“สกุณาซ่อนคำถาม” เปิดไพ่ เปิดใจ “ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ” กับอีกด้านของการแสดงใน “สกุณาซ่อนรัก”

เพราะในโลกของซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก” ไม่ได้มีเพียงความรักที่สวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยความลับ ความปรารถนา และความรู้สึกบางอย่างที่ตัวละครไม่อาจพูดออกมาตรงๆ เช่นเดียวกับบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ ที่ POSH MAGAZINE THAILAND ชวน 3 นักแสดงนำอย่าง “ฟิล์ม ธนภัทร” “เทศน์ ไมรอน” และ “เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา” มาเปิดไพ่ “สกุณาซ่อนคำถาม” ที่เราเตรียมไว้เป็นพิเศษ
การสุ่มเลือกไพ่นกต่างชนิด 6 ใบ จากทั้งหมด 10 ใบ ซึ่งแต่ละใบซ่อนคำถามเกี่ยวกับซีรีส์และคำถามไลฟ์สไตล์เอาไว้แบบคาดเดาไม่ได้ ทำให้ทุกคำตอบที่ถูกเปิดเผย จึงค่อยๆ พาเราไปเห็นอีกด้านของทั้ง 3 คน ทั้งเบื้องหลังการทำงาน ความกดดันระหว่างการแสดง การเติบโตในฐานะนักแสดง และวิธีมองความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ และยิ่งไพ่ถูกเปิดมากเท่าไร บทสนทนาครั้งนี้ ก็ยิ่งเผยให้เห็นว่า ภายใต้ความเข้มข้นของซีรีส์โรแมนติกดราม่าเรื่องนี้ ยังมีความรู้สึกจริงและตัวตนอีกหลายมุมที่ซ่อนอยู่ ไม่ต่างจากแก่นเรื่องของซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก” เลยทีเดียว

คำถามที่เปิดได้เหมือนกัน
“สกุณาซ่อนรัก” เล่าเรื่องความรักมุมไหน และจุดไหนจะกระทบใจคนดูที่สุด
ฟิล์ม: ความรักไม่จำเป็นต้องครอบครอง สำหรับผม ความรักที่แท้จริงคือการเห็นคนที่เรารักมีความสุข มีอิสรภาพ และมีรอยยิ้ม ถึงรอยยิ้มนั้น จะไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเราก็ตาม แต่ในมุมของตัวละครเพิ่ม มันจะเป็นความรักที่เหมือนรถไฟเหาะ (Roller Coaster) ที่มีทั้งขึ้นและลงอย่างสุดเหวี่ยง หลายคนคงเห็นไปแล้วว่า เหวี่ยงแค่ไหน (หัวเราะ)
เทศน์: เล่าเรื่องความต้องการ (Desire) ทั้งความรักแบบโรแมนติก และพลังของความต้องการที่รุนแรง จนทำให้คนก้าวข้ามขนบ (Norms) หรือสิ่งที่ถูกต้องได้ ผมว่า จุดนี้น่าติดตามมาก เพราะความสัมพันธ์ของโทนกับเซิน มันมาจากความต้องการที่จริงใจและเป็นผลตอบรับที่มาจากความรักและความรู้สึกข้างในจริงๆ
เพิร์ธ: ความรักเป็นเรื่องที่ตัดสินกันไม่ได้ 3 ตัวละคร “เซิน-เพิ่ม-โทน” มีความรักที่ต่างกันหมด จุดที่น่าจะกระทบใจคือเรื่อง ความสบายใจ ถ้าเราแชร์ความรู้สึกกับคนรักมากพอ เข้าใจกันโดยไม่มีเงื่อนไข เรื่องราวในซีรีส์อาจไม่บานปลายขนาดนี้ น่าเสียดายที่บางคนเลือกจะเก็บความเศร้าไว้คนเดียว
จากศูนย์ถึงร้อย แบ่งสัดส่วนความสนุกและความกดดันในการทำงาน
ฟิล์ม: “ผมแบ่งเป็นสองพาร์ท ช่วงแรกกดดัน 80% สนุก 20% เพราะผมมองไม่เห็นภาพตัวละครเลย รู้สึกเครียดมากตอนเวิร์กช็อป แต่พอช่วงท้ายพอ ‘เจอ’ ตัวละครแล้ว ความสนุกดีดขึ้นมาเป็น 70-80% มันมีความสุขที่ได้ไหลไปกับตัวละครและได้เชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ถึงจะมีความกดดันเรื่องเวลาถ่ายทำที่จำกัดในฉากยากๆ บ้าง แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี
เทศน์: “สำหรับผม ความสนุก 80 ความกดดัน 20 ผมว่าการแสดงมันต้องมีความสุข ไม่อย่างนั้น มันจะเครียดเกินไป ความกดดันมันมีบ้างจากบรรยากาศกองถ่าย แสง ทีมกล้อง หรือบทที่ซับซ้อน แถมผมยังเป็นเด็กใหม่ในที่ใหม่ด้วย แต่โชคดีที่ผมได้เจอพาร์ทเนอร์ที่ดีมาก ทำให้บรรยากาศเหมือนครอบครัว ความสนุกเลยนำโด่งเลย
เพิร์ธ: “ช่วงแรกกดดันถึง 70% เลย เพราะเป็นบทนำครั้งแรกและตัวละครห่างไกลตัวมาก ความสนุกตอนนั้นแค่ 30% แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ สนิทกับพี่ๆ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พอคัทปุ๊บ เราก็สนุกกันได้ตามปกติเลย ช่วงหลังสัดส่วนเลยเปลี่ยนเป็นสนุก 90% กดดันแค่ 10% เพราะความสบายใจทำให้งานลื่นไหลได้มากกว่าที่คิดเลย
ขอ 1 สิ่งที่รับมือได้ง่ายที่สุดและยากที่สุดของตัวละครที่คุณแสดง
ฟิล์ม: ภาษาไทยและบทพีเรียด เป็นสิ่งที่ง่ายสำหรับผม เพราะคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่ที่ยากที่สุดคือ ‘เสื้อผ้า’ เพราะอากาศเมืองไทยร้อนมาก แต่ต้องใส่สูทเต็มยศหลายชั้นตลอดเวลาในฉากหนักๆ ซึ่งต้องประคองทั้งอารมณ์ ประคองทั้งชุด แอบระอุอยู่เหมือนกัน
เทศน์: ของผมไม่มีง่ายเลย แต่มียาก 2 อย่างด้วยกันคือ คำว่า ‘ขอรับ’ กับ ‘กระผม’ ซึ่งเป็นภาษาในยุคนั้น โดยส่วนตัวผมมองว่า ยากมาก ต้องฝึกอยู่นานเกือบเดือน เพื่อให้พูดได้คล่องมากขึ้น อีกอย่างคือ การขับรถย้อนยุค พวงมาลัยแข็ง เกียร์เข้าค่อนข้างยาก บางวันก็สตาร์ทไม่ติด ควันขึ้นก็มี ต้องใช้สกิลพอตัวเลย
เพิร์ธ: ง่ายที่สุดคือเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ทีมงานออกแบบมาได้สวยมาก มีเสน่ห์และพอดีกับตัวเองสุดๆ ตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้ใส่ ส่วนยากที่สุดคือ ความซับซ้อนของอารมณ์ที่ตัวละครเจอ เพราะเหตุการณ์ในเรื่องขึ้นลงตลอดเวลา และจุดที่ยากมากคือ ‘การยิ้ม’ เพราะตัวจริงเรายิ้มง่าย มากแต่ตัวละครนี้แทบไม่ยิ้มเลย ต้องหาการยิ้มในแบบของเซินให้เจอ
ตัวละครไหนในเรื่องที่อยากเจอในชีวิตจริง เพราะอะไร
เทศน์: ถ้าพูดตรงๆ เรื่องนี้ไม่มีตัวละครที่น่าเจอเลย เจอจริงคงปวดหัวเพราะมีแต่คนท็อกซิก (หัวเราะ) แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆ อยากเจอ ‘คุณโทน’ กับ ‘คุณเซิน’ เพราะผมมองว่า 2 คนนี้อยู่ในมาตรฐานปกติที่สุดแล้ว คุยกันรู้เรื่องที่สุด โดยเฉพาะโทนที่เป็นเหมือนแสงสว่างให้คนอื่น ยามที่คนอื่นมีปัญหาเยอะๆ
เพิร์ธ: อยากเจอ ‘อาลั้ง’ (รับบทโดย เจี๊ยบ ปวีณา ชารีฟสกุล) เขาเป็นเหมือนแม่นมที่อยู่เคียงข้างเซินมาตลอด เรารู้สึกว่าเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ต่อให้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่เขาก็คือความอบอุ่นและเป็นครอบครัวสำหรับเราจริงๆ
ฟิล์ม: “อยากเจอ ‘เพิ่ม’ อยากลองปะทะกับเขาดู ผมอยากรู้ว่า ถ้าคนที่มีมุมมองแบบเพิ่มมาอยู่ในโลกปัจจุบัน ความคิดเขาจะเปลี่ยนไปไหม เพราะในยุคนี้เราแทบไม่มีความจำเป็นต้องตัดสินใจทำแบบที่ตัวละครนี้ทำเลย
ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนเริ่มโปรเจคใหม่ๆ อยากบอกอะไรกับตัวเอง
ฟิล์ม: “อยากบอกว่า ‘โปรเจคนี้สนุกมาก’ ตอนแรกผมอ่านบทและเห็นเรื่องย่อ รู้สึกว่า มันยากจนคิดไม่ออก แต่พอจุดที่ผมทิ้งอัตตาและตัดความเป็นตัวเองออกไปได้ ผมกลับสนุกกับการดีไซน์ตัวละครและการหาอะไรใหม่ๆ ไปนำเสนอหน้างานมากๆ เลย
เทศน์: อยากบอกว่า ‘ไม่ต้องเครียด’ เพราะตอนแรก ผมกังวลมากว่าจะทำได้ดีไหม แต่บทเรียนที่ได้คือ ยิ่งเราคิดมาก ผลลัพธ์ยิ่งไกลจากที่ต้องการ เลยอยากเตือนตัวเองว่า ขยันได้แต่อย่าเครียดขนาดนั้น พี่ๆ นักแสดงที่มีประสบการณ์ เขาทำให้เห็นว่า เราทำงานตั้งใจได้โดยไม่ต้องเครียดจนเกินไป
เพิร์ธ: อยากบอกตัวเองว่า ‘อย่ากลัวว่าเราจะทำไม่ได้’ ตอนนั้นหวั่นใจมากเพราะเป็นบทพีเรียดและตัวละครมีอารมณ์เข้มข้น กลัวจะถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ออกมาไม่ถึงคนดู แต่พอผ่านไปได้ มันทำให้รู้ว่า เราต้องเชื่อใจตัวเองและคนรอบข้าง แล้วจะผ่านซีนที่ยากที่สุดไปได้
คำถามที่เปิดได้ต่างกัน
ความลับที่ซ่อนในความสวย ความหล่อ ของคุณคืออะไร
ฟิล์ม: ผมเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น เพราะเริ่มอายุเยอะขึ้นแล้ว (หัวเราะ) เคล็ดลับคือ ตอนนี้ผมแช่หน้าในน้ำแข็ง (Ice water facial) ทุกเช้าเลย นอกจากช่วยเรื่องรูขุมขนแล้ว ยังช่วยปลุกให้สดชื่นพร้อมทำงาน รวมถึงทานอาหารเสริมเป็นประจำด้วย
เป้าหมายในชีวิตที่อยากไปให้ถึง หรือหากไปถึงจุดนั้นแล้ว คุณจะมีความสุขเป็นพิเศษ
เทศน์: สำหรับผมคือ เรื่องงานเลย อยากพัฒนาการแสดงของตัวเองให้เก่งขึ้น จนคนดูเชื่อในทุกบทบาท อย่างกับตัวโทนผมก็มองว่าเป็นเป้าหมายในชีวิตที่ทำแล้วมีความสุขอย่างหนึ่ง แต่ก็ยังอยากได้ความท้าทายในรูปแบบอื่นๆ อีก เช่น การแสดงที่ฉีกตัวตนผมออกไปเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องเล่นๆ ส่วนตัวอยากเที่ยวให้ครบทุกประเทศบนโลกนี้ ซึ่งตอนนี้ไปมาเกิน 10 ประเทศแล้ว แต่อยากทำให้ได้มากกว่านี้
“สกุณาซ่อนรัก” จะเปลี่ยนชีวิตคุณหลังจากนี้ไปมากน้อยแค่ไหน
เพิร์ธ: ซีรีส์เรื่องนี้เปลี่ยนมุมมองการทำงานของเราไปหลายอย่างมาก อย่างน้อยๆ คือทำให้จัดการอารมณ์และสมาธิได้ดีขึ้น เมื่อก่อนถ้าเครียด จะร้องไห้ในฉากไม่ออกเลย แต่ตอนนี้จัดการได้ดีขึ้น ซึ่งชอบมาก แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ ตอนนี้เราเรียนรู้ที่จะเชื่อใจตัวเองและคนรอบข้าง เรารู้ว่า ความต้องการของตัวเองชัดแค่ไหนในขณะแสดง และรู้ว่า คนรอบข้างอย่างพี่ฟิล์มหรือเทศน์ ช่วยส่งการแสดงให้เราแบบสุดๆ ในฉากที่ต้องการอารมณ์มากๆ แม้สมาธิจะยังหลุดง่ายกับเสียงนกเสียงกา หรือเครื่องบิน อยู่บ้าง (หัวเราะ) แต่พูดได้เลยว่า นิ่งขึ้นและจัดการได้ดีกว่าแต่ก่อนมากเลย

บางคำถามทำให้เกิดเสียงหัวเราะ บางคำตอบกลับสะท้อนความรู้สึกที่ลึกเกินคาด และสุดท้าย ไม่ว่าคุณจะอยู่ทีมเซิน เพิ่ม หรือโทน สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากบทสนทนาครั้งนี้ คือทุกตัวละครในซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก”ต่างกำลังพยายามค้นหาคำตอบชีวิตในแบบของตัวเอง ไปค้นหาคำตอบร่วมกันกับ “ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ” ในซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก” รับชมเวอร์ชัน UNCUT ได้ทาง oneD เท่านั้น

