Chaumet An Ode to Living Nature สู่เวที Osaka Expo 2025

เมซง Chaumet (โชเมต์) เตรียมนำพาผลงานเครื่องประดับชั้นสูงอันเลื่องชื่อของฝรั่งเศสไปสู่เวทีโลกอีกครั้ง ผ่านนิทรรศการ Chaumet: An Ode to Living Nature ซึ่งจะจัดแสดงที่ French Pavilion ในงาน World Expo 2025 Osaka Kansai ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 13 ตุลาคม 2025

การตีความธรรมชาติในมิติแห่งศิลปะ

ในฐานะพันธมิตรของ LVMH ที่เข้าร่วม French Pavilion ภายใต้แนวคิด “การเฉลิมฉลองความรักในทุกรูปแบบ” Chaumet เลือกถ่ายทอดอัตลักษณ์ในฐานะ Naturalist Jeweller ที่สืบทอดยาวนานกว่าสองศตวรรษ ตั้งแต่การก่อตั้งแบรนด์โดย Marie-Étienne Nitot การจัดแสดงครั้งนี้จึงเป็นการร้อยเรียงธรรมชาติ งานฝีมือ และบทสนทนาระหว่างฝรั่งเศสกับญี่ปุ่นในมิติที่ลึกซึ้ง ผู้ชมจะได้สัมผัสการเดินทางที่เริ่มจากการสำรวจมรดกของเมซงและความเชื่อมโยงอันแนบแน่นกับญี่ปุ่น ก่อนต่อยอดไปสู่ห้องจัดแสดงที่นำเสนอสามสัญลักษณ์เด่น ได้แก่ เมล็ดข้าวพลิ้วไหว (Wheat), ดอกแพนซี่ (Pansy) และปีกโปร่งบาง (Delicate Wings) ส่วนสุดท้ายคือการอุทิศให้กับผึ้ง สัญลักษณ์แห่งจักรพรรดิ Napoleon ซึ่งได้รับการตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยภายใต้แสงและเงา ตลอดจนลวดลายที่สะท้อนด้วยกระดาษวาชิแบบญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์ที่สืบต่อจากศตวรรษที่ 18

Chaumet และญี่ปุ่นมีความเชื่อมโยงยาวนานนับตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 เมื่อ Marie-Antoinette มอบหมายให้ Nitot ดูแลการบันทึกคอลเลกชันเครื่องถมญี่ปุ่นและเครื่องลายครามจีน ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังดำเนินต่อเนื่องในหลายยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นช่วงโรแมนติกที่ Fossin ถ่ายทอดวัฏจักรธรรมชาติลงในงานออกแบบ หรือยุค Belle Époque และ Roaring Twenties ที่ Chaumet นำกระแส Japonisme มาตีความในเครื่องประดับอย่างมีเอกลักษณ์

ยุคต่อมาในทศวรรษ 1970–1980 ความประทับใจต่อพืชพรรณและศิลปะแบบญี่ปุ่นยังคงสะท้อนผ่านผลงาน เช่น สร้อยคอใบแปะก๊วยปี 1977 และคอลเลกชัน Tsuba ของ René Morin รวมถึงนิทรรศการ Les Mondes de Chaumet ที่จัดขึ้นในกรุงโตเกียวปี 2018 ซึ่งนำชิ้นงานประวัติศาสตร์มาจัดแสดงคู่กับคอลเลกชันร่วมสมัยอย่าง Chant du Printemps

สืบทอดความหมายสู่ปัจจุบัน

การสนทนาทางวัฒนธรรมยังคงดำเนินต่อเนื่องสู่ปี 2025 ผ่านโครงการ The Art of Colour ที่ Chaumet ร่วมกับแกลเลอรีร่วมสมัยญี่ปุ่นในการเชื่อมโยง “สี” เข้ากับงานหัตถศิลป์ท้องถิ่น ก่อนจะต่อยอดสู่ Osaka Expo 2025 กับการจัดแสดง An Ode to Living Nature ซึ่งตอกย้ำทั้งความสัมพันธ์อันยาวนานและบทบาทของ Chaumet บนเวทีนานาชาติ

บทบาทผู้บุกเบิกในญี่ปุ่น

Chaumet นับเป็นหนึ่งในเมซงเครื่องประดับชั้นสูงจากฝรั่งเศสที่เข้ามาสู่ญี่ปุ่นเร็วที่สุดตั้งแต่ปี 1974 โดยในปี 1983 ได้ลงนามความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า Mitsukoshi เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และต่อมาได้เปิดบูติกแห่งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ปัจจุบันมีบูติกกว่า 12 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่ฟุกุโอกะ โกเบ ไปจนถึงโตเกียว ซึ่งรวมถึงสาขาใหม่ในย่าน Omotesando และ Ginza

นิทรรศการ An Ode to Living Nature จึงไม่เพียงแต่เป็นการสะท้อนความงดงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ที่ Chaumet มีต่อญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 50 ปี