วุ้นแปลภาษา พาร์ทเนอร์ และความเรียบง่ายของ ‘เฟิร์ส-ข้าวตัง’ ในซีรีส์ ‘เปย์รักด้วยแมวเลี้ยง’
เมื่อเสียง “เมี๊ยว” ไม่ได้เป็นเพียงเสียงร้องตามธรรมชาติของเหล่าน้องเหมียว แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจและการเยียวยาหัวใจในซีรีส์ เปย์รักด้วยแมวเลี้ยง ผลงานเรื่องนี้ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของ 2 นักแสดงอย่าง ‘เฟิร์ส–คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล’ และ ‘ข้าวตัง–ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล’ ผ่านบทบาทที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน เฟิร์สรับบทเป็นตัวละครที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความคิดมนุษย์และสัตว์ ขณะที่ข้าวตังรับบทเป็นผู้ร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวต่าง จนท้ายที่สุดเรื่องราวทั้งหมดค่อยๆ พาไปสู่บรรยากาศฟีลกู๊ดที่อบอุ่นหัวใจ
การกลับมาพูดคุยกับทั้ง 2 คนในครั้งนี้ของ POSH MAGAZINE THAILAND ทำให้เราได้เห็นมิตรภาพนอกจอที่ยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความลึกซึ้งใน ‘ความเรียบง่าย’ บทสนทนาต่อจากนี้ จึงไม่ใช่เพียงการพูดถึงซีรีส์เท่านั้น แต่ยังพาเราไปสำรวจตัวตนและเบื้องหลังชีวิตของพวกเขา ที่เต็มไปด้วยการใส่ใจในความรู้สึกของแต่ละฝั่งอย่างแท้จริง


แนวทางที่แปลกใหม่
หลังจากซีรีส์ออกอากาศไปได้ประมาณหนึ่ง ผลตอบรับจากผู้ชมทำให้ทั้ง 2 คนรู้สึกว่า การสื่อสารของเรื่องไปถึงใจของผู้ชมแล้ว ข้าวตังเล่าก่อนว่า สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ ทุกคนที่ได้ดูบอกว่ารู้สึก ‘แปลกใหม่’ เราเลยให้เขาขยายความเพิ่มเติม
“ผมอาจไม่เคยแสดงอะไรแบบนี้มาก่อนด้วยครับ แล้วเรื่องนี้ก็มีแมวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยด้วย เลยทำให้ได้กลิ่นอายที่ค่อนข้างว้าวเลยทีเดียว และที่สำคัญคือ คนดูร้องไห้ตั้งแต่อีพีแรก ในฐานะนักแสดง ผมรู้สึกว่า ได้ถ่ายทอดตัวละครตัวนี้ออกมาสมบูรณ์แบบแล้วครับ เพราะเราทำให้เขารู้สึกได้ถึงอารมณ์ตรงนั้นจริงๆ”
เฟิร์สเติมคำตอบจากสิ่งที่ข้าวตังได้อธิบายไป “ผมว่ามันเป็นแนวต่างจากที่ผมและข้าวตังเคยแสดงมาก มีมวลอารมณ์ที่หลากหลายอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นโรแมนติกหรือแฟนตาซี ซึ่งถึงแม้อีพีแรกจะมีน้ำตา เพราะต้องปูเรื่องครอบครัว แต่หลังจากนั้น ผมอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า ฟีลกู๊ดแบบสุดๆ แน่นอน”

คนดื้อ VS วุ้นแปลภาษา
ก่อนจะกลายมาเป็น ‘ไทเกอร์’ และ ‘ลิงซ์’ ที่ผู้ชมได้เห็นกัน เฟิร์สและข้าวตังต้องผ่านการเตรียมตัวหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการเวิร์คช็อปหาจังหวะตัวละคร ข้าวตังเล่าว่า การสร้างตัวละครลิงซ์เริ่มจากรายละเอียดเล็กๆ อย่างการเดินและจังหวะการใช้ชีวิต “ผมต้องปรับความช้าและเร็วให้ตัวละครดูมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ โดยสิ่งที่ต้องเพิ่มหลักๆ คือความดื้อ เพราะลิงซ์ค่อนข้างดื้อในความคิด และมีความยึดมั่นถือมั่นอยู่สูง ซึ่งเป็นความดื้อคนละแบบกับอายัน เพราะลิงซ์จะมีเรื่องบาดแผลในใจที่เขาต้องค่อยๆ แก้ไปด้วย”
ในขณะที่เฟิร์สบอกว่า ตัวละครไทเกอร์มีความใกล้ตัวเขามาก “เรียกว่าก้ำกึ่งอยู่ระหว่างเฟิร์สกับไทเกอร์เลยก็ว่าได้ครับ (หัวเราะ) มันใกล้กันมาก จนบางทีแยกไม่ออก ผมและข้าวตังเลยเวิร์คช็อปกันหลายรอบ เพื่อหาคาแร็คเตอร์ที่ใช่ออกมา ลองหาวิธีเดิน น้ำเสียง และจังหวะการพูด เช่น ไทเกอร์เป็นคนที่คอยสนับสนุนคนอื่น และเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะฉะนั้นจังหวะการพูดของเขาจะช้าลง ซึ่งจริงๆ ผมเป็นคนพูดเร็วครับ”
แม้ว่าการสร้างตัวละครจะต่างกัน แต่ความท้าทายของทั้งคู่คือ การถ่ายทอดบทบาทให้ผู้ชมเชื่อในตัวละครนั้น เฟิร์สเลยขอเล่าเสริมช่วงเวิร์คช็อป เขาเคยถามผู้กำกับตรงๆ ว่า ตัวไทเกอร์ไม่มีปมอะไรเลยเหรอ “เพราะตัวละครที่ผมแสดงก่อนหน้านี้ จะมีเรื่องราวหนักๆ อยู่เยอะเลย แต่ไทเกอร์คือฟีลกู๊ดมาก ปล่อยประจุบวกสุดๆ ฟังก์ชันของเขาคือ เป็นตัวกลางของเรื่อง และเป็น ‘วุ้นแปลภาษา’ ระหว่างคนกับสัตว์ และคนกับคน ให้ทุกคนรู้สึกดีและเข้าใจกันมากขึ้น”

มีแมวและพาร์ทเนอร์เป็นเพื่อนร่วมงาน
การทำงานกับน้องแมวมักถูกมองว่า อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่ควบคุมยากที่สุดในกองถ่าย แต่สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ กลับกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของการทำงาน เฟิร์สเล่าว่า บรรยากาศในกองถ่ายเต็มไปด้วยพลังบวกแบบสุดๆ นอกจากตัวละครที่เขาแสดง “เพราะมีแมวล้อมรอบครับ ผมเลยรู้สึกมีความสุขมาก เหมือนมีน้อง ๆ มาเติมใจให้หายเหนื่อย”
ส่วนข้าวตังเองก็รู้สึกสบายใจกับการทำงานในกองนี้ เพราะเขาเองก็เลี้ยงแมวอยู่แล้วด้วยเหมือนกัน “ผมใช้คำว่า ราบรื่นมาก เพราะน้องและผมอยู่ด้วยกันได้อย่างผาสุกครับ (หัวเราะ) ฉากไหนที่ต้องนิ่ง เขาก็นิ่งอยู่ให้เรานานมากครับ แต่ตัวที่เด็กหรือมีความน้องน้อยหน่อยๆ ก็จะมีความซิ่งบ้าง ก็ใช้มุมกล้องช่วยเล่าเรื่องเอา”
ท่ามกลางความวุ่นวายเล็กๆ จากเหล่าน้องแมว อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้การทำงานของทั้ง 2 คนไหลลื่น คือพลังของพาร์ทเนอร์ในการแสดง เพราะในหลายฉากของเรื่อง พวกเขาต้องสื่อสารอารมณ์ถึงกัน โดยแทบไม่ใช้คำพูดเลย ซึ่งเฟิร์สพูดยกตัวอย่างฉากหนึ่งในช่วงท้ายของเรื่อง “เป็นซีนที่ไทเกอร์เล่นเปียโนครับ เป็นฉากอารมณ์ที่ไม่มีบทพูด แต่ตอนแสดงความรู้สึกผมมาเต็มแบบสุดๆ”
แม้จะไม่มีบทสนทนา แต่ในความคิดของเฟิร์ส เขามีเพียงประโยคเดียวที่อยากส่งไปถึงคู่แสดงนั่นคือ ไม่เป็นไร เก่งมาก ดีแล้ว และข้าวตังเองก็รับรู้ถึงพลังนั้นได้เช่นกัน “แม้จะไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากของตัวละคร แต่ผมได้รับพลัง อารมณ์ และความรู้สึก จากเขาแบบเต็มที่ จนกลายเป็นเมจิกโมเมนต์ที่ดีมากๆ สำหรับผมเลย”

ความเรียบง่ายที่แสนพิเศษ
หากมองจากซีรีส์ ความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องนี้ค่อย ๆ เติบโตอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เราจึงหยิบแก่นของเรื่องนี้มาถามทั้งคู่ถึงความหมายของ ‘ความเรียบง่าย’ ในวันนี้ของพวกเขา ข้าวตังให้นิยามสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยพลัง “ความเรียบง่ายของผมคือความสบายใจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ”
เฟิร์สเองก็มีมุมมองไม่ต่างกัน เขายอมรับว่า เป็นคนที่ชอบจังหวะชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไป “ความสัมพันธ์ที่แข็งแรง อาจไม่ได้ต้องการช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่หรือหวือหวาเสมอไป อาจเป็นเพียงการแบ่งปันพื้นที่เล็กๆ ให้เราได้แลกเปลี่ยนหรือพูดคุยกัน หรือรู้กันว่า ทำแบบนี้เขาจะไม่ชอบ เราก็จะไม่ทำ ผมว่านี่คือความเรียบง่ายในแบบของผมนะ”
สำหรับทั้งคู่ ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวไม่ได้เกิดขึ้นจากเรื่องใหญ่โต แต่เกิดจากการรับฟังกันและกัน ซึ่งจากบทสนทนาตรงนี้ ทำให้เราได้ต่อยอดไปถึงอนาคตและสิ่งที่ทั้งคู่สนใจจะทำร่วมกัน นอกเหนือจากงานแสดง เฟิร์สตอบขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะ “อยากทำร้านหมูกระทะครับ เริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวเลย เพราะปกติผมชอบกินหมูกระทะ อยากเปิดร้านหมูกระทะที่ทุกคนเข้าถึงได้ ส่วนข้าวตังชอบร้านนั่งชิล มีดนตรีสด เลยอยากนำทั้ง 2 อย่างมารวมกัน ผมว่าน่าจะเป็นร้านที่น่าสนใจมากเลย” เมื่อเฟิร์สขยายความเรื่องนี้จบ ข้าวตังพยักหน้าทันทีพร้อมกับรอยยิ้ม
คำถามถึงตัวละคร
ในฐานะที่อยู่กับตัวละคร ‘ไทเกอร์’ และ ‘ลิงซ์’ มาตั้งแต่เริ่มแรก เราเลยลองโยนคำถามเล่นๆ ส่งท้ายการพูดคุยครั้งนี้ให้ทั้ง 2 คนจินตนาการว่า หากมีโอกาสได้เจอตัวละครของตัวเองจริงๆ และถามได้เพียงหนึ่งคำถาม พวกเขาอยากถามอะไร และในฐานะที่อยู่กับตัวละครมานาน ให้สวมบทบาทตัวละครมาตอบสิ่งนี้ คิดว่าตัวละครจะตอบว่าอะไร
ข้าวตังเริ่มต้นถามทันทีว่า “ผมจะถามลิงซ์ว่า ภาษารักของลิงซ์คืออะไร” แล้วเขาก็หัวเราะก่อนจะตอบเป็นตัวละครออกมาว่า “น่าจะเป็นไทเกอร์ ที่เขาพยายามเข้าใจและส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้ทั้งคนและสัตว์ครับ”
ส่วนคำถามของเฟิร์สกับ ‘ไทเกอร์’ แสนจะเรียบง่าย “ผมจะถามเขาว่า หายแพ้ขนแมวหรือยัง” และคำตอบที่เขาคิดว่าไทเกอร์จะตอบคือ “ดีขึ้นแล้วครับ แต่ยังไม่หายขาด อาจต้องใช้เวลาสักพัก”
ในสายตาผู้ชม “ภาษารัก” ของไทเกอร์และลิงซ์ได้ทำงานอย่างสมบูรณ์แล้ว และไม่ว่าในอนาคต เราจะได้เห็นร้านหมูกระทะหรือบาร์ในฝันของพวกเขาหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่แน่นอนในสายตาของผู้อ่าน (รวมถึงผู้สัมภาษณ์ด้วย) นั่นคือความสัมพันธ์ที่เรียบง่ายนี้ จะยังคงเป็นแรงผลักดันให้ทั้งคู่เติบโตในเส้นทางที่สวยงามของตัวเองต่อไป
เป็นกำลังใจให้ ‘เฟิร์ส-ข้าวตัง’ ในซีรีส์ ‘เปย์รักด้วยแมวเลี้ยง’ ทุกวันอังคาร เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM25 และทางแอปพลิเคชัน TrueVisions NOW
Photographer: Donlaporn Suchayanon @tahchh
Clothes: @pitnapatofficials
Makeup: @parplernmakeups
Hair: @jareji
Editor in Chief: Austin Thein
Photo Assistants: @gur_kerdsup @ntp.ff
Interview: Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz

