‘ไบร์ท–นรภัทร’ กับ 9 คำค้นหาและคำตอบของผู้ชายที่ตรงไปตรงมาที่สุด
ในโลกของละคร “บนพระจันทร์มีกระต่าย” ทางช่อง one31 เขาคือ “จิระ” หนุ่มบาร์โฮสต์ตัวท็อปที่กลายเป็นชนวนความรักซับซ้อนระหว่างหญิงสาวสองคนจากโลกที่ต่างกันสุดขั้ว แต่ในโลกความจริง “ไบร์ท–นรภัทร วิไลพันธุ์” คือผู้ชายที่สะกดใจผู้ชมด้วยตัวตนที่จริงใจและเด็ดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน เขาไม่ได้แค่แสดงบทของชายหนุ่มที่กล้ารัก กล้าแลก และกล้ายืนหยัด เพื่อความรู้สึกในละครเท่านั้น แต่ในชีวิตจริง ไบร์ทเองก็เป็นคนที่กล้าเผชิญหน้ากับคำถามทุกมุมของชีวิตอย่างไม่หลบสายตา


และนี่คือโอกาสที่เราจะได้รู้จัก “จิระ” ในเวอร์ชันที่เป็นตัวตนของ “ไบร์ท” จริงๆ ผ่าน 9 คำค้นหายอดฮิตผ่านเว็บค้นหาชื่อดัง แอปพลิเคชั่นสีดำ แอปพลิเคชั่นสีแดง ซึ่งเวลาค้นหาชื่อของไบร์ท เรามักจะเห็นคำอื่นๆ ปรากฏหลังชื่อเขาอยู่เสมอ ซึ่งนั่นเราอนุมานได้ว่า น่าจะเป็นสิ่งที่แฟนๆ อยากรู้เกี่ยวกับตัวตนและความคิดของเขามากที่สุด POSH MAGAZINE THAILAND เลยชวน “ไบร์ท” นั่งจับเข่าคุยและพูดถึงคำค้นหาเหล่านั้นอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีกั๊ก ไม่ปรุงแต่ง พร้อมพาไปรู้จักวิธีคิด มุมมองชีวิต และหัวใจของชายหนุ่มที่กล้ารัก กล้าเลือก และกล้าเป็นตัวเองอย่างแท้จริงคนนี้
ไบร์ท นรภัทร | คือใคร
ผมเหรอ…ผมคือดาราที่แปลก (หัวเราะ) เพราะผมเติบโตมาในวงการบันเทิงในยุคเปลี่ยนผ่านพอดีเปลี่ยนผ่านในที่นี้คือยุคก่อนความเป็นดาราอาจมีมาดและภาพลักษณ์บางอย่างจำกัดอยู่แต่ผมเข้ามาอยู่ในช่วงรอยต่อนั้นระหว่างรักษาภาพลักษณ์กับโชว์ตัวตนและความเป็นจริงของตัวเองถามว่าผมเลือกเวย์ไหนเหรอแน่นอนเลือกความเป็นตัวเองอยู่แล้วเพราะความเป็นตัวเองทำให้ผมยืนระยะและเป็นที่รู้จักในวงการได้จนถึงทุกวันนี้
ผมเลยมองว่าตัวเองไม่ค่อยมีเลเยอร์กับคนมากชอบก็จะบอกว่าชอบไม่ชอบก็เลือกที่จะเดินหนีผมเลยน่าจะเป็นดาราคนแรกๆที่แปลกในสายตาคนอื่นที่กล้าเปิดเผยตัวตนให้หลายคนหรือแม้กระทั่งแฟนคลับได้รู้ถึงความเป็นตัวเองขนาดนี้
ไบร์ท นรภัทร | บนพระจันทร์มีกระต่าย
ในแง่การแสดง มันเป็น “ร่อง” ที่ผมไม่เคยเล่นมาก่อนคือเล่นน้อยแต่มากมีความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งตอนเล่นละครช่วงแรกๆผมเคยโดนวิจารณ์ว่าเล่นแข็งมันเลยกลายเป็นเหมือนปมในใจที่ฝังอยู่ลึกๆเลยตั้งใจว่าต่อไปนี้จะขอแค่ให้ผู้ชมบอกว่าเล่นเป็นธรรมชาติให้ได้เหมือนมนุษย์จริงๆผมเลยเดินทางด้วยเป้าหมายนี้ที่อยากให้การแสดงของตัวเองเป็นธรรมชาติที่สุด
แต่พอมาเรื่องนี้ ในช่วงแรกๆ ยอมรับว่า ไม่คุ้น ด้วยความโมเดิร์นของเส้นเรื่อง จังหวะ ความเรียล หรือภาพรวมต่างๆ ก็เปลี่ยนไปหมด ตอนถ่ายแรกๆ เลยไม่ค่อยมั่นใจ เหมือนกับว่า “หืม? ผ่านแล้วเหรอ?” เพราะปกติถ้าเล่นแบบรู้สึกเยอะ ก็ต้องแสดงเยอะตามไปด้วย แต่เรื่องนี้เราเล่นออกมาแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ของความรู้สึกที่มีจริง ทีมก็ให้ผ่านแล้ว ผมก็ยังลังเลว่า มันจะออกมาดีไหม
แต่พอถ่ายไปเรื่อยๆ ก็เริ่มคุ้น มั่นใจ และรู้สึกสบายใจในการแสดงมากขึ้น ไม่เขิน ไม่อายเวลาเห็นละครออกอากาศ เพราะเราเล่นเป็นมนุษย์คนหนึ่งจริงๆ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของคนคนหนึ่งจริงๆ และที่สำคัญคือ ผลตอบรับจากผู้ชมดีถึงดีมาก สำหรับผมนี่คือ สิ่งที่ประทับใจและมีความสุขที่สุดแล้วครับ


ไบรท์ นรภัทร | เจย์
เป็นบาร์โฮสต์หนุ่มที่ผมรู้สึกว่า จริงๆ แล้วเขาคล้ายๆ กับผมเหมือนกันนะ คือเขาเข้ามาในอาชีพนี้แบบไม่มีอะไรเลย จุดเริ่มต้นของเขาคือ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งไบร์ทกับเจย์เองก็เหมือนกันเลย ตอนวันแรกที่เข้าวงการบันเทิง ผมอายมาก อายเพื่อน อายพ่อแม่ อายญาติพี่น้อง รู้สึกว่า เราเป็นเด็กเกเร เด็กห่ามๆ อยู่ดีๆ ต้องมาแต่งหน้า ทำผม ในตอนนั้นมันรู้สึกเขินเหมือนกัน ไม่ใช่ตัวเราเลย
สุดท้ายผมค่อยๆ เรียนรู้ ปรับตัว กลมกลืน และลงมือทำ เพราะนึกถึงคนข้างหลัง พ่อแม่ อนาคตของครอบครัว ความเป็นอยู่ของพวกเขา แล้วพอมาถึงจุดหนึ่ง ก็เริ่มมีคำถามขึ้นมาอีกว่า จะทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน เจย์ก็อยากเลิก ผมเองก็เคยรู้สึกว่า อยากหยุดเหมือนกัน แต่ก็มีบางอย่างที่ฉุดผมไว้ ยังเลิกไม่ได้ อย่างเจย์ เขามีทางเลือกตอนที่อาชีพกำลังพีค เขาต้องตัดสินใจว่า จะหาเงินต่ออีกหน่อย หรือจะวางทุกอย่าง แล้วเลือกความรัก เพราะเขาเลือกทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ได้
สำหรับผม ผมอยากมีลูก อยากมีครอบครัว แต่ถ้าจะมีลูกจริงๆ ก็อาจต้องเลือกบางสิ่ง และทิ้งบางอย่างไปเหมือนกัน มันเลยเป็นทางแยกที่คล้ายกันมาก ผมเลยอินกับบทเจย์สุดๆ ดังนั้น ถ้าจะให้พูดว่า ผมเชื่อมโยงกับตัวละครแค่ไหน เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ผมให้ 98 เปอร์เซ็นต์ เลย อีก 2 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เหมือนก็คือ “อาชีพ” เท่านั้นเอง เพราะบทนี้ “พี่เจี๊ยบ” (วรรธนา วีรยวรรธน) เขียนมาจากตัวผมจริงๆ อย่างบางคำพูดในบท เช่น “เคๆ” หรือ “เอางั้นก็ได้” เป็นคำพูดที่ผมพูดในชีวิตจริง แล้วพอเห็นคำพูดอยู่ในบทแทบจะตลอดๆ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า…นี่มันไบร์ทชัดๆ เลย
ไบร์ท นรภัทร | เก้า สุภัสสรา
ผมติดตามผลงานพี่เก้ามาตั้งแต่ตอนที่ตัวเองยังเป็นแค่เด็ก ม.3 ม.4 ยังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับวงการบันเทิงเลย ตอนนั้นพี่เขาก็โด่งดังมากแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน แล้วมีใครสักคนมากระซิบบอกผมว่า “วันหนึ่งนายจะได้เล่นละครกับนางเอกคนนี้นะ” ผมคงไม่เชื่อตัวเองแน่ๆ พอมาถึงวันนี้ที่ได้ร่วมงานกันจริงๆ ก็รู้สึกภูมิใจมาก แอบคิดด้วยซ้ำว่า เพื่อนนักแสดงหลายคนในช่อง น่าจะมีอิจฉาผมอยู่บ้างแหละ (หัวเราะ)
ตอนแรกที่ผมยังไม่รู้จักพี่เก้า ผมก็แอบเกร็งๆ นะ เพราะเขาดูนิ่งๆ หน้าดุๆ หน่อย ยังคิดอยู่เลยว่า “จะชวนเขาคุยเรื่องอะไรดี” อยากคุยด้วยนะ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง จนเหมือนมีอะไรดลใจให้เราไปลงเรียนคลาสแอคติ้งคลาสเดียวกัน แล้วก็บังเอิญได้เจอกันในคลาสนั้นพอดี กลายเป็นว่า ได้ทำความรู้จักกันจริงๆ จากตรงนั้น และพอสนิทกัน ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น เริ่มคุยกันได้ยาวขึ้น แลกเปลี่ยนกันได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เราชอบเหมือนกัน อย่างเรื่องการลงทุน การเลี้ยงหมา คือคุยกันยาวได้ไม่รู้จบเลย พอมีพื้นที่ให้เป็นตัวเองแบบนั้น เลยทำให้ผมรู้สึกสบายใจและมั่นใจมากขึ้น ทุกอย่างจึงลื่นไหลไปเองโดยไม่ต้องฝืนอะไรเลย
ไบร์ท นรภัทร | ชุดนักเรียน
ผมจำได้เลยว่ารูปไหน เพราะเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่คนน่าจะเริ่มพูดถึงผมเป็นครั้งแรกในชีวิตเลย แล้วตอนนั้นในโซเชียลมีเดียก็ฮือฮาอยู่พอสมควร ซึ่งผมเองก็ไม่คิดนะว่า รูปนั้นจะไวรัลขนาดนี้ คิดแค่ว่า คงมาแค่รอบเดียว แล้วก็เงียบไป แต่กลายเป็นว่า ทุกปีก็จะวนกลับมาหาผมอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงวันเด็ก หรือเวลาละครผมออกอากาศ
ผมยังจำหน้าคนที่ถ่ายรูปได้อยู่เลยนะ เพราะตอนนั้นเขาไม่ได้มาขอถ่ายจริงจัง เหมือนเดินผ่านแล้วก็ถ่ายไปเรื่อยๆ แต่ที่น่าประทับใจคือ หลายปีผ่านไป อยู่ดีๆ ได้เจอเขาในขณะที่ผมทำงานอยู่ แล้วเขาเดินมาบอกว่า “รูปนั้นเขาเป็นคนถ่ายเอง” ผมนี่ว้าวเลย ประทับใจมาก เพราะรูปนั้นถ่ายเมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว ตอนผมอยู่ปี 1 เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย แล้วไปร่วมงาน Back to School ของทางมหาวิทยาลัยคำนี้เลยเป็นโมเมนต์เล็กๆที่ผมไม่เคยลืมเลยจริงๆ


ไบร์ท นรภัทร | ศาสนา
ผมเริ่มเปิดใจเรื่องศาสนา เพราะการไปถ่ายละครเรื่อง “ใต้หล้า” นี่แหละ มีอยู่วันหนึ่งที่รอเข้าฉากในห้องสมุด เป็นฉากที่ตัวละครแอบมองฟ้ารุ่ง แล้วโรงเรียนนั้นเป็นโรงเรียนคริสเตียน ระหว่างที่รออยู่ ผมไม่มีอะไรทำ ก็เลยหยิบหนังสือบนชั้นมาสุ่มอ่าน แล้วบังเอิญเป็น “พระคัมภีร์”
ต้องบอกตรงๆ ว่า ก่อนหน้านั้น ผมไม่ค่อยเปิดใจเรื่องศาสนาเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยมีโอกาสศึกษาอย่างจริงจัง แต่พอได้เปิดอ่านพระคัมภีร์วันนั้น เหมือนมีบางอย่างคลิกกับผม ผมรู้สึกว่า วิธีการเล่าเรื่องของเขาน่าสนใจมาก เป็นการสอนให้คนทำดี ผ่านเรื่องเล่าแบบเรียบง่าย และเนื้อหาไม่ได้ซับซ้อน แค่บอกว่า “พระเจ้าทำอย่างไร ก็จงทำตามนั้น”
ฟังดูง่ายแต่ทรงพลังมากผมก็เลยเริ่มสนใจและค่อยๆศึกษาต่อจากจุดนั้น
จนกระทั่งปีที่ผ่านมา ผมเริ่มกลับมาเข้าโบสถ์จริงจังมากขึ้น ได้ไปร่วมร้องเพลงสรรเสริญ ได้เรียนรู้พระคัมภีร์กับคนอื่นๆ ซึ่งนั่นทำให้ผมเข้าใจคำว่า “ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ” จริงๆ และเป็นพื้นที่ที่รู้สึกสงบ เป็นตัวเอง และได้หยุดคิดทบทวนชีวิตในแบบที่อาจไม่ค่อยได้ทำในชีวิตประจำวัน
ไบร์ท นรภัทร | มิวซ์ ณัฐวิทย์
มิวซ์ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานนะ เป็นคู่จิ้นเงาที่แฟนๆ พูดถึงกันเยอะเลย (หัวเราะ) เรื่องเริ่มจากตอนแฟนมีตวันเกิดผมเมื่อปีที่แล้ว มีแฟนคลับมาบอกว่า “ขออะไรได้มั้ย?” ผมเลยบอกว่า “ได้หมดเลย” เขาก็พูดขึ้นมาว่า “อยากให้เล่นเกมกับมิวซ์ได้มั้ย?” ผมก็ตอบตกลง
หลังจากตกลงกับแฟนคลับ กว่าจะได้เล่นกันจริงๆ คือผ่านไปหลายเดือน ซึ่งบอกเลยว่า โกลาหลมาก แค่เซ็ตอุปกรณ์ปาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ทั้งเสียงสะท้อน คอมพิวเตอร์มีปัญหา ผมบ่นยับ คนดูก็รอเฝ้าดูกันใหญ่ รอดูผมงมหาทางแก้ไปเรื่อยๆ (หัวเราะ) กว่าจะได้เริ่มเล่นจริงก็เกือบเที่ยงคืน แล้วก็เล่นยาวถึงตี 3 เลย
วันนั้นเป็นวันแรกจริงๆ ที่ได้คุยกับมิวซ์แบบยาวๆ คุยกันจริงจัง หลังจากที่รู้จักกันมาเกือบ 8-9 ปี ซึ่งมันก็สนุกดี และพอเล่นแล้ว เคมีก็เข้ากันได้ดี เลยเข้าใจว่า ทำไมแฟนๆ ถึงเชียร์ให้เล่นด้วยกัน ล่าสุดนี้ ก็เพิ่งนัดกันจะเล่นเกมด้วยกันอีกครั้ง แต่ผมดันเบี้ยวนัดเขา…ไม่น่ารักเลย (หัวเราะ) ต้องขอแก้ตัวนิดหนึ่ง วันนั้นเป็นวันที่ผมเพิ่งปิดกล้องละครพอดี แล้วไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันไหม แต่สำหรับผม วันที่ปิดกล้องคือ “โหมดปิดทุกอย่าง” ผมหยุดหมดเลย ทั้งโทรศัพท์ ทั้งโซเชียลฯ หายจากโลกไปเลย แล้วก็ดันลืมไปว่า นัดเขาไว้ ยังไงเดี๋ยวขอนัดใหม่แน่นอน สัญญา!
ไบร์ท นรภัทร | ไม่กินผัก
ตอนเด็กๆ คือไม่กินเลย แม่ยังเล่าให้ฟังอยู่เลยว่า ตอนอยู่บ้าน ผมกินได้นะ แต่พอเข้าอนุบาลหรือประถมนี่แหละ จำไม่ได้เป๊ะๆ แต่วันนั้นกินข้าวที่โรงเรียน แล้วผักมันขมมาก ขมแบบฝังใจ ขมแบบรู้สึกว่า “นี่มันผักอะไรเนี่ย” ผมก็เลยจำฝังหัวมาตั้งแต่นั้นว่า “ผัก = ขม = ไม่อร่อย” แล้วก็ไม่แตะอีกเลย
ถ้าถามว่า ผักจากอาหารโรงเรียนตอนนั้นที่ทำให้ฝังใจคืออะไร ผมจำไม่ได้จริงๆ น่าจะอะไรที่เขียวๆ แบบฟักหรือผักชีสักอย่างนี่แหละ ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะตอนนั้นเด็กมาก และอาหารโรงเรียนคือต้องกินตามที่เขาทำไว้เลย ยังเลือกเองไม่ได้ แต่ตอนนี้ดีขึ้น ผักที่กินได้มีเยอะขึ้นแล้ว อย่างกะหล่ำ ผักกาด คะน้า ผักบุ้ง แตงกวา ถั่วฝักยาว เริ่มไหวแหละ ส่วนผักที่ยังทดลองกินอยู่ ก็จะมี “บรอกโคลี” ที่ถ้ามากับกล่องสเต๊กแบบมี 3 ชิ้น ผมก็จะกินได้ประมาณชิ้นครึ่ง ถือว่าพัฒนาขึ้นมากจากเมื่อก่อน ส่วนอีกตระกูลหนึ่งอย่าง “ดอกกะหล่ำ” ถ้าอยู่ในแกงส้มชุ่มๆ ผมก็กินหมดเลย เพราะผมชอบซดน้ำแกง

ไบร์ท นรภัทร | หล่อ สูง ซิกซ์แพค
ผมไม่ได้มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น ถ้าจะบอกว่า “ดูดีบ้าง” ก็พอได้ ตัวสูง มีตา มีจมูกครบอะไรแบบนั้น แต่ไม่ได้รู้สึกว่า ตัวเองมีออร่าหรือโดดเด่นอะไรขนาดนั้นเลย ผมว่าผมก็แค่เด็กบ้านๆ คนหนึ่ง ไม่ได้มีอะไรพิเศษ หล่อจัดก็ไม่ใช่ รู้สึกว่า ตัวเองยังมีความบ้านๆ อยู่เยอะมาก แล้วก็ยังมีมุมเซอร์ๆ เฉื่อยๆ ที่อยู่กับผมมาตลอด
เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ตอบจากคำค้นหายอดฮิตแบบ “หล่อ สูง ซิกซ์แพค” ผมขอใช้คำว่า “ถูกครึ่งนึง” แล้วกัน และขอมองตัวเองว่า เป็นคนที่ “ดูดีประมาณนึงในบางเวลา” แล้วกัน ขึ้นอยู่กับวันด้วยจริงๆ บางวันก็ดูโอเค บางวันก็…เออ ช่างมันเถอะ (หัวเราะ)
ไม่ว่าจะเรื่องการแสดง ตัวละคร ตัวตน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ไบร์ทเอาอยู่ทุกคำค้นหายอดฮิต พร้อมเล่าทุกอย่างด้วยความจริงใจและเป็นธรรมชาติ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ชายตรงไปตรงมาคนนี้ด้วย ทั้งชีวิตและเรื่องการแสดงกับผลงานล่าสุด “บนพระจันทร์มีกระต่าย” ออกอากาศทุกวันจันทร์–อังคาร เวลา 20.30 น. ดูสดได้ทางช่อง one31
ดูย้อนหลัง ฟรี ทางแอป oneD ที่เดียว ดูได้ทุกอุปกรณ์ ดูจอใหญ่บน SMART TV ได้แล้ววันนี้


