Categories

To top
7 Jun

THE STAR 12

Untitled-1

บิ๊ก กฤษฎา จันทร์ดี

หนุ่มซื่อเสียงดี เจ้าของแชมป์ ‘The Star 12’

ผู้ชายที่เดินตามความฝันและแบกความหวังของครอบครัวเข้ามาประกวดเวทีเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว แม้ว่าต้องใช้เวลาหลายปี แข่งขันกับคนหลายหมื่นคนที่มีความฝันเดียวกัน แต่ปีนี้เขาคือ เดอะสตาร์คนที่ 12 ของประเทศไทย

ทำไมจึงทิ้งระยะเวลานานกว่าจะตัดสินใจเข้ามาประกวดเดอะสตาร์อีกครั้งคะ

“ปีแรกที่มาประกวดคือเดอะสตาร์ 6 มีพี่โตโน่ ริท และพี่กันต์เป็น 3 คนสุดท้าย ตอนนั้นผมอายุ 18 เอง ยอมรับว่า มาประกวดเพราะอยากลอง ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ผลออกมาคือตกรอบ (หัวเราะ) จากนั้นก็เริ่มฝึกร้องเพลง เล่นดนตรี ช่วงนั้นเรียนและทำงานไปด้วย คือร้องเพลงเล่นดนตรีนี่แหละครับ  จากนั้นพอเรียนจบ มีงานร้องเพลงประจำแล้ว ก็บอกตัวเองว่า เอาล่ะ…ผมพร้อมแล้วจึงมาประกวดปีนี้อีกครั้ง”

มาอีกครั้งก็คว้าแชมป์เลยใช่ไหมคะ… (POSH แอบกระเซ้าหนุ่มบิ๊ก) ช่วยเล่าความรู้สึกช่วงเวลานั้นหน่อยค่ะ

“หูดับครับ (หัวเราะ) ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย ทั้งช้อก! ทั้งสตั๊นท์! คือทุกสัปดาห์เวลาได้ยินพี่เอกกี้ประกาศว่า… ‘คนที่ได้ไปต่อคือ…บิ๊กครับ’ ผมก็แค่รู้ว่า อ่ะ…เข้ารอบ แข่งขันต่อ ยังมีหน้าที่ต้องทำนะ แต่วันนั้นคือวันสุดท้ายแล้ว สุดทางแล้ว พอประกาศว่าผมได้เป็นแชมป์ ผมดีใจมาก รู้สึกโล่งไปขั้นหนึ่ง เพราะต่อจากนี้เราต้องมีหน้าที่หลายอย่างที่ต้องทำต่อ”

อะไรคือเสน่ห์ของบิ๊กที่พิชิตใจแฟนคลับทั้งประเทศไทยได้คะ

“ผมซื่อๆ นะครับ แล้วไม่ใช่คนร้องเพลงแนวป๊อปใสๆ ผมว่าตอนมินิคอนเสิร์ต 3 คนสุดท้ายมันเป็นช่วงเวลาที่ผมอยากปล่อยตัวเองเต็มที่ คือเราไม่คิดเรื่องชนะแล้ว สัปดาห์นั้นต้องทำอะไรที่แตกต่างจากเดิม ไม่ใช่ร้องแต่เพลงร็อก ผมเล่นกีตาร์ ผมเต้นทั้งที่เต้นไม่เป็นเลย แต่ผมบอกตัวเองว่า เอาน่า…เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เต้นก็เต้น พอมาคอนเสิร์ตสัปดาห์สุดท้าย ผมเชื่อว่า ทุกคนต้องเห็นในความพยายามของผม

ทราบมาว่านอกจากเล่นดนตรีแล้วบิ๊กยังแต่งเพลงด้วย

“ผมมีพี่เสก โลโซ พี่ปู พงษ์สิทธิ์และอาแอด คาราบาว เป็นไอดอล เลยฝึกเล่นกีตาร์ ฝึกแต่งเพลง อยากรู้ว่า ทำไมเวลาพวกเขาร้องเพลงร็อกมันๆ ก็สนุก เวลาร้องเพลงช้า ก็เศร้ากินใจ อยากศึกษาตรงนี้เรื่องอารมณ์ เลยหัดแต่งเพลง ส่วนใหญ่ร้องให้เพื่อนๆ คนใกล้ชิดลองฟัง ยังไม่กล้าร้องโชว์ครับ ขอเก็บไว้ก่อน”

บิ๊กคือคนที่ออกจากบ้านเดอะสตาร์คนสุดท้ายอยากให้พูดถึงน้องๆ ร่วมบ้านหน่อยค่ะ

“พวกเรา 8 คนมีเอกลักษณ์ต่างกัน มีความสามารถเฉพาะตัว อย่างตงตงกับจัมโบ้เป็นเด็กที่ตั้งใจมาก นิสัยดี เรื่องร้องลูกทุ่งใครอย่าไปสู้น้องปิ่น (หัวเราะ) น้ำผึ้งด้วยครับ ส่วนดีว่านี่ต้องพรีนเลย สายเต้นก็ต้องปรึกษาเจนนี่กับน้องเน็ท เอาจริงๆ ผมเชียร์ทุกคนเลยนะครับ เพราะพวกเขามีความเป็นตัวของตัวเอง แล้วเวลาพวกเราอยู่ด้วยกันจะสนุกมาก ใครออกไปนี่ คนที่เหลือจะเศร้าเลย”

แน่นอนว่าบิ๊กต้องมาสายดนตรี แต่ถ้ามีโอกาสเล่นละคร อยากเล่นบทอะไรคะ

“อะไรก็ได้ครับ ขอฮาๆ แต่ต้องไปเรียนการแสดง ฝึกออกเสียง เชื่อไหมผมเป็นคนเชียงใหม่แต่คนนึกว่าผมเป็นคนอีสานหรือไม่ก็คนใต้ เพราะสำเนียงทองแดงมาก (หัวเราะ) สัปดาห์แรกที่เข้าประกวด ผมได้ฉายาเลยนะ (ฉายาอะไรคะ POSH อยากรู้) … ‘ร็อกเสียงเหน่อ’ แต่ผมอู้คำเมืองนะครับ”

ตอนนี้บิ๊กคือ เดอะสตาร์คนที่ 12 ของประเทศไทย เคยคิดเล่นๆ ไหมว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

“ผมตรงนี้เพราะอยากมีโอกาสได้ทำตามฝันและเพื่อช่วยครอบครัว เมื่อโอกาสมาถึงผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ผมยังไม่กล้าหวังว่าเราจะต้องเป็นซูเปอร์สตาร์ ขอแค่ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ต้องเรียนรู้งานในวงการนี้อีกมากครับ อย่างวันก่อนผมไปถ่ายแบบ ผมนี่อ่อนสุดเลยนะ (หัวเราะ) ด้วยความที่ผมเป็นคนตัวเล็ก มันเลยดูไม่แข็งแรง ตั้งใจว่าจะต้องไปฟิตร่างกายเพิ่มครับ”

อ่ะถ้าอย่างนั้นพวกเราจะรอให้บิ๊กเป็นหนุ่มร็อกร่างบึ้ก เชื่อว่าคงไม่เกินความสามารถของผู้ชายซื่อๆ ฉายาร็อกเสียงเหน่อคนนี้แน่นอนค่ะ 

ติดตามผลงานของบิ๊ก เดอะสตาร์ได้ทาง IG: @big_thestar

the star-2

ปิ่นพรชนก เลี่ยนกัตวา

สาวน้อยพันเวที

เมื่อน้ำเสียงอันไพเราะเอื้อนเอ่ยบทเพลงหม้ายขันหมากก้องกังวานในรอบออดิชั่น ไม่เพียงแต่สะกดให้คณะกรรมการทั้ง 3 คนของการประกวดเดอะสตาร์ 12 เห็นพ้องให้สาวน้อยวัย 17 ได้ไปต่อเท่านั้น แต่เธอยังทำให้คนไทยทั้งประเทศประทับใจทุกครั้งที่ได้ฟังเสียงจากเจ้าของฉายาสาวน้อย 700 ถ้วยรางวัล

“ปิ่นเริ่มประกวดร้องเพลงตั้งอายุ 4 ขวบค่ะ เลยได้ถ้วยรางวัลมาเยอะ (หัวเราะ) พอมีกระแสออกไปจึงมีความกดดันเล็กๆ ว่าเราต้องทำโจทย์ในแต่ละสัปดาห์ให้ดี เพราะคนดูคาดหวังกับเรามาก แต่จริงๆ แล้วอยากจะบอกว่าปิ่นไม่ได้เก่งขนาดนั้นค่ะ การเข้ามาประกวดเดอะสตาร์เพราะอยากมีโอกาสทำทุกอย่าง เช่น ร้องเพลงหลายๆ แนว ได้เต้น ได้เรียนกับครู พอโชว์ไหนปิ่นทำได้ไม่ดีนัก ก็จะเก็บเอาคำสอน คำแนะนำของป๋าเต็ด พี่ลูกเกด พี่อ๊อฟมาปรับปรุงเสมอค่ะ

แสดงว่าน้องปิ่นไม่ได้ถนัดแค่เพลงลุกทุ่ง

ปิ่นเกิดจากการเดินสายประกวดเพลงลูกทุ่ง ตรงนี้เป็นพื้นฐานการร้องเพลงที่ดีมากๆ สำหรับเด็กคนหนึ่งทำให้เวลาร้องเพลงแนวอื่นๆ จะง่ายขึ้น แต่ต้องปรับสำเนียง อย่างลูกเอื้อน เรียกว่าถนัดที่จะเรียนรู้ทุกอย่างมากกว่าค่ะ มีความสุขที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ เพราะจริงๆ แล้วปิ่นชอบเพลงไทยสากล ยิ่งเพลงของ ‘พี่นิว-จิ๋ว’ กับ ‘พี่อ๊อฟ-ปองศักดิ์’ พวกเขาเป็นไอดอลของปิ่นเลยค่ะ”

ตอนนี้น้องปิ่นมีนามสกุลเดอะสตาร์แล้ว เล่าให้ฟังหน่อยค่ะว่าเริ่มทำอะไรบ้าง

“หายตื่นเต้นกับการประกวดเวทีใหญ่ ก็มาตื่นเต้นอีกครั้งกับการเป็นนักร้องฝึกหัดของค่ายแกรมมี่ฯ และเอ็กแซ็กท์อีกครั้ง ฝันไปหรือเปล่าไม่รู้ค่ะ (หัวเราะ) ปิ่นไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มายืนจุดนี้ ตอนนี้มีเดินสายขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนที่คอยสนับสนุนพวกเรามาตลอดการแข่งขัน”

นอกจากการร้องเพลงแล้วน้องปิ่นอยากเล่นละครไหมคะ

ปิ่นตัวเตี้ย…ยย แต่อยากเล่นมากเลยค่ะ อยากทำทุกอย่างที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส พี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) บอกว่าต้องไปเรียนการแสดงนะ ไปฝึกการใช้น้ำเสียงเวลาพูด เพราะปิ่นเป็นคนพูดเร็ว บางทีพูดไปเรื่อยเปื่อยไม่มีสาระ (หัวเราะ) ดีที่พี่ๆ ในบ้านเดอะสตาร์ไม่ถือที่เราเด็ก”

ถ้าอย่างนั้นในบ้านน้องปิ่นก็เป็นน้องเล็กสุดเลยสิคะ

“ปิ่นอายุน้อยสุดเลยกลายเป็นน้องคนเล็ก พี่ๆ ทุกคนน่ารักมาก แรกๆ เกร็งค่ะ กลัวว่าพี่ๆ จะคุยกับเด็กอย่างเราไหม แต่ผิดคาด พวกเขาไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่า ฉันโตกว่านะ ตอนอยู่ในบ้านพี่ทุกคนจะคอยสอน คอยช่วยเหลือ เปิดใจหมด เวลาเรามีปัญหาอะไร บางทีปิ่นปรึกษาพี่พรีนเรื่องร้องเพลง ต้องปรับตรงไหน ตรงนี้ดีไหม ถ้าเต้นต้องปรึกษาพี่เจนนี่เลย พี่ๆ ทุกคนช่วยกันรักกันจริงๆ ค่ะ”

ผ่านการประกวดนับพันเวทีแล้ว แต่การมายืนเป็น 2 คนสุดท้ายของเดอะสตาร์ น้องปิ่นรู้สึกอย่างไรบ้างคะ

“โอ้โห…!!! ไม่กล้าคิดว่าจะมาถึงจุดนี้เลย ตอนได้เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย คุณพ่อคุณแม่ดีใจมาก ท่านบอกว่า แค่นี้ก็ดีแล้วนะลูก หมายถึงมีคนรู้จักแล้ว เราน่าจะมีโอกาสทำงานตรงนี้แล้ว ดังนั้นวันที่ต้องเข้าบ้านเดอะสตาร์คุณแม่บอกให้ตั้งใจฝึกฝนที่ครูสอนทุกอย่างให้เต็มที่ พอปิ่นเข้ารอบมาเรื่อยๆ จนถึง 2 คนสุดท้ายจึงเป็นกำไรที่ได้เรียนรู้ในการทำโชว์แต่ละสัปดาห์ มีแฟนคลับเพิ่มขึ้น มีคนเชียร์ ได้เปลี่ยนแนวมาร้องเพลงป๊อป ปิ่นมาถึงตรงนี้ได้เพราะทุกคนที่สนับสนุนปิ่นจริงๆ ค่ะ”

จากสาวน้อยที่เป็นความหวังของครอบครัว วันนี้น้องปิ่น กลายมาเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนคลับเดอะสตาร์เรียบร้อยแล้วค่ะ

 ติดตามผลงานของปิ่น เดอะสตาร์ได้ทาง IG: @piinpiin.p

the star-3

จัมโบ้ วรกฤต วรกุล

ผู้ชายคนนี้มีรอยยิ้มเป็นอาวุธ

แค่ร้อยยิ้มของจัมโบ้ไม่แปลกใจว่าทำไมใครๆ ต่างหลงรักเขาเข้าเต็มเปาจากเด็กหนุ่มเมืองเหนือเป็นที่รู้จักกันในฐานะเดือนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนุ่มหน้าใสบุคลิกอ่อนโยนคนนี้บอกกับ POSH ว่า หากเขาไม่ได้มาค้นฟ้าคว้าดาวคงไปเป็นนักสังคมสงเคราะห์

“ผมเรียนอยู่ ปี 3 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนผมเรียนวิชาเลือกสังคมสงเคราะห์ มีโอกาสได้ไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ช่วยเหลือสังคมตามพื้นที่ต่างๆ ผมเลยชอบ มันรู้สึกอิ่มใจด้วยครับ”

อยากให้จัมโบ้เล่าถึงการเข้ามาประกวดเดอะสตาร์ 12 สักนิดค่ะ เห็นว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว

“เพราะผมฝันอยากเป็นศิลปิน  ปีที่แล้วผมเข้ารอบตัวแทนภาค แต่ตกรอบ (หัวเราะ) เลยตั้งใจมาประกวดปีนี้อีกครั้ง ผมมองว่า เวทีเดอะสตาร์เป็นเวทีที่ให้โอกาสหลากหลาย ที่ไม่ใช่แค่การเป็นนักร้อง แต่ยังได้พัฒนาฝีมือไปเล่นละคร พิธีกร ละครเวทีอีกด้วยครับ

“แล้วปีนี้เปลี่ยนรูปแบบและกรรมการด้วย เลยเหมือนการประกวดเดอะสตาร์ครั้งแรก อย่างปีที่แล้วผมว่าผมเกร็งกับพี่เพชรแล้วนะ ปีนี้ผมกลัวพี่ลูกเกด เคยดูรายการหนึ่งที่พี่ลูกเกดเป็นกรรมการ คอมเมนท์น่ากลัวมาก  แต่พอมาเจอพี่ๆ กรรมการทั้ง 3 ท่าน ทุกคนใจดี ผมชอบที่ได้รับคำวิจารณ์เพราะพี่ๆ จะแนะนำสิ่งดีๆ กลับมาปรับปรุงครับ”

ปีนี้เข้ามาถึง 3 คนสุดท้าย จัมโบ้คิดว่าเสน่ห์ของตัวเองคืออะไรคะ

ในบ้านเดอะสตาร์ผมมีประสบการณ์การร้องเพลงน้อยกว่าคนอื่นมากครับ เริ่มมาฝึกร้องเพลงจริงจังตอนเรียนมัธยมปลาย ตอนนั้นอยู่วงคอรัสของโรงเรียน ผมว่าคนดูและแฟนคลับชอบผมเพราะผมมีความเป็นตัวของตัวเอง ความเป็นธรรมชาติ อยากเต้นก็เต้นเลย ชอบเอนเตอร์เทนคนรอบข้างด้วยครับ แต่ก็เป็นคนขี้อายบ้าง”

ยิ่งเข้ารอบลึกเท่าไร เห็นว่าจัมโบ้ยิ่งมีความกดดัน

“พอผมได้เป็น 3 คนสุดท้าย ผมกังวลมาก คือกดดันตัวเองมากไปหน่อย กังวลว่าจะโชว์อะไรดี ต้องเริ่มตรงไหน มันมีเรื่องให้คิดมากมายในโจทย์นั้น ซึ่งเป็นสิ่งไม่ดีเลยนะครับ การกดดันตัวเองทำให้เราเกร็ง เครียด ลืมไปว่าเวลาอยู่บนเวทีต้องสนุกไปกับการโชว์ มีความสุขไปกับการร้องเพลง อารมณ์แต่ละเพลงที่เราร้องตรงนี้สำคัญมากๆ ถ้าเกร็งนี่ อารมณ์หลุดเลย เราพาเพลงไปต่อไม่ได้”

ตอนนี้ถือว่าได้เดินออกมาจากบ้านเดอะสตาร์ มีนามสกุลเดอะสตาร์ติดตัวแล้ว คำว่าศิลปินสำหรับจัมโบ้ มีความหมายอย่างไรบ้างคะ

“อย่างแรกเลย ต้องมีวินัย เวทีนี้ไม่ใช่แค่ให้โอกาสเด็กๆ ตามความฝันเท่านั้น แต่สอนให้เรารู้จักอยู่ร่วมกัน รักกันจนไม่มีคำว่า แพ้-ชนะ ถ้ามีโอกาสผมอยากเล่นละครด้วย โดยเฉพาะละครซิท-คอมของช่องวัน ชอบทุกเรื่องครับ สังเกตดูได้ว่าซิท-คอมไม่ได้ให้แค่ความสนุก ตลกอย่างเดียว แต่แฝงด้วยข้อคิด รู้สึกอยากเล่น ให้ผมไปฝึกเป็นต้นไม้ก่อนก็ได้นะ (หัวเราะ)

แล้วจัมโบ้อยากเล่นเรื่องอะไรคะ

“โห…ผมยังไม่คิดเลยครับ อย่างที่บอกว่าผมชอบทุกเรื่อง แต่ถ้าถามนักแสดงในดวงในต้องพี่ ‘ชาคริต แย้มนาม’ เขาเอาอยู่ในทุกบท แต่ยังไงผมก็ยังรักการร้องเพลงนะครับ พยายามฝึกฝนให้เก่งขึ้นเรื่อย อยากร้องเพลงแล้วคนอินเหมือนพี่โจ้ วงพอส คิดดูสิครับ ทุกวันนี้เพลงของพี่โจ้ยังเป็นอมตะแม้ว่าเขาจะไม่อยู่แล้ว เลยอยากเก่งแบบพี่โจ้”

เห็นว่าชื่อเล่นจัมโบ้มีที่มาด้วย

“ก่อนผมเกิด คุณแม่ฝันเห็นลูกช้างสีขาว ช้างเด็กนะครับ เลยตั้งชื่อผมว่าจัมโบ้ ชื่อดูตัวใหญ่แต่น่ารักดีครับ”

แหมคนหล่อชื่ออะไรก็น่ารักน่าเอ็นดูว่าไหมคะ

ติดตามผลงานของจัมโบ้ เดอะสตาร์ได้ทาง IG: @jumbo_knoxx

 

the star-4

 

พรีนรวิสรารัตน์ พิบูลภานุวัธน์

The Diva-To-Be

บางครั้งคนเราอาจหยุดเดินตามความฝันเพราะคิดว่าฝันนั้นไม่มีทางจะไปต่อ แต่เมื่อมีการประกวดเดอะสตาร์ 12 เกิดขึ้น สาวน้อยคนนี้บอกกับ POSH ว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่พรีนจะไม่มา

เจอหน้าพรีน คำถามแรกไม่ใช่เรื่องเพลง แต่ POSH กระเซ้าเธอว่ารู้สึกอย่างไรที่มีคนบอกว่าหน้าคล้ายพลอย เฌอมาลย์’ 

“อยากจะกรีดร้อง (พรีนยิ้มกว้าง) คือพี่พลอยเป็นคำจำกัดความของคำว่า ‘สวย’ เวลามีคนมาทักว่า หน้าเหมือนพี่พลอย นั่นหมายถึงเขาชมว่าเราสวยจัง วงเล็บต้องแต่งหน้าเท่านั้นนะคะ (หัวเราะ) อาจเพราะพรีนมีลักยิ้มคล้ายพี่พลอย ใครมาทักแบบนี้จะขอบคุณมากค่า…”

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนน้องพรีนเคยได้ชื่อว่าเป็นนักร้องมีซิงเกิ้ลเป็นที่รู้จักมากมาย ทำไมจึงเลือกที่จะเข้ามาประกวดเวทีเดอะสตาร์ครั้งนี้อีกคะ 

“ตอนนั้นพรีนเป็นศิลปินวัยรุ่น ความเป็นเด็กของเราจึงมีความไม่เต็มที่ โอเค…เพลงเราเป็นที่รู้จัก แต่ไม่ประสบความสำเร็จ บวกกับจังหวะที่พรีนต้องเรียนด้วยค่ะ เลยตัดสินใจหยุดเลย กลับไปเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ระหว่างพักเราก็หาทางใหม่ๆ ของเราไปด้วย เพราะคิดว่า เอ…หรือเราอาจจะไม่ใช่นักร้องแต่เป็นเพียงแค่ความถนัด งั้นลองไปมุ่งงานด้านแฟชั่นดูแล้วกัน

“แต่ปรากฏว่า… มันไม่ใช่ค่ะ เรายังโหยหาการร้องเพลง สุดท้ายพรีนได้คำตอบว่า ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่จะมีความสุขที่สุดที่ได้ร้องเพลง แค่อยู่บนเวทีสัก 1-3 นาทีก็สุขสุดๆ แล้วค่ะ พรีนเลยขอสู้ต่อโดยให้โอกาสตัวเองอีกครั้งหนึ่ง พอดีกับเดอะสตาร์ 12 เปิดรับสมัคร จึงไม่มีเหตุผลที่พรีนจะไม่มาค่ะ”

แล้วน้องพรีนก็เป็นนักร้องที่ชอบทำให้พี่ลูกเกดกับพี่อ๊อฟร้องไห้หลายครั้งด้วยสิคะ

“ความรู้สึกของพรีนตอนนั้นตื้นตันบอกไม่ถูก พรีนจะคิดเสมอว่า หน้าที่ของการเป็นนักร้องคือ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกให้คนฟังอินจริงๆ การที่เราร้องออกไปแล้วคนฟังรู้สึก ตรงนั้นคือความสำเร็จแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องแพ้ ชนะ หรือว่าได้ไปต่อไหม แค่อยากให้คนดู คนฟัง มีความสุขไปกับโชว์ของเรา พอแล้วค่ะ”

พลังเสียงของพรีนเรียกได้ว่าเป็นว่าที่ดีว่าคนใหม่แบบนี้ มีศิลปินแบบอย่างในการร้องเพลงไหมคะ

“พรีนโตมากับเพลงสากล เลยชอบ ‘บียอนเซ่’ กับ ‘เจสซี่ เจย์’ 2 คนนี้ร้องเพลงเหนือชั้นมาก เลยเป็นแรงผลักดันให้พรีนหมั่นฝึกฝนร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก อย่างน้อยขอให้เป็นได้สักครึ่งหนึ่งของพวกเขาก็ยังดีค่ะ”

ยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งในวงการบันเทิงที่สาวน้อยมากพลังเสียงคนนี้หลงรัก

“ผู้หญิงคนนี้รักมาก เป็นรุ่นพี่นิเทศจุฬาฯ ของพรีนเอง ‘พี่โอปอลล์-ปณิสรา อารยะสกุล’ อยากร่วมงานกับพี่โอปอลล์มาก ผู้หญิงที่มีทัศนคติที่ดีและประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง มี Passion สูง รักในสิ่งที่ทำ มีพลังในการทำงานตลอดเวลา พรีนอยากได้รับพลังแบบนั้นบ้าง พรีนว่าถ้าได้ร่วมงานด้วยจะมีความสุขมาก

“มีอยู่วันหนึ่ง พรีนโชว์ร้องเพลงกับพี่มาเรียม แล้วพี่โอปอลล์แชร์คลิปลงในเพจของตัวเอง โอ้โห…วันนั้นทั้งวัน พรีนตายไปเลย  (หัวเราะ) มีความสุขมากๆ แค่พี่โอปอลล์รู้จักว่าเราชื่ออะไร ก็มีความสุขมากแล้วค่ะ”

วันนี้กลายเป็นพรีน เดอะสตาร์แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ

“ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสดีๆ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับที่พรีนได้กลับมาเป็นนักร้องอีกครั้ง หรือถ้าผู้ใหญ่มองเห็นศักยภาพใดๆ ไม่ว่าจะเล่นละคร พิธีกร งานอื่นๆ พรีนก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุดกับทุกโอกาสที่เข้ามา ที่สำคัญพรีนได้มิตรภาพที่ดีเพิ่มขึ้นจากเพื่อนๆ เดอะสตาร์และแฟนคลับด้วยค่ะ”

เราจะไม่ได้ฟังเสียงไพเราะจากสาวน้อยคนนี้เลย หากวันนั้นเธอไม่ให้โอกาสตัวเองอีกครั้งพรีนได้กล่าวไว้

ติดตามผลงานของพรีน เดอะสตาร์ได้ทาง IG: @preenp

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply