Cover Interview – Jackie & Cherprang

แจ็คกี้เฌอปราง ใน พนอ 2” กับภาคที่โตขึ้นทั้งตัวละครและพาร์ทเนอร์การแสดง

 

จากเสียงฮือฮาในภาคก่อนหน้าที่พา พนอ ก้าวออกจาก จักรวาลลองของ สู่ต้นกำเนิดความสยองเต็มตัว ด้วยเสียงตอบรับที่ท่วมท้น ไม่เพียงยืนยันพลังของเรื่องราวนี้ แต่หากผลักดันให้ภาคต่อเดินหน้าด้วยสโลแกนที่ชัด แกร่งและกล้ากว่าเดิมอย่าง ลองของขั้นสุด ต้องปลุกปีศาจ พนอ 2’ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มดีกรีความสยอง แต่คือการขยายมิติของตัวละครและความคิดทางการแสดงที่เติบโตขึ้นตามวัยและประสบการณ์ของพวกเขา

การกลับมารับบท ‘เปี๊ยก และ พนอ อีกครั้งของ แจ็คกี้จักริน กังวานเกียรติชัย (@j.jackr) และ เฌอปราง อารีย์กุล (@ccherprang.ark) ทำให้ POSH MAGAZINE THAILAND ขอจับเข่าคุยกับทั้งคู่ถึงการสานต่อบทบาทครั้งนี้ และเผชิญหน้ากับเรื่องราวของตัวละครเดิม เพิ่มเติมคือระดับความเข้มข้นที่มากกว่าเดิม ในการตั้งคำถามกับความเชื่อ การตัดสินใจ และราคาที่ตัวละครต้องจ่าย

 

เส้นเรื่องเดิม แต่จริงจังกว่าเดิม

ทั้งสองเห็นพ้องกันว่า พนอ 2 คือเรื่องราวเส้นเดิมที่ เติบโตขึ้น ไม่ได้ขยายแค่สเกลของฉากหรือแอ็คชั่น แต่เป็นการขยับระดับความคิดและสภาวะจิตใจของตัวละครให้ลึกกว่าเดิมอย่างชัดเจน เฌอปรางเล่าขึ้นมาก่อนว่า “สำหรับเฌอภาคนี้สนุกขึ้นมากในแง่ของการได้ออกแบบความคิดของตัวละคร เพราะความซับซ้อนของ พนอ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ตัวละครยังต้องเผชิญความทรมานเหมือนเดิม แต่ก็มีช่วงจังหวะที่ได้กลับมาเป็น ‘คนธรรมดา’ มากขึ้น มีพื้นที่ให้ตัวละครได้เทิร์นตัวเองในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเชิงอารมณ์และการตัดสินใจ พนอในภาคนี้ จึงมีพลัง มีความแข็งแรง และหนักแน่นกว่าเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้เฌอรู้สึกสนุกและท้าทายมากในการกลับมารับบทพนออีกครั้ง”

ด้านแจ็คกี้เองก็มองไปในทิศทางเดียวกัน แต่โฟกัสไปที่ความเปลี่ยนแปลงของ เปี๊ยก ซึ่งเขาบอกว่า ภาคนี้ตัวละครมีมุมที่แหวกออกจากภาคแรกอย่างชัดเจน “ผมว่าเขาดูอ่อนโยนขึ้น น่ารักขึ้น และมีด้านที่นุ่มนวลมากขึ้นให้ผู้ชมได้เห็น” ซึ่งในมุมของเขา เปี๊ยกภาคก่อนคือ คนที่แข็งและตรงมาก แต่พอเป็นภาคนี้ ความแข็งนั้นถูกห่อหุ้มด้วยความละมุนบางอย่าง แฝงไปด้วยความลังเลบางสิ่ง และอีกด้านหนึ่งของตัวละครที่ลึกขึ้น โดยเขาทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า “แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า ความขัดแย้งภายในจิตใจของเปี๊ยก จะลดน้อยถอยลงไปนะ แต่จะขัดกันแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์ครับ”

ทำการบ้านหนักกว่าเดิม

เราแอบโยนคำถามไปแบบขำๆ ว่า ความรู้สึกแรกหลังจากได้อ่านบทภาคนี้คืออะไร เฌอปรางหัวเราะออกมาก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “นี่ฉันต้องเจออะไรอีกแล้ว” เพราะในใจแอบคิดทันทีว่า ผู้กำกับจะพาเธอไปเผชิญความทรมานแบบไหนอีกในภาคนี้ ซึ่งก็ไม่เกินคาด บทของพนอครั้งนี้อัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวดทั้งทางกายและใจในระดับที่หนักกว่าเดิมมาก จนบางช่วงแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังจินตนาการภาพตอนแสดงไม่ออกด้วยซ้ำ “มีหลายจุดที่อ่านแล้วจะงงว่า ทำไมตัวละครถึงพูดประโยคนี้ มันยังไม่ค่อยเชื่อมกัน เฌอเลยต้องช่วยปรับบทพูด แล้วก็เรียงลำดับฉากใหม่ เพื่อให้พอถึงเวลาแสดงจริง ความรู้สึกของตัวละครมันไหลต่อเนื่องกันจริงๆ” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจังปนความตั้งใจ

ฝั่งแจ็คกี้ตอบด้วยคำสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า “แหวกจากภาคแรกแบบแหกเลยก็ว่าได้” ก่อนจะขยายความต่อว่า ภาคนี้สิ่งที่เขาต้องแบกรับอย่างหนักคือ ฉากแอ็กชันที่ไม่ได้มีแค่การบู๊หรือการปะทะทางกายภาพ แต่เป็นแอ็กชันที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งรัก โกรธ เจ็บ ปะทะกันอยู่ในฉากเดียวกันตลอดเวลา “มันไม่ใช่แค่สู้ให้สวยหรือแรงอย่างเดียว แต่ต้องสู้ไปพร้อมกับความรู้สึกข้างในที่มันพุ่งเข้ามาพร้อมกันหมด” เขาบอกว่า ในหลายฉาก ตัวละครต้องตัดสินใจท่ามกลางอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาในเสี้ยววินาทีเดียว ซึ่งทำให้การแสดงยากและท้าทายกว่าภาคแรกมากทีเดียว

ไคลแม็กซ์ที่ไม่ใช่แค่ฉาก แต่คือการตัดสินใจ

อีกหนึ่งในประเด็นที่ทั้งคู่เห็นตรงกันคือ พนอ 2 ไม่ได้มีไคลแม็กซ์เพียงฉากเดียว แต่เต็มไปด้วยหลายช่วงเวลาที่อารมณ์ถูกดันขึ้นไปถึงจุดสูงสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เฌอปรางนิยามไคลแม็กซ์ในแบบของตัวเองว่า “ทรมานค่ะ” เธอขยายความต่อว่า ไม่ใช่ความทรมานทางกาย แต่เป็นความทรมานทางจิตใจ จากการต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบว่าถูกหรือผิดในสิ่งที่ตัวละครได้ทำลงไป “ในฉากนั้นตัวละครไม่ได้ร้องไห้เลย แต่ข้างในเฌอร้องหนักมาก พอผู้กำกับคัตปุ๊บ ต้องเดินออกไปปล่อย ร้องไห้ออกมาเลย มันหนักจริงๆ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยน้ำหนักของประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านไป

เมื่อเราหันไปถามแจ็คกี้ เพื่อให้เลือกไคลแม็กซ์ของตัวเอง เขาใช้เวลาไม่นานก่อนจะตอบออกมาเป็นประโยคสั้นๆพนอหยุด!คำพูดเพียงคำเดียว แต่กลับเหมือนแบกรับอารมณ์ของทั้งเรื่องเอาไว้ทั้งหมด แจ็คกี้อธิบายต่อว่า ความรู้สึกในฉากนี้ไม่ใช่แค่การที่พนอพังลงเพียงคนเดียว “มันคือหลายอย่างที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งตัวพนอและตัวเปี๊ยก แล้วมันทำให้ผมรู้สึกเสียใจไปกับตัวละครแบบมากๆ เหมือเป็นความสูญเสีย ความผิดหวัง และความรู้สึกที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว” เฌอปรางที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับอุทานออกมาเบาๆ อุ๊ย!…” เพียงคำเดียวสั้นๆ แต่สะท้อนอารมณ์ที่ทั้งสองต่างรับรู้ร่วมกันโดยไม่ต้องพูดอะไรต่อ

พาร์ทเนอร์ที่เข้าใจมากกว่าเดิม

การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งใน พนอ 2 ทำให้บรรยากาศการทำงานของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เฌอปรางตอบแทบจะทันที เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกในการทำงานร่วมกันครั้งนี้ “แจ็คกี้คุยง่ายขึ้นค่ะ” เธออธิบายต่อว่า ในภาคแรกตัวละครของทั้งคู่มีความเกลียดและความตึงเครียดสูงมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อจังหวะการเข้าหากันนอกจอด้วย “เขานิ่งมาก เราไม่รู้เลยว่าเขาเล่นหรือไม่เล่น” เป็นความไม่แน่ใจที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของการทำงานร่วมกัน เพราะยังอ่านกันไม่ขาดทั้งในฐานะนักแสดงและพาร์ทเนอร์ในฉาก

แต่พอเป็นภาคนี้ ความคุ้นเคยที่สั่งสมมาจากภาคแรก ทำให้ทุกอย่างเปิดมากขึ้น เฌอปรางเล่าว่า “พอรู้แล้วว่าเขานิ่งเฉยๆ ไม่ได้โกรธ มันก็เล่นได้สบายขึ้น จังหวะการรับส่งในฉากเลยลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม” ตอนนี้เหมือนเธอรู้แล้วว่า ความนิ่งของแจ็คกี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายถึงความไม่พอใจหรืออารมณ์ลบ

แจ็คกี้แอบยิ้มบางๆ ก่อนจะสรุปความรู้สึกของตัวเอง “ผมทำงานกับพี่เฌอแล้วสนุกขึ้นครับ เหมือนได้เรียนรู้สิ่งใหม่จากพี่เฌอตลอดเวลา” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเสริมว่า เรื่องความนิ่งจนอีกฝ่ายไม่กล้าเข้ามาเล่นด้วย เป็นสิ่งที่เขาเพิ่งรู้จากการพูดคุยนี้เหมือนกัน “เลยอยากจะบอกพี่เฌอว่า พี่เข้ามาคุยและมาเล่นกับผมได้เลยครับ” ประโยคสั้นๆ ที่สะท้อนทั้งความสบายใจและความเป็นพาร์ทเนอร์ที่เติบโตไปด้วยกันอย่างแท้จริง

บทสรุปที่จริงใจ

สำหรับแจ็คกี้และเฌอปราง พนอ 2 ไม่ได้เป็นเพียงภาคขยายจากเรื่องราวเดิม แต่คือประสบการณ์การทำงานที่พวกเขาพูดตรงกันว่า “หาไม่ได้อีกแล้ว” ทั้งความหนักของบท ความซับซ้อนของตัวละคร และกระบวนการทำงานที่ต้องทุ่มสุดตัวในทุกมิติ เราจึงชวนทั้งคู่ฝากประโยคสั้นๆ ถึงตัวเองในฐานะคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมกับตัวละครนี้มาด้วยกัน

“มันสุดแล้วจริงๆ” เฌอปรางสรุปด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แน่วแน่

“บทแบบนี้ไม่ได้หาเล่นกันง่ายๆ” แจ็คกี้กล่าวเสริมและตบท้ายด้วยยรอยยิ้ม

หากภาคแรก คือการเปิดประตูสู่ความสยอง ภาคนี้คือ การก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับมันอย่างไม่หลบตา ซึ่งแจ็คกี้และเฌอปรางท้าให้คุณไปพิสูจน์แล้วกับ พนอ 2 15 มกราคมนี้ ในทุกโรงภาพยนตร์


Photographer: Donlaporn Suchayanon @tahchh

Clothes: @jaspalofficial @merge.official_

Editor in Chief: Austin Thien

Interview: Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz