Cover Interview – Friend Peerakrit

เฟรนด์ พีระกฤตย์ (@friend.peerakrit) กลับไปยังบ้านที่ผูกพัน และโตไปกับยอดอีกครั้งในธี่หยด 3″

  ในบ่ายวันหนึ่งที่เราได้นั่งคุยกับ เฟรนด์พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เสียงหัวเราะแทรกอยู่แทบทุกช่วง เพราะเขาเพิ่งเสร็จจากการโปรโมทภาพยนตร์ ธี่หยด 3 ผ่าน School Tour & Campus Tour ต่างๆ มาได้ไม่นาน และยังคงมีไฟในแววตาเมื่อพูดถึงตัวละครยอดเด็กหนุ่มที่เขาเติบโตมาพร้อมกับจักรวาลภาพยนตร์ชุดนี้

  ไม่คิดเลยว่าจะมีภาคต่อ เฟรนด์หัวเราะเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงภาคแรกพอมีภาค 2 ก็เริ่มได้ยินแว่วๆ ว่าอาจจะมีต่อ แต่ก็ไม่แน่ใจ จนกระทั่งเขาติดต่อมาว่า ภาค 3 มีจริงนะ ตอนนั้นตื่นเต้นมาก

  การกลับมาสวมบทบาทเดิมอีกครั้ง ไม่ได้เป็นเพียงการกลับไปหาตัวละครเก่า แต่เป็นเหมือนการได้กลับบ้านเก่าไปหาเพื่อนที่คุ้นเคย POSH MAGAZINE THAILAND เลยชวนเฟรนด์ย้อนความหลังถึงบ้านหลังเก่านั้น ที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ หลังที่เต็มไปด้วยความผูกพัน และเติบโตไปกับการทำงานกับตัวละครยอดอีกครั้ง

 

ยอดที่เติบโตขึ้นพร้อมกับเฟรนด์

  เฟรนด์เล่าว่า ฉากแรกที่ถ่ายในธี่หยด 3’ คือการกลับเข้าไปในบ้านหลังเดิมที่ทีมงานสร้างขึ้นใหม่ทั้งหลังในกรุงเทพฯมันเหมือน flashback เลยครับ เหมือนเจอบ้านเก่าที่เราผูกพัน กลายเป็นว่า พอเราได้เข้าไปในเซ็ตนั้นจริงๆ มันช่วยดึงความรู้สึกให้เราเชื่อว่า บ้านนี้คือบ้านของเรา และครอบครัวนี้ก็คือ อีกหนึ่งครอบครัวของเราไปแล้ว

หากใครติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกจะเห็นชัดว่าตัวละครยอด มีการเดินทางที่น่าสนใจ เริ่มจากเด็กขี้กลัว ไม่สู้ใคร มาในภาค 2 ก็เริ่มมีความฮึดขึ้นมาอีกหน่อย และในภาค 3 เขาไม่ได้กลัวเพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่กลัวว่า ครอบครัวจะเป็นอะไรมันคือการโตขึ้นเพื่อครอบครัวเฟรนด์บอกพร้อมยกตัวอย่างว่า ยอดเริ่มมองตัวละครยักษ์เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ เพราะยักษ์คือคนที่ยอมสู้เพื่อครอบครัวอย่างเต็มกำลัง

  ดังนั้น บทบาทที่หนักแน่นขึ้น ย่อมนำพาให้เฟรนด์ไปเจอกับความท้าทายใหม่ๆ อย่างการถ่ายทำใต้น้ำเป็นครั้งแรกผมว่ายน้ำเป็นนะครับ แต่ต้องเล่นเป็นคนว่ายไม่เป็น (หัวเราะ) ซึ่งมันยากกว่าที่คิดเยอะเลย ต้องซ้อมกันจริงจัง แถมยังมีฉากในถ้ำ เอาตัวเองลงไปตะเกียกตะกายในน้ำ ทุกฉากมันเลยเหมือนพาเราออกไปค้นพบการแสดงใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน และบอกให้อีกนิดว่า ภาคนี้โลเคชั่นคือหลากหลายมากครับ จับตาดูให้ดีเลย

ความผูกพันทั้งในจอและนอกจอ

  เมื่อถามถึงการกลับมาเจอทีมงานและนักแสดงชุดเดิม เฟรนด์ยิ้มกว้างทันทีพวกเรากลายเป็นเหมือนครอบครัวกันไปแล้วครับ เจอกันทีไรก็ไม่เคยหมดเรื่องคุย ไม่ว่าจะเป็นพี่แบร์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) เดนิส (เจลีลชา คัปปุน) นีน่า (ณัฐชา เจสซิกา พาโดวัน) จูเนียร์ (กาจบัณฑิต ใจดี) หรือแม้แต่พ่อแม่ในเรื่อง’ (ปรเมศร์ น้อยอ่ำ, อริศรา วงษ์ชาลี) ทุกคนรวมกันเป็นครอบครัว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่อยู่เคียงข้างกัน ทั้งในจอและชีวิตจริง

ผู้กำกับและทีมงาน ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กองถ่ายกลายเป็นบ้านอีกหลัง เฟรนด์เล่าว่า ทุกครั้งที่ถ่ายเสร็จ พวกเขามักจะไปกินข้าวด้วยกัน คุยกันอย่างออกรส จนความสนิทสนม ช่วยทำให้การทำงานเป็นไปอย่างลื่นไหลมันเป็นกองที่ทุกคนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวแบบเข้ากันจริงๆ แม้จะมีคนใหม่เพิ่มหรือเติมเข้ามา ก็ไม่รู้สึกแปลกแยก แต่กลับเหมือนครอบครัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ธี่หยด 3’ กับการเติบโตของเขาเอง

  เมื่อมองย้อนกลับไปตั้งแต่ธี่หยด 1’ เฟรนด์สารภาพว่า หนังเรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตเขามากมันทำให้ผมมั่นใจว่าชอบงานแสดงจริงๆ จากภาคแรกที่ยังลังเลว่า จะทำงานอะไรดี จนภาคนี้ ผมรู้แล้วว่า การอยู่ในกองถ่ายคือสิ่งที่ผมอยากทำมันให้ดีและทำมันให้เต็มที่เขายังมองว่าทุกภาคเป็นเหมือนห้องเรียนที่ทำให้เขาได้ลับคมฝีมือตัวเองได้ลองเทคนิคใหม่ๆตั้งแต่ฉากบู๊ฉากดราม่าไปจนถึงฉากใต้น้ำที่ถือได้ว่าเป็นฉากเด็ดสำหรับเฟรนด์เอง

  มันทำให้เรามีความคิดว่า ต้องพัฒนาอยู่ตลอด เพราะเห็นพี่ๆ นักแสดงยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้เลย บางคนเราเห็นพี่เขาไปเรียน ไปเวิร์คช็อปกันเพิ่มเติม เราเองก็ต้องทำตัวเองเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว เติมทักษะและเรียนต่อยอดในสิ่งที่เรายังไปไม่ถึงต่อไปอีกเรื่อย ๆ

  เมื่อถามเฟรนด์ถึงการเติบโต ก็ย่อมต้องประเมินตัวเองได้ว่า ควรค่าแก่การได้กี่คะแนนจากสิ่งที่ทำ ซึ่งเราตั้งไว้ที่ 10 คะแนน เขาหัวเราะออกมาก่อนตอบว่าภาคนี้ให้ตัวเองสัก 8-9 ก็แล้วกันครับ เพราะรู้สึกว่าทุ่มสุดตัวจริงๆ แต่ไม่ให้เต็ม 10 หรอก ยังอยากเก็บพื้นทีไว้พัฒนาตัวเองต่อ เป็นน้ำไม่เต็มแก้วไงครับ (ยิ้ม)”

บทสรุปหรือจุดเริ่มต้นใหม่

  แล้ว ธี่หยด 3’ จะเป็นบทสรุปของจักรวาลนี้แล้วหรือยัง? เราลองโยนหินถามทางเขาเล่นๆ แต่สิ่งที่เฟรนด์ตอบมาน่าสนใจสำหรับเราอยู่ไม่น้อยมันอาจจะเป็นทั้งสองอย่างก็ได้ ภาคนี้เหมือนเป็นการปิดเรื่องราวของครอบครัวผมแบบครบถ้วน แต่ก็ยังน่าจะเปิดโอกาสให้มีอะไรต่อยอดได้อีกมากมาย ผมว่า ถ้าทำให้เป็นจักรวาลได้จริงๆ แบบมีจักรวาลย่อยๆ ลงไปอีก มันจะดีมากๆ สำหรับวงการหนังไทยเลย

  ไหนๆ ก็ปูคำตอบมาแบบนี้แล้ว เราเลยชวนเฟรนด์ลองจินตนาการเล่นๆ ว่า ถ้าเกิดมี ธี่หยด 4’ เกิดขึ้นมาจริงๆ เฟรนด์มองว่า ตัวละคร ยอด น่าจะได้เดินทางต่อไปในทิศทางไหน

  เขาหัวเราะเบาๆ พลางบอกว่าผมคิดว่ายอดคงได้เจอความท้าทายใหม่ๆ ที่ใหญ่กว่าเดิม อาจไม่ใช่แค่เรื่องผีหรือสิ่งลี้ลับ แต่เป็นการเติบโตจริงๆ ของชีวิตเขายังเสริมอีกว่า ถ้าได้เล่นต่อ ก็อยากสะท้อนให้เห็นว่า ยอดไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อของความกลัวอีกต่อไป แต่เป็นคนที่เริ่มเรียนรู้ในวิธีการยืนหยัดด้วยตัวเอง แม้อาจจะหาทางลัดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ไม่เหนื่อยเหมือนพี่ยักษ์ก็ตาม

  ท้ายที่สุดนี้ เฟรนด์ฝากความคาดหวังเดียวไว้ให้กับแฟนๆ ทุกคนนั่นคืออยากให้คนดูได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับมัน เหมือนที่พวกเราสนุกกับการทำงาน เพราะภาคนี้ทุกฝ่ายเต็มที่มากจริงๆ ไม่ว่าจะทีมเขียนบท นักแสดง ทีมเบื้องหลัง ไปจนถึงงานคอมพิวเตอร์กราฟิกและงานเสียงที่ละเอียดกันสุดๆ

  เมื่อการสนทนาจบลง เฟรนด์ยังคงนั่งยิ้มพร้อมแววตาที่เปล่งประกาย เขาไม่เพียงหวนกลับไปหาตัวละครยอดที่คิดถึงเท่านั้น แต่ยังกลับไปหาบ้านหลังเดิมที่ผูกพัน พร้อมกับการเติบโตในเส้นทางการแสดงที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม สัมผัสความชัดเจนของเขาได้ในธี่หยด 3’ ทุกโรงภาพยนตร์ได้แล้ววันนี้


Photographer: @gur_kerdsup

Makeup & Hair: @eddiethailand

Clothes: RIVA by Frank Weeneggsin @frankweeneggsinn

Interview: Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz