Cover Interview – Me and Who

การแสดงและการพูดคุยแบบโลกคู่ขนาน กับปีแห่งการค้นพบตัวตนของ บิ๊กปาร์คเจ๋งแพน

แม้ซีรีส์วายกลิ่นอายน่ารักอย่าง โปตัวปลอม Me and Who” จะเดินทางมาถึงบทสรุปแล้ว แต่เส้นทางชีวิตของนักแสดงทั้ง 4 คนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น จากผลงานที่น่าจับตาเรื่องนี้ ได้พา บิ๊กธนกร, ปาร์คอนันตเดช, เจ๋งโชติพัฒน์ และ แพนภูมินทร์ ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการทบทวนตัวเองและการเติบโตในฐานะนักแสดง

POSH MAGAZINE THAILAND จึงชวนทั้ง 4 หนุ่มมาร่วมพูดคุยผ่านเกมรูปแบบพิเศษอย่าง ไพ่โลกคู่ขนาน ซึ่งเป็นการเลือกคำถามระหว่างไพ่สองใบในแต่ละรอบ ทั้งหมดนี้ไม่ได้คิดขึ้นมาเพื่อความสนุก แต่มันคือเกมที่พาเราเข้าไปสำรวจตัวตน ความคิด และความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ทั้งเรื่องการแสดง ความสัมพันธ์ในฐานะพาร์ทเนอร์ทางการแสดง ไปจนถึงชีวิตในมุมลึกๆ บทสนทนาครั้งนี้จึงอบอุ่น จริงใจ และเต็มไปด้วยพลังบวก ในแบบที่ไม่มีใครเคยสัมผัสมุมนี้ของทั้ง 4 คนมาก่อนอย่างแน่นอน

ไพ่ใบที่ 1: เดือนใดในปีนี้ที่คุณรู้สึกเหนื่อยและหนักที่สุด

บิ๊ก: เดือนพฤศจิกายนครับ เป็นเดือนที่ตารางแน่นเกือบทุกวัน มีกิจกรรมเยอะมาก ทั้งออกงานและการถ่ายแบบ แต่เป็นความเหนื่อยที่สนุกนะ เพราะได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง และได้เจอผู้คนหลากหลายที่สุดตั้งแต่เคยผ่านมาในชีวิตของผมเลย

ปาร์ค: ย้อนกลับไปที่ช่วงเดือนเมษายนครับ ช่วงถ่ายซีรีส์ที่ร่างกายเริ่มมีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะภาวะไทรอยด์ที่ส่งผลให้เหนื่อยง่าย ภูมิคุ้มกันตก และกระทบกับสภาพจิตใจ จนดิ่งไปพักหนึ่ง แต่ก็ยังโชคดีที่มีพี่บิ๊กคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ ทำให้ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้

เจ๋ง: เดือนพฤศจิกายนเลยครับ เป็นช่วงที่ไม่คิดว่าจะต้องรับมือพร้อมกัน ทั้งการสอบมหาวิทยาลัย การถ่ายซีรีส์ถึงสามเรื่องติดกันตั้งแต่ต้นเดือน และยังต้องเดินสายไปพร้อมๆ กัน แม้ผมจะรู้สึกว่า หนักหน่วงมาก แต่ก็เป็นช่วงที่รู้สึกว่าชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องราวมากที่สุดเช่นกัน

แพน: ปลายเดือนกันยายนครับ แม้จะไม่ใช่ความเหนื่อยจากงานโดยตรง แต่เป็นความหนักทางความรู้สึก ก่อนซีรีส์จะออกอากาศในกลางเดือนตุลาคม ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวัง ความเครียด และความกลัวต่อสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ทำให้ผมค่อนข้างกดดันประมาณหนึ่ง เพราะไม่แน่ใจว่า ผลลัพธ์จะออกมาตรงกับที่ทุกคนหวังไว้หรือเปล่า

ไพ่ใบที่ 2: การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นกับคุณในปีนี้คืออะไร

เจ๋ง: ซีรีส์ โปตัวปลอม นี่แหละ ที่ทำให้ผมกล้าเป็นตัวเองมากที่สุด ต้องขอบคุณทีมงานเบื้องหลัง โปรดิวเซอร์ และเพื่อนนักแสดงทุกคน ที่สำคัญที่สุดคือ พี่แพน ที่คอยขับรถไปส่งผมเสมอ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้พูดคุยและเปิดใจกันมากขึ้น

แพน: การทำงานกับน้องเจ๋งจริงจังครับ ซึ่งซีรีส์ โปตัวปลอม ไม่ใช่ว่าไม่เปลี่ยนชีวิตนะ แต่พอได้มาทำงานกับน้องเจ๋งแล้ว รู้สึกว่าเราคลายความกดดันได้เยอะมากๆ ผมยังจำคำพูดน้องได้เลยว่า “พี่ไม่ต้องเครียด ถ้าเกิดพี่ไม่ดีพอ เขาไม่เลือกพี่หรอก เขาเลือกพี่ เพราะว่าพี่เป็นพี่” คำพูดนี้ทำให้ความกดดันผมหายไปในพริบตา และเป็นการเปลี่ยนแปลงความคิดในการทำงานของผมครั้งใหญ่เลย

บิ๊ก: การเล่นโซเชียลมีเดียของผมครับ (ยิ้ม) ยอมรับว่า ผมเล่นไม่เก่งเลย แต่ปีนี้เปลี่ยนแปลงด้วยการตั้งใจเล่นมันมากที่สุด ซึ่งโชคดีที่ผมมีปาร์คคอยช่วยนำทางด้วย ทำให้รู้สึกว่าเล่นเป็นขึ้นเยอะ แล้วก็ใช้มันเยอะขึ้นมากๆ เลย

ปาร์ค: ปีนี้ผมน้ำหนักลงไปเยอะมาก แตะช่วง 40 กิโลกรัมเลย เพราะปัญหาสุขภาพนี่แหละ ลงไปเหลือ 48 กิโลกรัม จากปกติ 57 กิโลกรัม ตอนนั้นเหมือนคนไม่มีไขมันเลย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต เพราะเจอมรสุมร่างกายที่ส่งผลถึงจิตใจพร้อมกัน แต่ก็ผ่านมาได้ เพราะพี่บิ๊กคอยช่วยนี่แหละ

ไพ่ใบที่ 3: ความสำเร็จที่คุณภูมิใจที่สุด แต่คนอื่นอาจไม่รู้ว่า ยากแค่ไหนคืออะไร

ปาร์ค: การได้เล่นซีรีส์ 2 เรื่องติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็น Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม และล่าสุดอย่าง โปตัวปลอม Me and Who ผมรู้สึกเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยกับวงการซีรีส์ที่การแข่งขันสูงมาก การที่ได้เล่น 2 เรื่องติดกันและเป็น 2 เรื่องที่ Vibe ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และร่วมใน Production ที่ลงทุนมากทั้งคู่ เป็นเรื่องที่ภูมิใจมากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

บิ๊ก: ของบิ๊กคล้ายกันกับปาร์คครับ คือได้มาเล่นเป็นนักแสดงนำทั้ง 2 เรื่อง แต่เรื่องที่คนอื่นอาจไม่รู้และเป็นความภูมิใจเล็กๆคือเรื่อง การปั้นหุ่น’ ที่ทั้งชีวิตที่เข้ายิมมา 4-5 ปี ไม่เคยหุ่นดีขนาดนี้มาก่อน (หัวเราะ) เป็นโมเมนต์ที่ผมภูมิใจกับตัวเองมากๆ ว่า นี่คือร่างทองของเรา ซึ่งต้องแลกมาด้วยวินัย การเข้ายิม การกินอาหารคลีน ที่ยากลำบากแบบสุดๆ

แพน: สำหรับผมคือซีรีส์ โปตัวปลอม ณ ตอนนี้เลย เพราะมันผ่านการเดินทางมาเกินปี และผมพยายามอย่างถึงที่สุด ได้พบเจอเพื่อนร่วมงานอย่าง พี่บิ๊ก ปาร์ค และเจ๋ง รวมถึงทีมงานเบื้องหลัง ที่ทำให้เราเชื่อว่า วงการนี้มีคนพร้อมซัพพอร์ตเราเสมอ และดีใจที่มีผลงานให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นว่า เราทำมันสำเร็จแล้วอย่างที่เราตั้งใจไว้

เจ๋ง: ผมพูดรวมๆ แล้วกัน คือผมดีใจที่ได้ทำผลงานทุกชิ้นออกมาอย่างเต็มที่ แต่ถ้าเป็นเรื่องชีวิตของผม ผมว่าผมภูมิใจกับการได้เป็นตัวเองในวงการมากขึ้น เพราะพื้นฐานผมเป็นเด็กร่าเริง แต่ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมไม่กล้าเป็นตัวเองแบบเต็มร้อยเลย กลัวว่าต้องเรียบร้อย พูดน้อย สุขุม แต่วันนี้ภูมิใจที่เราได้เป็นตัวเองบวกกับได้สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนจากตัวตนของตัวเองในวันนี้

ไพ่ใบที่ 4: สิ่งที่คุณใช้เงินแล้วรู้สึกคุ้มค่าที่สุดในปีนี้

เจ๋ง: ตอบตรงๆ คือ เติมเกม ครับ ปกติไม่รู้จะใช้เงินกับอะไร นอกจากของกินและการเติมเกมนี่แหละ เพราะมันทำให้เราฮีลใจ เพิ่มพลังเพื่อมาทำงานต่อ และมอบพลังบวกให้คนอื่นๆ ครับ

แพน: ในปีนี้ผมว่าเป็น กล้อง เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ที่ซื้อเพราะติดมาจากปาร์ค ซึ่งกล้องมีความคล้ายกันอยู่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผมเห็นรูปปาร์คถ่ายแล้วสวยมาก ผมเลยลองบ้าง นี่ซื้อมาไม่ถึงสองเดือน ได้ถ่ายน้องเจ๋งไปแล้ว คือเปิดประเดินกล้องคนแรกเลย (หัวเราะ)

บิ๊ก: ปีนี้ผมเน้นไปที่ การลงทุน เยอะมาก (หัวเราะ) รู้สึกว่าคุ้มสุดแล้วกับการลงทุนกับอนาคตของตัวเองครับ

ปาร์ค: ปีนี้ซื้อ เสื้อผ้าใหม่ เยอะมาก เมื่อก่อนเคยรู้สึกว่า ทำไมต้องซื้อเสื้อตัวหลักพัน แต่ปีนี้ความคิดเปลี่ยนไป ตอนนี้ชอบแบรนด์ Hoffman ที่ดู Formal แต่ Casual ขึ้นมาหน่อย เป็นเสื้อผ้าที่มีคุณภาพและที่ใส่ได้นาน เลยเสียเงินไปกับตรงนี้เยอะ และที่สำคัญ ปีนี้ยังเปลี่ยนความคิดจากที่เคยใส่ Oversize กลายมาโชว์รูปร่างมากขึ้นด้วย เพราะอยากรู้ผลตอบรับจากแฟนๆ ซึ่งออกมาดีมากเลย

ไพ่ใบที่ 5: คำแนะนำที่คนอื่นให้ แล้วรู้สึกว่า มันเปลี่ยนชีวิตคุณมากที่สุด

แพน: ผมได้มาจากคุณอา ตอนที่ทำงานโรงแรม เขาบอกว่า “ถ้าเกิดในชีวิตหรือใจเรา มีอะไรที่อยากทำในชีวิต ก็เลือกทำสิ่งนั้นเลย แม้จะล้มเหลวเพราะทำ ก็ยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ” เพราะอาเขามีปมที่เลือกความมั่นคงมากกว่าทำตามความฝัน คำพูดนี้เลยทำให้ผมตัดสินใจเข้ามาสู่งานการแสดงครับ

เจ๋ง: คล้ายพี่แพนคือ มีคนเคยบอกว่า “ตัดสินใจอะไรแล้ว มีโอกาสอะไรแล้วก็คว้ามันไว้ อย่ามาเสียดายทีหลัง” แต่อีกคำพูดที่ดีมาก ซึ่งได้มาจากเพื่อนที่เชื่อเรื่องกฎแรงดึงดูด เขาบอกว่า “พลังงานของเราจะหมดลงได้ ก็ต่อเมื่อเราออกไปทำงาน ก็ใช้ให้เต็มที่เลย ปลดปล่อยพลังบวกให้เต็มที่ เราจะหยุดได้ ก็ต่อเมื่อเรากลับเข้าบ้านเท่านั้น” ทำให้ผมเป็นคนที่แยกแยะการทำงานกับชีวิตส่วนตัวอย่างชัดเจน

บิ๊ก: มีคนเคยพูดกับผมว่า “เลือกทำวันนี้เลย อย่ารอโอกาส อย่ารอพร้อม ให้ทำเลย” เพราะเราไม่มีทางพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ดี ไม่อย่างนั้น มันจะไม่ได้ทำ พอได้ยินคนพูดแบบนี้หลายๆ ครั้ง มันทำให้ผมตกตะกอนว่า จริงนะ พอมองย้อนกลับไป เราพลาดไปหลายโอกาสจริงๆ จากสิ่งที่คิดว่าจะทำ แล้วไม่ได้ทำ

ปาร์ค: เพื่อนเคยว่า “เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้มัน เรื่องบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องรู้” คำพูดนี้มาจากตอนที่ผมหาคำตอบให้กับบางเหตุการณ์หรือเหตุผลของการกระทำไม่ได้สักที แต่สุดท้ายแล้วเหมือนเพื่อนมาเคาะสติว่า เราอย่าไปคิดแทนเขา เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า คนที่เขาเจอสถานการณ์ตรงนั้น เขาคิดอะไรอยู่

ไพ่ใบที่ 6: ประโยคสั้นๆ จากใครสักคนไหมที่คุณจำได้ไม่ลืม และไปแตะบางอย่างในใจคุณเป็นพิเศษ

บิ๊ก: ประโยคนี้ครับ เขาเห็นความตั้งใจในตัวเรานะผมไม่ค่อยมีคนมาบอกว่า เขาเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่เราทำอะไรขนาดนั้น พอมีคนมาบอกสิ่งนี้ มันเลยแตะใจของผมมากๆ ว่า นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการ แค่ต้องการให้ใครสักคนเห็นสิ่งที่เราทำ และความพยายามที่เราทุ่มเทลงไป

ปาร์ค: พี่บิ๊กเคยบอกผมว่า เก่งแล้ว พอแล้ว ทำได้แล้ว

เจ๋ง: ตอนที่ผมเคยลงสมัครเป็นประธานนักเรียนมัธยมแล้วแพ้ มีน้องคนหนึ่งทักมาบอกว่า พี่เจ๋ง โตไปอยากเป็นพี่เจ๋งนะ ผมตื้นตันใจมาก รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำ อย่างน้อยก็มีคนมองเห็น จับสิ่งที่เราทำได้ และชื่นชอบในสิ่งที่เราทำจริงๆ

แพน: อย่ามีอะไรค้างคา ผมว่าเป็นประโยคที่กินใจผมมากที่สุด ซึ่งผมเองก็พยายามทำให้ทุกอย่างไม่ติดค้าง ไม่ค้างคา และเคลียร์ชัดขึ้นเรื่อยๆ ครับ

บทสนทนาจาก เกมไพ่โลกคู่ขนาน ครั้งนี้ ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่า บิ๊กปาร์คเจ๋งแพน กล้าที่จะเผยตัวตนของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ทั้งในมุมของการทำงาน ความคิด ความรู้สึก และบทบาทของ “พาร์ทเนอร์ทางการแสดง” ที่คอยเติมเต็มและสนับสนุนกันในเส้นทางนี้

ปีแห่งการเติบโตที่ผ่านมา อาจเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็หล่อหลอมให้ทั้ง 4 คนเข้าใจตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะเป็นตัวเองอย่างแท้จริง ขอให้ปีถัดไปเป็นปีที่ใจดีกับพวกเขามากยิ่งขึ้น และติดตามผลงานซีรีส์น้ำดีที่พวกเขาทุ่มเทกับ โปตัวปลอม Me and Who” ย้อนหลังครบทั้ง 10 ตอน ได้ทางแอปพลิเคชัน WeTV เท่านั้น


Stylist/Clothes: @pitnapatofficials

Makeup: @m3lodiimakeup @madgatormakeup @benchaisgatorgirl

Hair: @palmprin.hair @paapo.tae

Editor in Chief: Austin Thein

Interview: Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz