Categories

To top
12 Oct

‘TASTE OF KANGSOM’ Tanatat Chaiyaat – Special Interview

kangsom

ครั้งแรกที่เรารู้จักแกงส้ม’… เขาคือเด็กหนุ่มหน้าใสผู้เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายของรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 8 และได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศจนกลายมาเป็นดาวดวงใหม่ประดับวงการบันเทิง 

จะว่าไปสเต็ปต์การก้าวเดินบนเส้นทางสายนี้ของเขา แทบไม่แตกต่างจากดารา-นักร้องวัยรุ่นคนอื่นเท่าไรนัก จากเวทีประกวด ออกซิงเกิ้ลเพลง จนมาเล่นละคร แต่อะไรล่ะ…คือเหตุผลที่ ‘คุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ’ ส่งบท ‘ชาญชัย’ ให้กับ ‘แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ’ ในละครเวทียิ่งใหญ่แห่งปี ‘ลอดลายมังกร เดอะมิวสิคัล’

เราจึงไปพบแกงส้มก่อนเวลาซ้อมละครเพื่อหาคำตอบนั้น และขอให้เขาเล่าถึงความรู้สึกครั้งแรกเมื่อต้องมาเล่นละครหลังจบการประกวดเดอะสตาร์ฯ

“ตอนนั้นเสียหลักอยู่นิดหนึ่งครับเพราะว่าผมไม่เคยทำอะไรเกี่ยวกับละครมาก่อนจึงค่อนข้างใหม่กับละครมากกลัวด้วยนะคิดเยอะไปหมดเหมือนคนไม่เคยว่ายน้ำแล้วถูกถีบให้กระโดดลงสระมันคืออารมณ์นั้น”

คำตอบของผู้ชายที่ไม่ได้อยู่กลางทุ่งลาเวนเดอร์ ทำให้เราแปลกใจว่า ในเมื่อคุณพ่อของเขา ‘คุณสุรศักดิ์ ชัยอรรถ’ เป็นนักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในบทของทนายความบ้าง นักธุรกิจบ้าง แต่เขากลับไม่เคยคิดตามรอยพ่อ

“ผมไม่เคยถูกฝึกมาอย่างจริงจังตั้งแต่เด็กจะคุ้นเคยกับเพลงมาตลอดพอมาเป็นละครปุ๊บมันเหมือนไม่ใช่ที่ของเราละเลยเกิดการเรียนรู้ครั้งใหญ่ต้องสู้กับใจตัวเองและทักษะที่จะต้องเพิ่มขึ้นให้ทันเวลาก็ถือว่าค่อนข้างเครียดในตอนนั้นส่วนคุณพ่อไม่ได้ให้คำแนะนำจริงจังอะไรครับท่านรู้ว่าเรามีครูสอนการแสดงก็จะมาดูว่าเราถูกจริตกับครูคนไหนคอยให้กำลังใจมากกว่าอาจมีบอกเทคนิคเล็กๆน้อยๆบ้างครับ”

ทราบมาว่าเป็นลูกคนกลางของครอบครัว

“ใช่ๆลูกคนกลางเป็นเด็กมีปัญหาครับผม (หัวเราะ)”

kangsom

เล่าหน่อยสิคะ

“ไม่ค่อยเยอะหรอกครับแต่ผมเป็นเด็กแปลกในบ้านมากกว่าเป็นคนไม่ค่อยพูดเวลาอยู่บ้านแต่นอกบ้านจะพูดเยอะไม่ได้หมายความว่าเรารู้สึกแย่นะคือผมค่อนข้างคิดอะไรแปลกกว่าพี่น้องคนอื่นเหมือนเราจะรู้ตัวเร็วว่าชอบทำอะไรอยากเป็นอะไรผมเริ่มทำเพลงมาตั้งแต่ม.5 ม.6 ทำช่องยูทูปตอนนั้นยูทูปกำลังค่อยๆเริ่มเฟื่องฟูแล้วเลยมีการลง Cover เพลงกับเพื่อนๆ”

แล้วคุณพ่อคุณแม่ว่าอย่างไรบ้างคะ

“คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยขัดเลยครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม คือก่อนหน้านี้เราหาตัวเองมาเยอะว่าอยากเรียนอะไร อยากทำอะไร แต่สิ่งที่ท่านพูดคือ อะไรก็ได้ถ้ามันเป็นการเพิ่มทักษะ ความสามารถ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ครอบครัวพร้อมให้การสนับสนุนทุกอย่าง หลักๆ ชีวิตผมจึงอยู่กับดนตรีเสียเยอะ คือต้องเล่าก่อนว่าผมเริ่มจากการโดนบังคับให้เรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็นความชอบไปเอง อยากได้กีต้าร์ อยากเรียนกีต้าร์ คุณพ่อคุณแม่ก็ซื้อกีต้าร์ให้ แต่สุดท้ายแล้วเราจะมารู้เองว่าเฮ้ย…เราชอบอะไร ทำอะไรแล้วมีความสุข ต่อให้เรียนไปแล้วเลิกไปก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นครอบครัวที่น่ารัก ผมโชคดีมากๆ”

เด็กหนุ่มผู้รักในดนตรีออกตัวว่าเขาไม่ใช่เด็กเนิร์ด แต่เขาได้รับมอบพระเกี้ยวเกียรติยศจากโรงเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เนื่องจากผลการเรียนดีตลอด 6 ปี

“ผมถือคติว่าถ้าในมุมอื่น ไม่ว่าใช้ชีวิตอย่างไร จงอย่าทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ คือถ้าเป็นเด็กๆ ก็คิดว่าทำอย่างไรก็ได้ ให้พ่อแม่ไม่ด่าเราแค่นั้นเอง (หัวเราะ) เราจึงเรียนให้ได้มาตรฐาน แต่ว่าผมไม่ใช่เด็กเนิร์ด อย่างตอนจบม.ปลาย ยังงงว่าได้เกียรตินิยม แต่คำว่าเกียรตินิยมสำหรับผมไม่ใช่เด็กที่เดินตามสเต็ปต์ 1 2 3 4 ผมก็มีโดดเรียนบ้าง เกเรบ้าง แต่ไม่เคยให้คุณพ่อคุณแม่ต้องรับรู้เรื่องนี้ เราเอาอยู่

“ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆ ผมจะไม่บอกครับ ท่านขอแค่ว่าผมรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ เช่น ผมบอกคุณแม่ว่า วันนี้ไปค้างบ้านเพื่อนนะ ท่านก็จะถามว่า เพื่อนคนไหน ที่ไหน ก็แค่นั้น ซึ่งการที่เราสามารถรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ค่อนข้างดี เราก็จะมีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่โดนบ่น ไม่โดนดุ สมมติว่าเรารับผิดชอบตัวเองอย่างเรื่องเรียนไม่ได้ เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องถูกถามแล้วว่า ไปไหน ไปกับใคร กลับเมื่อไร ทำให้การใช้ชีวิตยากขึ้นละ ถ้าเราคุมชีวิตตัวเองได้ก็จะได้รับการไว้ใจ เท่านั้นก็จบ”

แสดงว่าได้รับความไว้วางใจในลอดลายมังกรเดอะมิวสิคัลด้วย

“ท้าทายมากครับ เพราะเป็นละครเวทีเรื่องยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ Big Production แล้วพอผมเห็นรายชื่อนักแสดงทุกคนแล้ว…โอ้โห แต่ละคนโหดสุดๆ (หัวเราะ) ผมไม่เคยเล่นบทนี้มาก่อน ร้ายแบบ…คนอะไรร้ายจริงๆ มันไกลตัวเรามาก แต่พอเข้ามาทำงานด้วยเวลาที่น้อยมาก พูดตรงๆ คือเรื่องนี้มีเวลาซ้อมน้อยกว่าเรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมา เพราะว่าปีนี้เราทำละครค่อนข้างเยอะมาตลอด

“แต่สิ่งที่ดีมากเลยคือ พี่ๆ นักแสดงทุกคนมีประสบการณ์แล้วพวกเขาเก่งกันมากๆ ทุกคนทำการบ้านมาดี จึงทำให้บรรยากาศการทำงานเป็นซูเปอร์มืออาชีพ ทุกครั้งที่มาซ้อมผมจึงต้องทำการบ้านมาก่อน เพื่อที่เวลาเรามาแสดงกับเขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาใคร ที่สำคัญคือ ถ้ามาแล้วทุกคนพร้อม เวลาแสดงจะสนุกมาก งานก็เดินเร็ว”

องค์ไหนยากที่สุด

“ส่วนใหญ่เรื่องนี้ผมได้รับบทหนักๆคือองค์ 2 บอกเลยว่าใครมาดูเรื่องนี้อารมณ์ตายไปเลยคือผมบอกเลยนะขนาดซ้อมนะทุกคนในห้องยังอุทานเฮ้ย!…มันขนาดนี้เลยเหรอวะ! คือเป็นเรื่องจริงที่มีสิทธิเกิดขึ้นได้กับกับมนุษย์ทุกคนทุกครอบครัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องโกงกันเองในครอบครัวเรื่องเงินซึ่งสมัยนี้เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครมันก็เป็นอยู่เหมือนกันทุกสมัยแล้วผมเชื่อว่าครอบครัวพ่อแม่หรือใครก็ตามที่มาดูน่าจะโดนอยู่หลายจุดเหมือนกันครับ”

เรื่องนี้เล่นเป็นลูกชายของอาร์ด้วย

“ใช่ครับคือเรื่องแรกเล่นเป็นศัตรูกันเรื่องเลือดขัตติยาเล่นเป็นเพื่อนเรื่องนี้เป็นพ่อแล้วผมก็บอกพี่อาร์พิจารณาหน้าตัวเองด้วยนะเราเป็นพ่อลูกกันแล้วนะพี่นะผมยังโอเคอยู่พี่นี่ขึ้นแท่นพ่อแล้วนะ (หัวเราะ)”

ลอดลายมังกรและบทชาญชัยให้อะไรกับแกงส้มบ้างคะ

“ความเป็นมนุษย์ครับคนเราไม่ได้มีด้านเดียวสมัยนี้คนเราตัดสินคนอื่นว่าไอ้นี่เลวก็เลวไอ้นี่ดีก็ดีคือคนตัดสินจากสิ่งที่เห็นแล้วเป็นภาพจำแต่เรื่องลอดลายมังกรสอนว่าความจริงคนเรามันมีหลายด้านหลายมุมตัวอาเหลียงเองเป็นคนที่ยึดมั่นในคุณธรรมมากแต่ทำไมมีเมียหลายคนซึ่งจริงๆแล้วคนเราไม่ได้เป็นคนดีร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเป็นคนเลวร้อยเปอร์เซ็นต์แต่มันอยู่ที่ว่าคุณคิดอะไรกับการดำเนินชีวิตของคุณผมว่ามุมนี้เป็นมุมที่ดี”

“อย่างชาญชัยเลวมากเลย แต่ทำไมคุณไม่เคยมองว่าเขาเลวจากอะไร เรื่องนี้จะสื่อให้เห็นว่า ทำไมชาญชัยถึงคิดแบบนี้ มันเป็นเพราะอะไร เพราะพ่อแม่รักเขาเกินไปหรือเปล่า หรือถูกสอนมาอย่างไร ถูกสปอยล์หรือเปล่า ซึ่งมีเหตุผลหลายอย่างมาก ที่สำคัญเรื่องนี้คือใช้ครอบครัวเป็นหัวใจหลักในการเล่าเรื่อง ถ้าคุณมีคนในครอบครัวเยอะแยะ คุณบังคับให้เขาเป็นอะไรไม่ได้หรอก แต่คุณสอนให้เขาคิดได้ ผมว่าจุดเริ่มต้นของการสอนเด็กคนหนึ่งให้โตขึ้นนี่สำคัญที่สุดนะ”

แสดงว่าแกงส้มชอบวิเคราะห์ความคิดของคนด้วย

“อืม… อาจเพราะผมเข้ามาทำงานเร็วยิ่งเป็นนักแสดงเราจะสังเกตคนเยอะมากหรือแม้แต่สังเกตความคิดตัวละครพอเข้าใจคนหลายๆแบบเราก็จะเริ่มรู้ว่าควรคิดอย่างไรอยู่อย่างไรแล้วเราจะแฮปปี้ผมเป็นคนชอบมองว่าเออ…คนนี้เขาคิดอย่างไรนะทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนั้นแบบนี้”

1

ถ้าให้มองเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบัน แกงส้มมองแล้วได้คำตอบอย่างไรบ้างคะ

“บางคนเข้ามาในวงการจะพยายามเซตอัพตัวเองอย่างหลายๆคนที่ผมเจอบอกว่าอยากเป็นคนนั้นอยากมีเพลงแบบคนนี้แต่พอผมดูงานของคนที่เป็นศิลปินจริงๆเขาไม่เคยคิดว่าต้องเป็นแบบใครแต่เขาจะหาว่า ‘เขาคือใคร’ มันต่างกันโดยสิ้นเชิงผลคือไม่ว่าเขาจะไปยืนอยู่จุดไหนของโลกจะร้องเพลงอะไรก็ตามก็ยังเป็นตัวของตัวเองตลอดเวลา

“อย่างศิลปินเกาหลี ‘จีดราก้อน’ ทำไมฝรั่งยอมรับ ทำไมคนไทยกรี๊ดบ้าบอคอแตก ผมถึงขั้นเปิดวิดีโอทุกโชว์ของพวกเขา แล้วนั่งจ้องหน้าเขาว่าเขาคิดอะไร ทำไมเวลาโชว์ถึงมีพลังเหลือเกิน สุดท้ายแล้วเราค้นพบว่า เขาก็แค่เป็นตัวของตัวเองที่เข้าใจทุกคำที่เขาร้อง แต่กลับมาดูเด็กรุ่นใหม่หรือศิลปินรุ่นใหม่บางคนในประเทศเรา บางทีถูกจับแต่งตัวเยอะเกินไป คุณต้องเป็นอย่างนี้นะ สุดท้ายเด็กก็จะมีในความรู้สึกว่า เออๆ ฉันจะไปเป็นคนนี้ แต่เขากลับไม่เคยหาว่าจริงๆ เขาชอบอะไร นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คนจำศิลปินคนนี้ได้ แต่คนจำศิลปินคนนี้ไม่ได้

“ทุกวันนี้ผลเลยรู้สึกว่าอย่าไปคิดเยอะว่าจะต้องมีชื่อเสียงขนาดไหน หรือว่าจะต้องเจ๋งให้ได้แบบใคร แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่าได้สร้างผลงานมาจากตัวเรา ไม่รู้หรอกคนจะจำเราได้แค่ไหน แต่ทุกครั้งที่โชว์แล้ว ถ้าได้ร้องเพลงตัวเองมันจะมีพลังที่เรารู้สึกว่ามีความสุข ผมว่าสิ่งนี้สำคัญที่สุด”

เป็นคนที่มีจุดยืนในการทำงานอย่างชัดเจน อยากรู้มุมมองเรื่องความรักบ้าง

“ตอนนี้ก็มีคนคุยครับ อย่างเรื่องความรักมันสอนอะไรผมหลายอย่างเลยนะ ในแง่ของการที่จะคบใครสักคน ตอนเด็กๆ อาจจะแค่คบกัน คุยกันแป๊บเดี๋ยวก็เจออีกคนหนึ่ง พอวันหนึ่งเราโตขึ้นอีกสเต็ปต์ กลายเป็นว่าชีวิตคนเราจะเจอใครสักคนคงไม่ใช่แค่การคบกันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวถึงวันหนึ่งก็คงแต่งงาน แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า ถ้าคุณจะมีครอบครัว คุณต้องอยู่กับอีกคนไปจนอายุ 60-70 ปี มันต้องทะเลาะกันอีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง

“บางคนเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วถ้าคุณเป็นอย่างนี้ไปอีกจนอายุ 60 คุณจะอยู่กันรอดไหม ผมอยากหาคนที่ไม่ว่าเราจะทะเลาะกันไปอีกกี่พันครั้ง แต่เขาก็พร้อมจะหันหน้ามาคุยกับเราตลอดเวลา เราต้องตกลงกันตั้งแต่วันแรกว่า ถ้าจะคบกัน คบกันทำไม คบกันแค่จะไปเจออีกคนหรือเปล่า ถ้าแค่นั้นผมไม่คบนะ ผมรู้สึกว่าถ้าผมคิดอย่างนั้นผมจะคบทำไม ในเมื่อเดี๋ยวผมก็เจออีกคนหนึ่ง ถ้าจะคบก็ขอให้รู้สึกว่าเราก็จะเป็นคนสุดท้ายไปอย่างนี้ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ามันไม่ใช่ก็ให้บอกก่อนเลย การทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเคลียร์ได้เร็ว เข้าใจกันเร็วก็คือจบ อะไรอย่างนี้ครับ”

เคยมีคนบอกไหมคะ ว่าแกงส้มเป็นคนมีความคิดที่เจ๋งมาก

“ไม่หรอกครับ (ยิ้ม) ผมก็เคยโดนให้ทำงานแล้วเรามีความรู้สึกขวางโลกกับมันก็มีนะผ่านอารมณ์ตรงนั้นมาหมดจนมาเข้าใจว่าชีวิตมันก็เท่านี้แหละจริงๆผมจะบอกคุณพ่อคุณแม่ตลอดอย่างทุกวันนี้เรามาเป็นเสาหลักของบ้านท่านก็บอกเสมอว่าภูมิใจในตัวผมนะทำไมคิดได้แบบนี้ผมก็จะบอกว่าคือผมคิดคนเดียวไม่ได้หรอกถ้าครอบครัวไม่ได้ปูบางอย่างมาให้เราก่อนผมก็คงทำไม่ได้ครับ”

สารภาพว่าพกคำถามใส่กระเป๋าไปไม่มากเท่าไร แต่เรากลับได้คำตอบดีๆ มากมาย จนไม่อยากจะหยุดการสนทนากับเด็กหนุ่มที่ชื่อแกงส้มคนนี้เลยทีเดียว

ติดตามผลงานของ แกงส้ม ธนทัต ได้ทาง IG: @kangsomks

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply