Cover Interview – Beauty Reborn

ซันชายเปิดใจแบบไร้แผนลับ กับวันที่การเติบโตไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

จากเวทีไทยซูเปอร์โมเดล 2024 สู่นักแสดงน้องใหม่ที่น่าจับตามองภายใต้สังกัด TSM MANAGEMENT ซันก้องภพ บรรณทองและ ชายสมชาย เจริญสุขคือหนึ่งในคู่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา จากเคมีที่โดดเด่นในซีรีส์แนวตั้ง Boys’ Love โรแมนติกคอเมดี 21 DAYS SUNSHINE : 21 วันของฉันกับเธอ ซึ่งพาทั้งคู่แจ้งเกิดพร้อมกัน และในปีเดียวกัน ทั้งสองยังได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในละครหลังข่าว แผนรักฉบับร้าย กับบทบาท วาโย และ สารัช ที่ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญบนเส้นทางการแสดงของพวกเขา

POSH Magazine Thailand จึงขอชวนทั้งคู่มานั่งพูดคุยผ่านชุดคำถามที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องผลงานเท่านั้น แต่ยังพาไปสำรวจทัศนคติและการเรียนรู้ที่หล่อหลอมพวกเขาในแต่ละก้าวของการเติบโต ในวันที่ซันและชายยังคงยืนอยู่ในบทบาทของคำว่า นักแสดงใหม่ ที่ทุกความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นผลลัพธ์ของความตั้งใจ การลงมือทำ และการเติบโตอย่างมีความหมายในแบบของตัวเอง

 

จะโมโหหรือโกรธมากที่สุดถ้ามีคนทำนิสัยแบบไหนใส่คุณ

ซัน: ผมไม่ชอบคนที่ไม่เคารพเราหรือพูดจาไม่ให้เกียรติ ซึ่งผมเคยเจอตอนโรงเรียนประถม มีน้องคนหนึ่งนิสัยกวนมาก ซึ่งตอนพูดเขาคงไม่คิดอะไร แต่ผมคิดว่ามันเป็นการไม่ให้เกียรติผม ซึ่งถ้าผมเจอคนแบบนั้นอีก ผมจะไม่ยุ่งและปล่อยเขาไป ไม่ต้องรู้จักกันเลยจะดีกว่า

ชาย: สำหรับผมคือการ ‘เอาเปรียบ’ ครับ ทั้งลับหลังแล้วก็ต่อหน้าด้วย ผมไม่ชอบที่สุดและจะโกรธมาก เรื่องนี้ผมเคยมีเรื่องฝังใจช่วงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ทำงานกลุ่มกับเพื่อนสนิท แต่มีคนหนึ่งในกลุ่มไม่ยอมช่วยอะไรเลย ทั้งที่เพื่อนคนอื่นลำบากกันมาก และเขาก็ช่วยได้ แต่เลือกที่จะไม่ช่วย สุดท้ายวันสอบเขาก็ยังได้คะแนนเท่าเดิม เลยรู้สึกไม่โอเคมากๆ เลย

หนึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดจากการแสดงละคร ‘แผนรักฉบับร้าย

ซัน: สำหรับผมคือการจัดการตัวเองในฐานะ ‘ตัวละคร’ ในซีรีส์ก่อนหน้านี้ผมเล่นเป็นตัวเองค่อนข้างมาก แต่เรื่องนี้ผมต้องเป็น ‘วาโย’ ซึ่งไม่ใช่ตัวเราเลย ต้องสร้างท่าทางและกิริยาคำพูดขึ้นมาใหม่ทั้งหมด รวมถึงเรียนรู้การเชื่อมต่ออารมณ์กับพาร์ทเนอร์อย่างพี่ชายด้วยครับ เลยคิดว่ายากและได้เรียนรู้ประมาณหนึ่งเลย

ชาย: ผมมองว่า เป็นการจัดการกับความรู้สึกและความคิดของตัวเองครับ เรื่องนี้ผมต้องคุมความตื่นเต้นให้ได้ เพราะปกติเป็นคนพูดเร็วมาก จนลิ้นพันกัน จากเดิมที่จัดการตัวเองได้แค่ประมาณ 10% ในเรื่องก่อน ตอนนี้ผมว่าทำได้ราวๆ 60–70% แล้ว รวมถึงเริ่มรู้ว่า ตัวเองต้องเติมตรงไหน ก็เอาจุดนั้นมาทำการบ้านเพิ่มและใส่ลงไปในละครเรื่องนี้ครับ”

อะไรในตัวละคร สารัชวาโยที่จัดการยากที่สุด

ชาย: ในตัว ‘สารัช’ คือความเครียด เขาคิดเยอะเรื่องครอบครัว มองว่าตัวเองเป็นภาระ อยากแบ่งเบาภาระพี่สาวที่ต้องทำงานหนักเพราะพ่อป่วย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ชีวิตจริงผมไม่เคยเจอมาก่อน เลยเป็นโจทย์ยากว่าจะถ่ายทอดความเครียดนั้นออกมายังไงให้สื่อสารถึงผู้ชมมากที่สุด

ซัน: ของผมยากที่สุดคือความรู้สึกของ ‘วาโย’ ครับ บางทีผมจับอารมณ์เขาไม่ชัดว่า เขารู้สึกยังไงกันแน่ อย่างฉากที่โดนหอมแก้ม ผมก็งงเลยว่า วาโยควรจะรู้สึกยังไง ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจตัวละครให้ลึกที่สุดครับ

 

ถ้ามีโอกาสบอกอะไรกับตัวละครที่คุณเล่นได้หนึ่งอย่าง

ชาย: สารัช…ไม่ต้องคิดมากนะ เรามีครอบครัวที่อบอุ่นและรักเรามาก อย่าไปมองว่าตัวเองเป็นภาระ ใช้ชีวิตกับปัจจุบันให้มีความสุข และชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองเข้าไว้ครับ

ซัน: วาโย…คุณขี้วีนไปหน่อย และติดเป็นลูกคุณหนูเกินไป บางครั้งก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์บ้าง ไม่งั้นเพื่อน ๆ จะเหนื่อยเอานะ

 

ในฐานะพาร์ทเนอร์ สิ่งไหนที่คุณมั่นใจในตัวอีกฝ่ายมากที่สุด

ชาย: ผมกล้าพูดเลยว่าเป็นเรื่อง ‘วินัย’ ครับ ซันเป็นคนทำการบ้านมาเยอะมาก ไดอะล็อกไม่เคยพลาด ผมมั่นใจในตัวเขาได้เต็มที่ แค่ผมจัดการส่วนของตัวเองให้ดีก็พอ

ซัน: ผมมั่นใจในความนิ่ง มีสติ และความเป็นผู้ใหญ่ของพี่ชายครับ เขาคุมสถานการณ์เก่งมาก อยู่กับเขาแล้วผมรู้สึกปลอดภัย เหมือนเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายที่คอยซัพพอร์ตผมเสมอ โดยเฉพาะวันที่ผมไม่มีสติ ผมมั่นใจว่าเขาคุมผมได้ครับ

 

เรื่องไหนในชีวิตที่อยากลืมหรือลบออกมากที่สุด

ชาย: จริงๆ ผมคิดว่าลบไม่ได้ เพราะทุกอย่างคือส่วนหนึ่งของตัวเรา แต่ถ้าเลือกได้ ผมอยากลบตอนเด็กที่ไปสลักชื่อตัวเองไว้บนเสาไม้ตึกเก่าที่โรงเรียน ทุกวันนี้ไปงานเลี้ยงรุ่น ชื่อ ‘ชาย’ ก็ยังอยู่ตรงนั้น เพราะมันสูงมากจนไม่มีใครลบได้ ผมอยากลบออกจริงๆ

ซัน: ผมอยากลบความขี้อายสมัยเด็กครับ ขี้อายจนปวดฉี่ตอนเรียนภาษาอังกฤษแต่ไม่กล้าขอครูไปเข้าห้องน้ำ สุดท้ายฉี่ราดกลางห้อง เพื่อนทักจนทั้งห้องรู้ ตอนนั้นเหมือนหูอื้อตาบอดไปหมด อยากลบความขี้อายนั้นออกไปจริงๆ ครับ

 

หนึ่งสิ่งที่คนมักเข้าใจคุณผิดมากที่สุด

ชาย: คนมักคิดว่าผมนิ่งๆ ดูเป็นลูกคุณหนู แต่จริงๆ ผมเป็นลูกชาวสวน ทำงานใช้แรงมาตลอด และถ้าอยู่กับคนสนิทหรือได้เริ่มคุยแล้ว ผมจะพูดเก่งมาก เม้าท์เพลินเลยครับ

ซัน: หลายคนคิดว่าผมหยิ่งหรือแอ็ค อาจเพราะผมหน้านิ่งและไม่ค่อยกล้าทักใครก่อน ความจริงคือผมขี้กลัวและแคร์ความรู้สึกคนอื่นมาก คิดตลอดว่า ถ้าพูดไป เขาจะโอเคไหม เลยกลายเป็นคนไม่ค่อยเปิดกับคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมดีขึ้นแล้วครับ ทักได้ (หัวเราะ)

ถ้าเปรียบชีวิตเป็นภาพยนตร์ ช่วงไหนคือ จุดไคลแมกซ์มากที่สุด

ชาย: ถ้าเรื่องการทำงาน ปีนี้เป็นปีที่เราได้พัฒนาตัวเองมาก แต่ถ้าเป็นจุดพีคเรื่องชีวิตตัวเอง ก็คงเป็นช่วง ม.ต้น ถึง ม.ปลาย ที่ผมเกเรและต่อต้านครอบครัว ไม่รับสายพ่อแม่จนท่านเป็นห่วง ทั้งที่ร้านเกมกับบ้านห่างกันแค่กิโลเดียว ตอนนั้นผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันครับ

ซัน: ทั้งปีนี้เลยครับ เป็นปีที่ผมอายุครบ 20 ปี และเติบโตแบบก้าวกระโดด ได้เข้าใจชีวิตมากขึ้นจากการเข้าวงการบันเทิง ผมดีใจกับตัวเองที่ยอมสู้ และได้เห็นว่าการทำอะไรให้เต็มที่ ผลลัพธ์มันดีขนาดไหน ซึ่งผมเห็นผลลัพธ์นั้นชัดมากครับในปีนี้

 

ในวันที่ยังคงยืนอยู่ภายใต้คำว่า นักแสดงใหม่ซันและชายเลือกเติบโตบนเส้นทางความตั้งใจ ทั้งการแสดงและคำถามที่เราส่งไป POSH Magazine Thailand ขอส่งกำลังใจให้ทั้งคู่ในบทบาท วาโยและ สารัชกับละคร แผนรักฉบับร้ายโดยติดตามด้ทุกวันจันทร์อังคาร เวลา 20:30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมย้อนหลังได้ทาง Netflix

 


Makeup: @dearnaya’

Hair: @ayapalee

Clothes: @dudee_official

Editor in Chief: Austin Thein

Interview: Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz