“ที่สุดในปีนี้ของเพิร์ล–พีค” บทสนทนาที่เปิดตัวตนของ “เพิร์ล–พีค” แบบลึกที่สุดในรอบปี
อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะปีใหม่แล้ว แต่สำหรับปีนี้ของ “เพิร์ล–ศัจกร ฉลาด (@pearlpooo) ” และ “พีค–ภีมพล พาณิชย์ธํารง (@peakpeemapol) ” อาจเป็นปีที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป นับตั้งแต่ละคร สลักรักในแสงจันทร์ ออกอากาศ และกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ใครหลายคนพูดถึง ทั้งสองกลายเป็นคู่หูนักแสดงที่มีพลังดึงดูดให้ผู้ชมหยุดอยู่ที่หน้าจอ ทั้งเคมีตัวละคร เสน่ห์ในงานแสดง ไปจนถึงความจริงใจที่ส่งผ่านในชีวิตจริง แฟนคลับใหม่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดจนทั้งคู่ยอมรับตรงกันว่า “ไม่เคยคิดว่าจะมีคนรักเราขนาดนี้”

แน่นอนว่า POSH MAGAZINE THAILAND เอง ก็ไม่พลาดที่จะชวนทั้งสองหนุ่มมานั่งคุยแบบใกล้ๆ ในรูปแบบ “เกมฉลากคำถามที่สุดแห่งปี” ที่ตัวบทสนทนาของเราปล่อยให้คำถามนำทางจากดวงชะตาที่พวกเขาจับขึ้นมา ทั้งเรื่องงาน ชีวิต ความทรงจำ และสิ่งที่คาดไม่ถึงในปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์จึงเป็นการเปิดเผยตัวตนอย่างตรงไปตรงมาของสองนักแสดง ที่นึกอะไรได้ ก็พูดออกมาตามนั้น และได้ออกมาเป็นบทสัมภาษณ์ที่ทั้งขำ อบอุ่น มีความจริงใจสูงมาก จนเรามองว่า นี่อาจเป็นการเจาะใจคนทั้งคู่ที่ลึกที่สุดในรอบปีก็ได้…
ฉลากที่ 1: ยิ้มให้กับเรื่องนี้มากที่สุดในปีนี้
เพิร์ล: น่าจะเป็นเรื่องตลกที่ผุดขึ้นมาในหัว บางทีมันอาจไม่ตลกสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผม มันโดนเส้นจนอดยิ้มไม่ได้ แม้จะไม่ได้พูดออกไปก็ตาม ซึ่งธรรมชาติหรือตัวตนของผมเป็นคนแบบนี้นะ (หัวเราะ) อยู่เฉยๆ ก็คิดอะไรตลกๆ ขึ้นมาบ่อยๆ ซึ่งจุดนี้มันเลยเปลี่ยนวันธรรมดาๆ ของผมให้สนุกขึ้นได้เหมือนกัน

พีค: วันที่ตื่นมาแล้วเป็นวันหยุดครับ (หัวเราะ) เพราะเราทำงานหนักมาตลอด พอมีวันที่ได้พักจริงๆ อยู่บ้านทั้งวัน ไม่ต้องรีบไปไหน ผมจะรู้สึกว่า ตัวเองได้ชาร์จแบตตัวเองเต็มที่ และได้มีความสุขง่ายๆ แบบนั้นเลย
ฉลากที่ 2: คนที่คุณอยากขอบคุณที่สุดในปีนี้
เพิร์ล: ผมอยากขอบคุณพี่ๆ แฟนคลับทุกคนจริงๆ ครับ ปีนี้แฟนคลับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ผมคาดไว้เยอะเลย รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณมากๆ ที่คอยสนับสนุนเราทุกงาน ส่งพลังบวกให้เรา และช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดียเพราะต้องยอมรับว่าตอนนี้มีนักแสดงหรือศิลปินเยอะมากแต่พวกเขายังมาให้กำลังใจเราทำให้รู้สึกว่าทุกสิ่งที่เราทำมีคนเห็นมีคนพร้อมสนับสนุนอยู่ข้างๆซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคาดหวังมาก่อนแต่ได้รับแล้วมันทำให้ผมดีใจและรู้สึกว่ามันมีค่ามากจริงๆ
พีค: มี 2 คนครับ คนแรกคือ ‘ครอบครัว’ เขาเป็นความสบายใจให้ผมมาตลอด และคอยสนับสนุนทุกอย่างที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นงานไหน ถ้ามาได้เขาก็จะมาดู มานั่งให้กำลังใจอยู่ตรงนั้นเสมอ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ สำหรับผม ผมเองก็อยากให้เขามาเหมือนกัน เพราะมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ และทำให้รู้ว่ามีคนที่อยู่ข้างเราตลอดจริงๆ
คนที่ 2 คือ ‘แฟนคลับ’ ซึ่งไม่ได้คิดเหมือนกันว่า จะเพิ่มเยอะขนาดนี้ ทุกวันนี้แฟนๆ หลายคนเป็นคนใหม่ที่เพิ่งมารู้จักพวกเรา อย่างผมมีทั้งพี่ๆ แฟนคลับที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรก และคนที่เพิ่งเข้ามา เพราะผมได้มาแสดงร่วมกันกับเพิร์ล ทำให้มันรู้สึกเหมือนเป็นการเริ่มต้นที่สดชื่น ได้เจอคนใหม่ ความรู้สึกใหม่ แล้วได้ทำความรู้จักคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ เลยกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผมในปีนี้ แถมแฟนคลับของเรายังเป็นระเบียบมากๆ อีกด้วย อย่างในงานรวมพลล่าสุด นั่งกันเป็นระเบียบสุดๆ จนผมยังแอบงงว่า นี่ใช่แฟนคลับของเราหรือเปล่า เพราะนั่งกันเรียบร้อยมากๆ รออะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ (หัวเราะ) แต่มันเป็นภาพที่น่ารักมากเลย

ฉลากที่ 3: ทุ่มเวลากับเรื่องนี้มากที่สุดในปีนี้
พีค: คงเป็นละครเรื่อง ‘สลักรักในแสงจันทร์’ ตั้งแต่ต้นปี เพราะเราให้เวลากับทุกขั้นตอนกับละครเรื่องนี้เลย ทั้งการเวิร์คช็อป การทำการบ้านกับตัวละคร การเตรียมการแสดง จนถึงช่วงถ่ายทำ ผมใส่เต็มที่สุดจริงๆ จนไม่ได้มีเวลาทำอย่างอื่นเลย เพราะอยากให้พลังกับเรื่องนี้แบบเต็มที่จริงๆ หลังจากนั้นก็ยังอยู่กับงานชิ้นนี้ในการโปรโมทและอื่นๆ เลยคิดว่า ให้เวลากับมันมากที่สุดในปีนี้ ซึ่งก้าวต่อไปของ ‘สลักรักในแสงจันทร์’ สำหรับผมคือ การที่ผมกับเพิร์ลได้มีโอกาสทำงานร่วมกันหลังจากนี้ เช่น โชว์ต่างๆ บทบาทใหม่ที่แฟนๆ อาจไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงแฟนมีตติ้งที่เราเตรียมงาน 2 ที่ในต่างประเทศ นั่นคือ ‘มาเก๊า’ และ ‘หนานหนิง’
เพิร์ล: ผมเหมือนกันครับ ปีนี้ให้เวลากับเรื่องงานมากที่สุด ส่วนเรื่องตีเทนนิสเลยลดลงเยอะ เพราะงานมีทุกวัน และในวันที่มีงานก็จะไม่ได้ไปสอนเลย ตอนนี้เลยอยู่กับ ‘สลักรักในแสงจันทร์’ มาตลอดปีกว่า ตั้งแต่ช่วงถ่ายทำจนถึงตอนนี้ ก็ยังอยู่กับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผมรู้สึกว่า การได้ทำงานร่วมกับพีคและได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ ทำให้เราได้เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน และมีโอกาสได้ต่อยอดทำอะไรใหม่ๆ ให้กับแฟนๆ ได้เห็นในอนาคตอีกแน่นอน
ฉลากที่ 4: ลำบากที่สุดในปีนี้
พีค: สำหรับผมคงเป็นการถ่ายละคร ‘สลักรักในแสงจันทร์’ ซึ่งมันเป็นความลำบากที่ดีนะ เพราะเราได้ท้าทายตัวเองและทำอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง และละครเรื่องนี้ ถือเป็นหนึ่งในงานที่เหนื่อยที่สุดตั้งแต่อยู่ในวงการมา ทั้งการถ่ายทอดความดราม่า ร้องไห้แทบจะทุกฉากเลย การใช้อารมณ์ และความรู้สึกที่เจ็บปวด เราต้องประคองสิ่งเหล่านี้ไปในหลายฉากติดต่อกันจนจบเรื่อง ยอมรับเลยว่ามันเหนื่อยมาก แต่เป็นความเหนื่อยที่แลกมาด้วยความคุ้มค่าที่งดงามจริงๆ

เพิร์ล: ส่วนผมเหมือนกันกับพีค เรื่องถ่ายละคร ‘สลักรักในแสงจันทร์’ เพราะนอกจากต้องแสดงแล้ว ผมยังต้องเรียนและเล่นไวโอลินด้วย ซึ่งมันค่อนข้างท้าทายทุกครั้งที่ต้องเล่นจริง ผมอยากให้ผู้ชมเห็นว่า ตัวละคร ‘ศศิน’ เล่นไวโอลินได้จริง ไม่ได้เป็นแค่การแสดง รวมถึงพี่ปุ๊ย (ผอูน จันทรศิริ) ก็อยากให้ ‘ศศิน’ เก่งไวโอลินจริงๆ เหมือนกัน ผมเลยต้องพยายามฝึกซ้อมเล่นไวโอลินทุกวัน มองเห็นทุกอย่างเป็นโน้ตดนตรี ต้องเล่นก่อนนอนให้คล่องมือ และบอกกับตัวเองว่า ‘ศศิน’ คือเซียนไวโอลิน แม้มันจะดูเป็นความลำบาก แต่นี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจอยากจะทำมันให้ได้จริงๆ เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของตัวเอง
ฉลากที่ 5: ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ในปีนี้ อยากทำสิ่งนี้ที่สุด
เพิร์ล: ผมอยากใช้โอกาสนั้นศึกษาเรื่องการลงทุน เพื่อให้สิ่งที่มีอยู่สามารถต่อยอดได้มากขึ้น แต่ถ้าเป็นเรื่องละคร ‘สลักรักในแสงจันทร์’ ผมอยากย้อนกลับไปฉากที่ผมสารภาพรัก ตอนนั้นทั้งผมและพีคต้องเจออุปสรรคหลายอย่าง ต้องถ่ายหลายเทค และตัวผมแห้งเร็วมาก จนต้องให้ทีมงานฉีดน้ำช่วยให้ตัวเปียกใหม่ ผมรู้สึกว่า ถ้ามองจากมุมปัจจุบัน มันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ตอนนั้น มันเป็นสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดแล้วในสายตาของผม
พีค: ของผมเหมือนกันกับเพิร์ลเลยคือ อยากกลับไปถ่ายละครฉากสารภาพใหม่อีกครั้ง อย่างผมเจอแดดที่แรงมากและลมที่พัดแทบจะตลอดเวลาตรงชายหาด ทำให้ผมลืมตาไม่ค่อยขึ้น ซึ่งก็เป็นอุปสรรคใหญ่เหมือนกัน แต่ตอนถ่ายทำ อารมณ์ก็ต้องมา สายตาก็ต้องสื่อสารให้ได้ มันเลยมีความลักลั่นนิดๆ ด้วยร่างกายที่ไม่พร้อม แต่การแสดงก็ต้องไปต่อ เลยอยากกลับไปเล่นฉากนี้อีกครั้ง ถ้าได้ก็จะลองนำเสนอการแสดงอีกมุม เพื่อดูว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน
ฉลากที่ 6: เซอร์ไพรส์ที่สุดในปีนี้
เพิร์ล: คงเป็นการตอบรับของแฟนคลับ ที่เห็นพวกเขาพูดถึงเราบนโซเชียลมีเดียเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X บางคนขยันมาก ขุดรูปเก่าๆ ของเรามาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วเอามาพูดถึงอีกครั้ง ทำให้ผมรู้สึกเซอร์ไพรซ์ขึ้นไปอีกว่า ไปหามาได้ยังไง ซึ่งผมชอบนะ และที่จำได้เลยคือ มีคนเอาช่วงเวลาของเรามาเปรียบเทียบกัน บอกว่าทำไมพีคยังเหมือนเดิม แต่ฝั่งผมเหมือนผ่านเรื่องราวมาเยอะเลย (หัวเราะ)
พีค: ส่วนของผม คือเซอร์ไพรส์ตอนวัน Final Episode ละคร ‘สลักรักในแสงจันทร์’ ซึ่งพี่ๆ แฟนคลับปรากฏตัวพร้อมกันเยอะมาก ทำให้ผมตกใจว่า “เฮ้ย ทุกคนมาจากไหนกัน” แต่มันก็เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่า ทุกคนเห็นละครของเราและรู้จักเราจริงๆ ซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์ที่ดีมาก เหมือนการเติมไฟให้ผมรู้ว่า สิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอดมีคนเห็นจริงๆ เพราะผมรู้สึกว่าละครจะดีแค่ไหน ถ้าไม่มีผู้ชมมันก็เท่านั้น และการที่ผู้ชมเห็นหรือชื่นชมสิ่งที่เรารักอย่าง ‘การแสดง’ มันมีค่าสำหรับผมมากๆ

ฉลากที่ 7: เสียเงินกับเรื่องนี้มากที่สุดในปีนี้
เพิร์ล: ผมหมดไปกับการกินและการเที่ยว เพราะผมมองว่า เป็นการพักผ่อนรูปแบบหนึ่งที่ได้ใช้ชีวิตและสร้างความทรงจำดีๆ ไปพร้อมกัน บางทีเพื่อนชวนก็ไปเลี้ยงกัน (หัวเราะ) เพราะผมอยู่ง่าย กินได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเจอของอร่อยจริงๆ ผมก็เต็มใจจ่าย หรืออย่างการเที่ยว ก็มีทั้งไปต่างจังหวัดหรือไปปาร์ตี้บ้าง เพื่อเติมพลังและสีสันให้กับชีวิตของตัวเอง
พีค: หมดไปกับเรื่องกินเหมือนเพิร์ลเลย (หัวเราะ) จนต้องทำรายจ่ายแยกเป็นหมวดหมู่เดือนต่อเดือน บางทีต้องเพลาๆ ลงว่า อย่าจ่ายแพงในบางมื้อ เพราะผมชอบไปลองร้านอาหารใหม่ๆ ชอบไปหาร้านอร่อยๆ กิน บางทีก็อาจต้องคุมงบตรงนี้บ้าง ไม่งั้นอาจเผลอตัวเผลอใจเปย์ไปโดยไม่รู้ตัว (ยิ้ม)
ฉลากที่ 8: หนังหรือซีรีส์ที่ชอบที่สุดในปีนี้ (ห้ามตอบ ‘สลักรักในแสงจันทร์’)
เพิร์ล: ของผมคือ ‘Materialists’ เป็นเรื่องราวง่ายๆ ไม่ได้มีปมขัดแย้งอะไรใหญ่โต แต่บทพูดและความคิดของตัวละคร ทำให้เรารู้สึกว่าโตขึ้นมาก บทพูดบางประโยค ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนมาก ผมตั้งใจดูเรื่องนี้แบบจริงจัง และใจก่อนดูเรื่องนี้ ส่วนตัวผมแอบอยู่ทีมคริส อีแวนส์ นะ แต่ดูไปดูมา ก็แพ้ให้กับการแสดงของทั้ง ‘คริส อีแวนส์’ และ ‘เปโดร ปาสคาล’ เลย

พีค: ส่วนผมคือ ‘One Battle After Another’ เพราะนักแสดงคนโปรดของผมคือ ‘ลีโอนาร์โด้ ดิคาปริโอ้’ แสดงในหนังด้วย เรื่องนี้จะออกแนวตลกร้าย (Dark Comedy) หน่อยๆ เป็นเรื่องราวกลุ่มปฏิวัติที่ต้องช่วยลูกสาวและเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง โดยมีวิธีการเล่าเรื่องที่เจ๋งมาก จนผมรู้สึกว่า เป็นหนึ่งในหนังที่ชอบที่สุดของลีโอนาร์โด้ในปีนี้เลย
ปีนี้เป็นปีแห่งการเติบโตและค้นพบ ‘เพิร์ล–พีค’ ในตัวตนที่เป็นตัวเองแบบสุดๆ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นจังหวะสำคัญที่ผลักดันให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ โดยเฉพาะบทพิสูจน์จากละคร ‘สลักรักในแสงจันทร์’ ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นพาร์ทเนอร์ทางการแสดงที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
ปีหน้า…เราคงได้เห็นการสร้างสรรค์ที่สุดแบบใหม่ๆ ของพวกเขาอีกครั้ง ซึ่ง POSH MAGAZINE THAILAND พร้อมเป็นกำลังใจและติดตามทุกก้าวของทั้งคู่ต่อไป
Photographer: @gur_kerdsup
Stylist: @manmj
Makeup: @beedymeedyz
Hair: @titan_pongpana
Clothes: @maison_lbomd
Editor in Chief: Austin Thein
Interview: Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz

