Cover Interview – The Edge of Horizon

SETLOG WITH INN & ONGSA ล็อกช่วงเวลาเรียลๆ ของอินองศาในวันที่ตัวตนและแพชชันเดินไปพร้อมกัน

  ตลอดหนึ่งวันของคนคนหนึ่ง ย่อมเต็มไปด้วยช่วงเวลาธรรมดาที่ประกอบกันเป็นตัวตน ไม่ว่าจะเป็นกิจวัตรยามเช้า วิธีคิดระหว่างทำงาน ไปจนถึงความฝันและแพชชันที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นตามประสบการณ์ บทสัมภาษณ์ครั้งนี้จึงชวนอินจักราสินธุ์และ องศาธีธัชจากซีรีส์ อรุณรุ่ง The Edge of Horizon มาค่อยๆ เล่าเรื่องราวของตัวเอง ผ่านคำถามที่เรียงร้อยไปตามช่วงเวลาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

  แนวคิดการพูดคุยนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Setlog พื้นที่บันทึกไดอารี่วิดีโอที่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติแบบ No-edit ไม่มีฟิลเตอร์ ไม่มีสคริปต์ เช่นเดียวกับบทสนทนาครั้งนี้ของ POSH MAGAZINE THAILAND ที่เปิดพื้นที่ให้ทั้ง 2 คนได้ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ตัวตน ความคิด และมุมมองต่อการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างตรงไปตรงมา

  ถ้าพร้อมแล้วเตรียมกดรับการแจ้งเตือน แล้วใช้เวลาตลอด 24 ชั่วโมงไปกับ อิน และ องศา ผ่านเรื่องราวในแต่ละช่วงเวลาของวันไปพร้อมกัน

(…เนื้อหาบทสัมภาษณ์นี้ เป็นการเลือกคำถามของอินองศาตามช่วงเวลาระหว่าง 06:00 . – 00:00 ….)

[ 06:00 . ] ทุกเช้าของคุณมักเริ่มต้นจากอะไรเป็นอย่างแรก และมีเพลงอะไรเป็นซาวด์แทร็กประจำวัน

อิน: ทุกเช้าผมเริ่มจากล้างหน้า แปรงฟัน แล้วรีบลงไปชงกาแฟดำเพียวๆ 2 ช็อต ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม เพราะปกติไม่ค่อยกินข้าวเช้า กาแฟคือสิ่งที่ช่วยให้รู้สึกเฟรชและมีพลัง ถ้าแก้วแรกยังไม่พอ ก็ต้องมีแก้วที่ 2 ต่อ ส่วนเพลง ผมชอบเปิด Lo-fi Beat ยาวๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง ที่มีเสียง Ambience อย่างเสียงรถวิ่งหรือบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแทรกอยู่ มันช่วยให้รู้สึกสงบ มีสมาธิ และพร้อมเริ่มต้นกับวันใหม่

องศา: ของผมตื่นมา ขอหยิบโทรศัพท์ก่อนเลย (หัวเราะ) นอนเล่นสัก 10 นาทีให้ร่างกายตื่น แล้วค่อยลุกไปอาบน้ำ แปรงฟัน จากนั้นภารกิจสำคัญคือ ออกไปหากาแฟ เพื่อเติมความเฟรชและพลังสำหรับทั้งวัน ส่วนเพลง ถ้าเปิดดู Top Search ในแอปฯ ของผม จะมีแต่เพลงประกอบละคร (OST) ส่วนใหญ่เป็นเพลงไทย อย่างล่าสุดที่ฟังก็คือ ใจเจ้าเอ๋ย จากละคร สอดสร้อยมาลา ครับ

[ 10:00 . ] อะไรคือความท้าทายหรือกังวลที่สุดในการสวมบทบาทตัวละคร

อิน: สำหรับผมไม่ได้ถึงกับกังวล แต่ยอมรับว่าท้าทายมาก เพราะ ภพธีร์ อยู่ในยุคที่มีวิธีคิดและบริบททางสังคมต่างจากปัจจุบัน เราไม่สามารถเอาทัศนคติของคนยุคนี้ไปตีความตัวละครได้เลย ผมเลยต้องทำการบ้านอย่างหนัก ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และกิจวัตรประจำวันของคนในยุคนั้น ตอนศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง ก็อัดเสียงคลิปความรู้เก็บไว้ แล้วกลับมาฟังซ้ำ เพื่อซึมซับวิธีคิดของผู้คนในช่วงเวลานั้นให้มากที่สุด อีกอย่าง ภพธีร์ เป็นทหารรับใช้ที่ผ่านการฝึกมาอย่างเข้มงวด ผมเลยไปปรึกษารุ่นพี่ในกรมจริงๆ ตั้งแต่ท่าทาง การทำความเคารพ ไปจนถึงวิธีการใช้ชีวิตและการกินข้าวร่วมกับเพื่อน เพื่อให้คนดูเชื่อว่า เราเป็นทหารจริงๆ

องศา: ช่วงแรกผมกังวลมาก เพราะนึกไม่ออกเลยว่า คนเราจะรักใครสักคนได้มากขนาดนั้น และความรักจะส่งผลต่อการตัดสินใจในชีวิตได้มากแค่ไหน ผมเลยทำการบ้านกับ ทินกร เยอะมาก ทั้งสร้างเบื้องหลังตัวละคร และคุยกับคุณแม่เรื่องการเติบโตของความสัมพันธ์และมุมความรักในฐานะคู่ชีวิต เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของทินกรจริงๆ เพราะถ้าเราไม่เข้าใจ เราก็ถ่ายทอดอารมณ์ของเขาออกมาไม่ได้ นอกจากเรื่องความรักแล้ว อีกสิ่งที่ท้าทายไม่แพ้กันคือ ภาระหน้าที่ ที่ทินกรต้องแบกรับในฐานะคนในวัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไกลตัวผมมาก โดยเฉพาะฉากที่ต้องเถียงกับพ่อเรื่องหน้าที่ เกียรติยศ และความรับผิดชอบ ยิ่งทำให้ต้องกลับไปทบทวนสิ่งที่ทำการบ้านอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้หลุดจากสิ่งที่เราปูไว้ทั้งหมด

[ 14:00 . ] ในซีรีส์เรื่องอรุณรุ่งการแสดงของนักแสดงคนใดที่ทำให้คุณเซอร์ไพรส์มากที่สุด

อิน: ผมเลือก คุณปอนด์ (พลวิชญ์ เกตุประภากร) ที่รับบทเป็น ..ฉัตรธร วรากุลวาทิน ในเรื่อง ตัวละครของเขาต้องมีความอีโก้สูงมาก เย่อหยิ่ง และดูถูกคน ซึ่งการส่งพลังของเขามาเต็มตลอด ทุกช่วง ไม่มีแผ่วเลย ทำให้เราเชื่อจริงๆ ว่าตัวละครนี้เกลียดเรา ซึ่งผมเคยถามเขาหลังไมค์เรื่องนี้ เขาใส่เหตุผลและมิติลงไปในบทของตัวเองแบบละเอียดมาก ทำให้ผู้ชมไม่ได้เห็นแค่ด้านเดียว แต่เข้าใจเจตนาเบื้องหลังของตัวละครด้วย ทำให้ผมเชื่อเลยว่า ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่สามารถกระโดดไปเล่นเป็นตัวละครไหนก็ได้ และเล่นได้น่าเชื่อทุกบทจริงๆ 

องศา: จะตอบเหมือนพี่อินเลย ผมก็เซอร์ไพรส์กับการออกแบบตัวละคร..ฉัตรธรของพี่ปอนด์มากตอนอ่านบทสัปดาห์แรกด้วยกันและได้เห็นตอนถ่ายทำจริงไม่คิดเลยว่าฉากอารมณ์ของพี่เขาจะออกมาในรูปแบบนี้เพราะสิ่งที่เขาถ่ายทอดออกมาไม่ว่าจะเป็นพลังงานและจังหวะอารมณ์ในเรื่องผมว้าวกับความสดใหม่ของพี่เขาตลอดเวลามันเลยทำให้ผมพี่อินหรือแม้กระทั่งคนรอบข้างตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลาและที่สำคัญเขาทำให้ตัวละครที่มีเฉดเทาๆตัวนี้มีเสน่ห์และมีมิติที่สมจริงมากๆ

[ 16:00 . ] ถ้ามีโอกาสเลือกได้ คุณอยากให้มีอะไร หรืออยากทำสิ่งใดสักครั้งในชีวิต

อิน: ของผมเป็นความฝันที่อยากทำให้พ่อแม่ ในวันหนึ่งเรามีเงินมากพอ อยากถอนเงินสดก้อนหนึ่งไปเซอร์ไพรส์ท่าน แล้วถ้าเป็นคุณพ่อ ผมอยากแอบซื้อรถป้ายแดงไปจอดหน้าบ้าน ก่อนจะทำเป็นถามว่าเอ๊ะ พ่อ รถใครมาจอดอยู่หน้าบ้าน?” เพราะพ่อก็เป็นคนชอบรถเหมือนกัน แล้วค่อยยื่นกุญแจให้ บอกว่าคันนี้ของพ่อนะแค่คิดภาพวันนั้นก็มีความสุขแล้ว เป็นสิ่งที่อยากทำมาตลอดเลย

องศา: ของผมขอแบบ Surreal หน่อย (ยิ้ม) ผมอยากให้มีเทคโนโลยีสักอย่างที่ทำให้เราพูดหรือร้องเพลง แล้วมีแค่เราเท่านั้นที่ได้ยิน โดยไม่รบกวนคนรอบข้าง เพราะบางครั้งเวลาอยู่ในที่สาธารณะ เราไม่สามารถร้องเพลงหรือพูดดังๆ ออกมาได้ เลยกลายเป็นว่าผมรักห้องน้ำมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้ปลดปล่อยตัวเอง (หัวเราะ) ปกติผมเปิดเพลงร้องในห้องน้ำอยู่เสมอ จนถึงขั้นเคยให้แม่มายืนฟังหน้าห้องน้ำ เพื่อช่วยเช็กว่า เสียงดังไปรบกวนห้องข้างๆ หรือไม่ พอรู้ว่าระดับไหนกำลังพอดี ผมก็จำไว้ ดังนั้น ถ้าวันหนึ่งมีเทคโนโลยีที่ทำให้ร้องเพลงได้ทุกที่ โดยไม่รบกวนใคร ผมคงมีความสุขมากๆ เลย

[ 18:00 . ] เมื่อกลับถึงบ้าน กิจกรรมแรกที่ต้องทำคืออะไร

อิน: อย่างแรกเลยคือเล่นกับน้องหมาครับ พอเปิดประตูเข้าบ้าน เขาจะวิ่งมาหาทันที ผมก็จะกอด เล่น และหอมทั้ง 2 ตัวจนกว่าเขาจะสงบ ซึ่งผมมองว่า เราจากเขาไปนาน เขาคงจะคิดถึงเราเป็นพิเศษ เลยต้องให้เวลากับเขาครับ

องศา: ของผมก็คล้ายกับที่เล่าไปก่อนหน้านี้เลยคือ การร้องเพลง พอเปิดประตูห้อง วางกระเป๋าเสร็จ ก็ตรงเข้าห้องน้ำแล้วร้องเพลงให้เต็มที่ ถือเป็นวิธีรีเซ็ตตัวเองหลังจบวันครับ

[ 20:00 . ] ทุกวันนี้ นิยามชีวิตที่ใช่ในความหมายของคุณทั้งสองคนคืออะไร

อิน: สำหรับผม ชีวิตที่ใช่คือการได้สนุกกับสิ่งที่ทำ ตอนเริ่มเข้ามาทำงานในวงการ ผมเคยกลัวว่า ตัวเองจะไม่ชอบและไม่สนุกกับมัน แต่ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับงานที่ทำ ได้ใช้เวลากับตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือได้เห็นพ่อแม่ภูมิใจและคอยสนับสนุนในสิ่งที่เรารัก ทั้งหมดนี้ถือเป็นโบนัสของชีวิต เพราะเราได้ทำงานที่รักและสนุกกับมัน ซึ่งเมื่อก่อนผมเคยเข้าใจผิดว่าแพชชันต้องเป็นสิ่งที่เราหลงใหลมาตั้งแต่แรก แต่วันนี้ผมมองต่างออกไปว่า บางครั้งแพชชันอาจไม่ใช่สิ่งที่เรารู้ตั้งแต่แรกว่าใช่ แต่มันค่อยๆ เกิดขึ้นหลังจากที่เราเปิดใจและลงมือทำจริงๆ จนวันหนึ่งเราก็พบว่า เราหลงรักสิ่งนั้นไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

องศา: ของผมคือชีวิตที่บาลานซ์ได้โดยไม่เครียดครับ เพราะเมื่อก่อนผมชอบแบ่งเวลาแบบชัดเจนมาก วันนี้ต้องเรียน วันนี้ต้องพัก พอทุกอย่างถูกกำหนดไว้เป๊ะๆ มันกลับกลายเป็นความกดดัน ช่วงหลังผมเลยพยายามเรียนรู้ที่จะผสมผสานทุกอย่างให้กลมกลืน ทั้งเรื่องงาน การเรียน และการใช้ชีวิต ให้สนุกไปกับทุกช่วงเวลา แม้ตอนนี้จะยังอยู่ระหว่างการฝึก แต่ก็รู้สึกว่านี่คือจังหวะชีวิตที่ตัวเองมีความสุขและอยากทำให้มันดีขึ้นต่อไปครับ

[ 22:00 . ] ถ้าย้อนเวลากลับไปหาตัวเองในวันแรกของโปรเจกต์นี้ได้ อยากบอกอะไร

อิน: ผมอยากบอกตัวเองว่า จงภูมิใจ ทำให้เต็มที่ นายทำได้อยู่แล้ว เป็นการให้กำลังใจแบบไม่สปอยล์ผลลัพธ์ (หัวเราะ) เพราะวันแรกที่รับซีรีส์นี้ ผมทั้งกังวลและสับสนว่า จะออกแบบตัวละครทหารในยุคนั้นอย่างไรให้ออกมาในแบบที่ผู้ชมเชื่อและไม่ผิดหวังกับสิ่งที่ผมทำ แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ก็อยากบอกว่า ให้เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วลุยให้เต็มที่

องศา: ของผมคงบอกว่าเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ แต่อย่าเครียดกับมันมากเกินไปปกติผมเป็นคนคิดเยอะ คิดซ้ำทุกขั้นตอน แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าการคิดมากไม่ได้ทำให้งานดีขึ้นเสมอไป ถ้าย้อนกลับไปได้ ก็อยากให้ตัวเองปล่อยวางความกังวล แล้วเชื่อมั่นในเส้นทางที่เลือกครับ

[ 00:00 . ] ก่อนเข้านอน ถ้าไม่ได้เปิดดูผลงานของตัวเอง จะเลือกดูอะไรเพื่อปิดท้ายวันของตัวเอง

อิน: ช่วงนี้ผมเพิ่งดู The Boys กับ Spider-Man Noir ไป ผมชอบงานที่มีความเป็น Dark Humor และสะท้อนความเป็นมนุษย์ อย่าง The Boys ก็ตั้งคำถามได้น่าสนใจว่า ถ้าคนธรรมดาที่มีข้อบกพร่องได้รับพลังวิเศษขึ้นมา โลกจะเป็นอย่างไร หรืออย่าง Breaking Bad ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบ เพราะทั้งสมจริง วุ่นวาย และมีความตลกร้ายอยู่ในนั้น

องศา: ส่วนผมชอบดูอะไรที่ไม่ต้องคิดเยอะ แต่ขอให้ลุ้นตั้งแต่ต้นจบเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นหนังสัตว์ประหลาด หนังภัยพิบัติ หรือแนวระทึกขวัญ ได้หมดเลย อย่างล่าสุดก็เพิ่งกลับไปดู 2012 อีกครั้ง หลายคนอาจจะรู้สึกแปลก แต่สำหรับผม การได้ดูอะไรที่ตื่นเต้นก่อนนอน ช่วยให้ไม่ต้องไปโฟกัสกับเรื่องเครียดๆ ในชีวิต พอดูจบก็หลับได้สบาย ไม่เก็บเรื่องอื่นมาคิดต่อครับ

  ตลอด 24 ชั่วโมงของ Setlog ครั้งนี้ เราได้เห็นความน่ารักในคำตอบของอินและองศาที่ไล่ตามช่วงเวลาในแต่ละวัน ที่แฝงไปด้วยวิธีคิด ความตั้งใจ และแพชชันที่ค่อยๆ เติบโตผ่านทุกช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่กาแฟดำสองช็อตในยามเช้า การทำการบ้านอย่างหนักเพื่อเข้าใจตัวละคร ความสุขเล็กๆ จากการได้เล่นกับน้องหมา หรือการร้องเพลงในห้องน้ำ เพื่อรีเซ็ตตัวเองหลังจบวัน

  และเมื่อการแจ้งเตือนของ Setlog ของทั้งคู่สิ้นสุดลง ก็ถึงเวลารอติดตามการแจ้งเตือนครั้งใหม่ ผ่านผลงานของทั้ง 2 คนในซีรีส์ อรุณรุ่ง THE EDGE OF HORIZON ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 . ทางช่อง one31 และรับชมย้อนหลังได้ทางแอปพลิเคชัน oneD ที่เดียวเท่านั้น

Never Have I Ever Challenge (อิน)

เคยฝันประหลาด: เป็น Spiderman

เคยอิมโพรไวส์ขณะถ่ายอรุณรุ่ง”: หลายครั้ง

เคยเล่นมือถือแล้วหลับคาจอ: หล่นใส่หน้า

เคยอธิษฐานแล้วได้สิ่งนั้นจริงๆ: ได้งาน (สมัยก่อน)

ไม่เคยมองหุ่นคนอื่นเป็นแรงบันดาลใจ:

เคยดูหนังเรื่องเดิมเกิน 5 รอบ: Breaking Bad

เคยแก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์: ใบดำใบแดง

เคยถูกเพื่อนตั้งฉายาให้: วิลลี่ (เพราะหล่อ)

 

Never Have I Ever Challenge (องศา)

เคยชนะการประกวดหรือการแข่งขัน: เคยชนะการแข่งขันนายนพมาศของโรงเรียนตอน ม.5

เคยเผลอหลับในกองถ่ายอรุณรุ่ง”: ง่วงมาก พยายามข่มตาแล้ว แต่ไม่ไหว T-T

เคยเปลี่ยนใจนาทีสุดท้าย: จะไป/ไม่ไป แล้วเลือกแล้ว แต่เปลี่ยน

เคยสะสมอะไรบางอย่างจริงจัง: เคยสะสมโมเดลรถตอนเด็กมากๆ

ไม่เคยยอมเปลี่ยนลุคเพราะอยากลองสิ่งใหม่:

เคยเสี่ยงโชค: ชิงโชคงานวัด ได้ขนมตลอด ^^

เคยเผชิญช่วงเวลาที่ชวนให้เขินหรืออาย: สะดุดล้มหน้าตึกเรียน

เคยดูซีรีส์รวดเดียวจบภายในวันเดียว: STRANGER THINGS


Photography: Nattapon Chawbankrang @ntp.ff
Editor in Chief: Austin Thein
Interview: Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz