธีรธรณ์คุยกับรติ หรือฉากที่ต้องเผชิญหน้ากับสเด็จย่า ซึ่งเผยให้เห็นถึงอีกด้านของผู้ชายที่ดูสุขุม แต่เต็มไปด้วยอารมณ์อ่อนไหว แม้ภายนอกจะดูแข็งแกร่ง แต่พอยามได้ปลดปล่อย ก็ไม่อาจมีใครต้านทานได้

ส่วนอินบอกว่า ‘ฉากในน้ำ’ ที่ต้องเกี้ยวพาราสีกันคือทัชใจที่สุดแล้ว เพราะทั้งคู่ต้องถ่ายทำอย่างยากลำบาก แต่ความลำบากนั้นกลับสวยงามเกินคำบรรยาย จนอินถึงขั้นบอกว่า “มันคือฉากแม่หยัว” อินเล่าพลางหัวเราะเบาๆ ด้วยแววตาเป็นประกาย “เพราะตอนถ่ายคือทั้งหนาวทั้งลื่น แถมยังมีจินตลีลาในน้ำแบบสโลว์โมชันอีก ซึ่งใจหนึ่งก็อยากได้ภาพสวยนะ แต่อีกใจก็อยากร้องว่า ‘เอาเทคนี้ให้ผ่านทีเถอะครับ!’”
จากการแสดงสู่การเปิดใจ
“ผมว่า…เขากล้าพูดความรู้สึกของตัวเองมากกว่าผมนะ” เกรทเอ่ยอย่างเงียบๆ เมื่อเราถามถึงสิ่งที่ต่างที่สุดระหว่างตัวเขากับ ‘ธีรธรณ์’ โดยเขาบอกว่า บทบาทนี้ช่วยเปิดมุมใหม่ในการแสดงให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความนุ่มนวลของตัวละคร การพูดอย่างสุภาพ แต่ลึกซึ้งด้วยความหมาย รวมถึงความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยพลังของธีรธรณ์ ทำให้เขาได้ฝึกสิ่งที่ไม่เคยลองมาก่อน และอยากให้ผู้ชมได้สัมผัสสิ่งนั้นพร้อมกล่าวปิดท้าย “นี่คืออีกมุมทางการแสดงที่ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นผมครับ”
สำหรับอิน การรับบท ‘รติ’ ก็เปลี่ยนตัวเองบางอย่างเช่นกัน ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการแสดงหรือภาษา แต่เป็นมุมมองที่ละเอียดอ่อนขึ้นในเรื่องของความรัก “เรื่องนี้พูดถึงความรักที่ต้องต่อสู้กับค่านิยมของสังคม ซึ่งผมว่า เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปในทางที่ดีมากแล้ว แต่ในยุคนั้น ความรักรูปแบบนี้อาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากๆ ซึ่งทั้งธีรธรณ์และรติเองก็กำลังจะก้าวข้ามเรื่องดังกล่าว แม้มันจะดูเปราะบางและละเอียดอ่อนในยุคนั้น แต่ผมว่ามันคือความกล้าหาญที่สวยงามมากๆ”

ฝากไว้ในใจเธอ เพราะนี่คือ “จาฤกรติชา” ของเรา
เมื่อบทสนทนาดำเนินมาถึงช่วงท้ายเราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำถามง่ายๆที่กลายเป็นจุดตั้งต้นของการทบทวนตัวเองอย่างน่ารักว่าในชีวิตจริงมีอะไรที่คุณเจ้าระเบียบแบบธีรธรณ์ไหมจนคนอื่นแซวเกรทหัวเราะเบาๆพลางส่ายหน้าก่อนพูดว่า
“ผมไม่เจ้าระเบียบเลย จริงๆ ค่อนข้างเซอร์ด้วยซ้ำ แต่ถ้าย้อนกลับไปช่วงเข้าวงการใหม่ๆ ผมเป็นเด็กเนิร์ดมาก อ่านบทแบบเป๊ะทุกตัวละครเลยนะ ไม่ใช่แค่ของตัวเอง จนครูสอนการแสดงยังแซวว่า ไปถามบทพี่เกรทสิ” เขายิ้มน้อยๆ แล้วพูดต่อว่า “แต่ช่วงหลังๆ เริ่มพยายามลดลงแล้ว เพราะมันตึงเกินไป บางทีมันทำให้เล่นออกมาไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร”
อินนั่งฟังอย่างตั้งใจก่อนจะถูกดึงเข้ามาในวงสนทนาอีกครั้งด้วยคำถามที่เปลี่ยนบรรยากาศให้เบาขึ้นแต่ไม่ทิ้งความละเมียดทางอารมณ์ว่าถ้ารติมีเพลย์ลิลต์เพลง “แอบรักธีรธรณ์” เพลงแรกที่อินจะนึกถึงคือเพลงอะไรอินยิ้มกว้างขึ้นทันทีแบบไม่ต้องคิดนาน

“เพลง ‘ดั่งวาดฝันเสมอมา’ ของ ‘เจมีไนน์–โฟร์ท’ เพลงนี้คือรติชัดๆ เลย เป็นความรู้สึกวาดฝันไว้ว่า อยากอยู่ด้วยกัน แล้วต้องทำให้มันเกิดขึ้นจริงให้ได้ เพลงนี้เลยเหมือนเป็นตัวแทนของความรู้สึกนั้น”
ทิ้งท้ายกับหนึ่งคำถามที่ทำให้ทั้งสองคนหยุดคิดเล็กน้อย ว่าถ้าได้ถามตัวละครของตัวเองคนละ 1 คำถาม จะถามว่าอะไร และเมื่ออยู่กับตัวละครมานาน ถ้าตัวละครจะต้องตอบสิ่งนี้ จะตอบว่าอะไร
เกรทยิ้มแล้วพูดว่า “ผมอยากถาม ‘ธีรธรณ์’ ว่า “ทำยังไงถึงกล้าพูดความรู้สึกได้ขนาดนั้น” และเกรทคิดว่าสิ่งที่ธีรธรณ์จะตอบกลับมาคือ “ก็ถ้าไม่พูดตอนนี้ แล้วเมื่อไหร่จะได้พูด” น้ำเสียงของเกรทสื่อถึงความเคารพตัวละครของเขาอย่างชัดเจน

อินเองก็มีคำถามที่เฉียบไม่แพ้กัน “ผมอยากถามรติว่า ทำไมถึงเลือกอยู่ไทย ทั้งๆ ที่กลับฝรั่งเศสได้” และสิ่งที่รติน่าจะตอบในความคิดของอินคือ “เพราะอยู่ตรงนี้มีประโยชน์มากกว่า ซึ่งผมได้ไตร่ตรองและตัดสินใจเลือกแล้ว”
ทั้งสองคำตอบต่างสะท้อนคาแร็คเตอร์ที่พวกเขาอุทิศหัวใจและความสามารถทั้งหมดลงไปอย่างเต็มที่นี่คือเรื่องราวของสองนักแสดงที่ใช้หัวใจพาเราเดินทางย้อนกลับไปยังโลกที่ละมุนละไมโลกที่ทุกคำพูดมีความหมายและทุกอย่างที่ได้สร้างสรรค์ออกมาคือการจารึกความรักไว้ในใจของผู้ชม

และนี่คือ “จาฤกรติชา” เรื่องที่ทั้ง “เกรท–อิน” อยากฝากไว้ให้หัวใจของทุกคน ติดตามความรักของพวกเขาได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังเวลา 21:30 น. ทาง Netflix
Never Have I Ever Challenge (เกรท)
เคยเที่ยวโดยไม่วางแผนล่วงหน้า: ถ้าแพลน มักไม่ได้ไป
เคยลืมบทขณะถ่าย “จาฤกรติชา”: ช่วงนั้นนอนน้อย และพูดยาวเป็นหน้า
ไม่เคยนอนดูซีรีส์ตัวเองแล้วหลับคาจอ
เคยดูรีวิวของแล้วกดสั่งแบบไม่คิด: หน้ามืดตามัว ซื้อสาหร่ายทอด
เคยอิจฉาหุ่นคนอื่น: ชอบดูหุ่นผู้ชาย
เคยใส่เสื้อกลับด้าน: ก็รู้ตัวตอนกลับบ้าน เพราะออกไปคนเดียว
เคยเสี่ยงโชค: เลขท้าย 2 ตัว 30 ใบ
เคยร้องเพลงหน้ากระจก: ทุกเพลงที่ชอบ!!

Never Have I Ever Challenge (อิน)
ไม่เคยฝันถึงตัวละครที่ตัวเองเล่น:
เคยด้นสดขณะถ่าย “จาฤกรติชา”: เพิ่มมุกในตัวละคร
เคยเสิร์จชื่อคู่ตัวเองในโซเชียล: ไม่ค่อยบ่อย
เคยถูกทักว่าเป็นศิลปินท่านอื่น: BUS / ศิลปินเกาหลี
ไม่เคยเลือกชุดออกจากบ้านนาน 1 ชั่วโมง:
เคยยอมเปลี่ยนลุคเพราะอยากลองสิ่งใหม่
ไม่เคยแก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เคยกินเค้กหมดปอนด์ในวันเดียว: ร้านตัวเอง
Photographer : @gur_kerdsup
Clothes : @bonobrandthailand @feelyouth.store
Makeup : @phitchanon_makeup
Hair : @auddy_paiboon
Editor in Chief : Austin Thein
Interview : Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz
#POSHxGREATINN
#MEMOIROFRATI

