Categories

To top
20 Aug

Stage (สตาช) ไฟน์ไดนิ่งสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัยพร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่ ‘Stage Menu 3.0’

page

หลังจากที่ร้าน L’Aterlier de Joel Robuchon ร้านไฟน์ไดน์นิ่งอาหารฝรั่งเศสดีกรีติดดาวมิชลินในสาขากรุงเทพฯ ได้ปิดตัวลง ทีมงานต่างคนต่างแยกย้ายไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก่อนจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่ร้าน Stage ย่านเอกมัย ซึ่งชื่อร้าน Stage (สตาช) มาจากภาษาฝรั่งเศสหมายถึง ‘การฝึกงาน’ ซึ่งเหล่าเชฟชื่อดังล้วนผ่านการฝึกงานในครัวจากสุดยอดร้านอาหารต่าง ๆ ทั่วโลกมาแล้วดังนั้นทีมเชฟของร้าน Stage แห่งนี้ จึงเป็นการรวมตัวของทีมงานมากฝีมือที่เคยผ่านประสบการณ์การทำงานร่วมกัน นำคอนเซ็ปต์การฝึกงานมาเป็นคอนเซ็ปต์ร้าน เพื่อเปิดประสบการณ์ให้ทั้งทีมเชฟและใครที่ได้มาทานอาหารที่นี่ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปด้วยกัน มาเป็น ร้านอาหาร casual fine dining สไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผสมผสานเทคนิคการทำอาหารจากทั่วทุกมุมโลก

 

Interior_3

Chef Jay Sangsingkaew_2

เชฟเจย์ – สายนิสา แสงสิงแก้ว 

นำโดย เชฟเจย์ – สายนิสา แสงสิงแก้ว (chef / owner) และอดีตทีมเชฟเบื้องหลัง L’Atelier de Joel Robuchon กรุงเทพฯ อย่าง ปฏิภาณ สุขมาก (head chef), ธนพร พรรธนประเทศ (executive sous chef), และ เรขา ลิมปิชาติ (pastry chef) พร้อมเสิร์ฟช่วงเวลาแห่งความสุขและนำเสนอเมนูใหม่ล่าสุดอย่าง ‘Stage Menu 3.0’ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป เพื่อเติมเต็มประสบการณ์และอรรถรสแห่งการรับประทานอาหารของคุณและคนที่คุณรักให้สมบูรณ์แบบอีกครั้ง กับเมนูอาหารฝรั่งเศสรสเลิศที่มาพร้อมพรีเซนเทชั่นอันยอดเยี่ยม

 

Chef Team_1

 

จากความหลงใหลในวัฒนธรรมการกินดื่ม เชฟเจย์จึงเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเปิดประสบการณ์และชิมร้านอาหารเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ นอกจากนี้เธอยังเรียนจบด้านการทำอาหารฝรั่งเศสโดยตรง และเป็นหนึ่งในทีมเปิดของ L’Atelier de Joel Robuchon กรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้ไปเทรนนิ่งที่ L’Atelier de Joel Robuchon ปารีส โดยหลังจากสาขากรุงเทพฯ ปิดตัวลง และเชฟแต่ละท่านต่างแยกย้ายไปทำที่ครัวอื่น แต่เธอก็ยังมีความคิดอยู่เสมอถึงการรวมทีมเชฟขึ้นอีกครั้ง สุดท้ายจึงเป็นที่มาของร้านในชื่อว่า Stage (ออกเสียงว่า สะ-ตาช) ที่แปลว่า การฝึกงานในภาษาฝรั่งเศสนั่นเอง ซึ่งการเป็นสตาชนั้นต้องมีทั้งความรักและหลงใหลในสิ่งที่ทำ (passion) ความอดทน (patience) อีกทั้งความอ่อนน้อมถ่อมตนและพร้อมที่จะเรียนรู้ (humble) อันเป็นสิ่งที่เชฟเจย์ยึดถืออยู่เสมอ นอกจากนั้นคำว่า Stage ในภาษาอังกฤษยังหมายถึงเวที ซึ่งเปรียบเสมือนการทำงานในครัวเปิดที่เชฟต่างพร้อมแสดงฝีมือการทำอาหารให้ทุกท่านได้รับชมอีกด้วย

 

Menu_1

 

‘Stage Menu 3.0’ มาในคอนเซปต์ “Le Stage en Fête” ที่สื่อถึงงานเทศกาลและงานเลี้ยงเฉลิมฉลองในภาษาฝรั่งเศส ได้แรงบันดาลใจจากความสนุกสนานรื่นเริงของงานคาร์นิวัลและคณะละครสัตว์ในยุโรป โดยทีมเชฟตั้งใจนำเสนออาหารที่มีสีสันสดใส การตกแต่งจานที่มีลูกเล่น และการนำเสนอที่สนุกแปลกตามากยิ่งขึ้น โดยลูกเล่นต่างๆ จะถูกซ่อนไว้ในอาหารหลายๆ จาน เพื่อสร้างความตื่นเต้นอีกทั้งส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับลูกค้าทุกท่านผ่านเรื่องราวของอาหารแต่ละเมนู ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากการมิกซ์แอนด์แมตช์ของสุดยอดวัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากทั่วโลกมาดัดแปลงและครีเอทผ่านเทคนิคการทำอาหารสไตล์ฝรั่งเศสเช่นเคย จนกลายมาเป็นเหล่าสเปเชียลเมนูที่รับรองว่าใครหลายคนไม่เคยลิ้มลองอย่างแน่นอน

 

Snacks_3

Snacks

 

King Crab, Watermelon, Leek Bomb_3

King Crab, Watermelon, Leek Bomb

 

Foie Gras Sundae_2

Foie Gras Sundae

 

Spot Prawn, Jelly, Smoked Salmon Roe, Cotton Candy_1

Spot Prawn Jelly Smoked Salmon Roe Cotton Candy

 

Orecchitte, Sea Urchin, Black Winter Truffle_2

Orecchitte, Sea Urchin, Black Winter Truffle

 

Japanese Scallop, Seaweed Butter, Smoked Trout Roe_3

Japanese Scallop, Seaweed Butter, Smoked Trout Roe

 

Japanese Wagyu, Bone Marrow, Dry-Aged Beef, Red Wine Jus_2

Japanese Wagyu, Bone Marrow, Dry-Aged Beef, Red Wine Jus

 

Patagonia Tooth Fish, Turnip, Jacqueline Sauce_2

Patagonia Tooth Fish, Turnip, Jacqueline Sauce

 

ทางร้านเน้นการใช้เทคนิคอันซับซ้อนและชูวัตถุดิบชั้นยอดให้มีความโดดเด่น นอกจากนี้ยังเลือกใช้เทคนิคการทำอาหารและนำเสนอรสชาติอันหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงเลือกใช้วัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมของเอเชียมาผสมผสานอีกด้วย อาหารแต่ละจานจึงถูกถ่ายทอดและบ่งบอกถึงเทคนิคที่ซับซ้อนอันแฝงไว้ด้วยรายละเอียดมากมาย ซึ่งซิกเนเจอร์เมนูประจำซีซั่นใหม่นี้ได้แก่ King Crab / Watermelon / Leek Bomb, Foie Gras Sundae, Spot Prawn / Jelly / Smoked Salmon Roe / Cotton Candy, Orecchitte / Sea Urchin / Black Winter Truffle, Sweetbread Schnitzel / Black Garlic / Sauerkraut, และ Japanese Wagyu / Bone Marrow / Dry-Aged Beef / Red Wine Jus

 

Space Brownie_2

Space Brownie

 

White Tuna Belly, Lettuce, Pickle Vegetable, Olive Ice-cream_2

White Tuna Belly, Lettuce, Pickle Vegetable, Olive Ice-cream

 

Sweetbread Schnitzel, Black Garlic, Sauerkraut_2

Sweetbread Schnitzel, Black Garlic, Sauerkraut

 

Dessert Trolley_5

Dessert Trolley_4

Dessert Trolley

 

และในส่วนของขนมหวานนั้นดูแลโดย เชฟเรขา ลิมปิชาติ ซึ่งเรียนด้านการทำขนมโดยตรงจากกรุงปารีสและเคยผ่านการเทรนจากร้าน Le Quartier du Pain โดยเชฟ Frédéric Lalos เชฟขนมหวานแถวหน้าของฝรั่งเศส ซึ่งเมนูขนมหวานต่างๆ ในซีซั่นใหม่นี้ก็ได้แรงบันดาลใจและเน้นใช้วัตถุดิบที่สื่อถึงความสนุกสนานของงานเทศกาลและงานรื่นเริงเช่นกัน อย่าง Space Brownie และขนมชิ้นเล็กๆ หลากเมนูที่สามารถเลือกได้จาก Dessert Trolley สีสันสดใสที่ทางร้านจัดทำขึ้นพิเศษ อาทิ Matcha Kid Cat, Truffle Choux, Popcorn Éclair, Coconut Ice Cream With Bread, Apple Candy เป็นต้น

 

Cocktail Trolley_5

Cocktail Trolley_3

Sommelier_1

‘Stage Menu 3.0’ เสิร์ฟเฉพาะ Tasting Menu จำนวน 7 คอร์ส ราคา 3,500++ บาท (ไวน์แพริ่ง 3 แก้ว 1,400++ และ 5 แก้ว 1,900++) และ ‘Stage Experience’ 10 คอร์ส ราคา 4,900++ บาท (ไวน์แพริ่ง 5 แก้ว 1,900++ และ 7 แก้ว 2,500++) โดยเมนูจะมีการเปลี่ยนแปลงทุก 2 เดือนตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ

นอกจากนี้ยังได้ ภัทรพล พลฤทธิ์ Restaurant Manager และ Sommelier หนึ่งในทีม L’Atelier de Joel Robuchon กรุงเทพฯ และเคยดำรงตำแหน่ง Head Sommelier ของโรงแรม Bangkok Marriot Marquis Queen’s Park เป็นผู้ดูแลในส่วนของเครื่องดื่มและบริการ โดยเปิดกว้างในการคัดสรรไวน์ชั้นดีจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งไวน์โลกเก่า (old world wine) และไวน์โลกใหม่ (new world wine) รวมไปถึง natural wine ที่ต่างเข้ากันกับอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีวิสกี้และค็อกเทลไว้คอยให้บริการแบบ table side service  รวมไปถึงกิมมิคสนุกๆ ใหม่ล่าสุดกับ champagne trolley ที่พร้อมเข็นมาบริการเสิร์ฟแชมเปญชั้นเลิศให้กับลูกค้าถึงโต๊ะอีกด้วย

 

Interior_19

Interior_9

Secret Room_1

Stage (สตาช) ได้รับการตกแต่งภายในโดยทีม Paradigm Shift ซึ่งเป็นทีมผู้อยู่เบื้องหลังดีไซน์ของร้านอย่าง Crimson Room และ Canvas เช่นกัน โดยได้แรงบันดาลใจจากสไตล์ Scandinavian Minimalism ผสมผสานกับ Parisian Chic สามารถรองรับได้ 30 ที่นั่ง พร้อมโซนกึ่ง Private Chef’s Table ที่สามารถมองเห็นทีมเชฟทำงานในครัวเปิดได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส

 

Stage Team_1

Stage (สตาช) ตั้งอยู่บนถนนเอกมัย เปิดให้บริการทุกวัน โดยในช่วงกลางวันเปิดให้บริการในลักษณะ Private Lunch เวลา 12:00 – 14:30 น. สำหรับ 4 ท่านขึ้นไปและต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น สำหรับดินเนอร์เปิดให้บริการเวลา 17:00 – 24:00 น. (เปิดรับจองโต๊ะรอบสุดท้ายเวลา 20:30 น.)

 


Interior_14

359/2 เอกมัย คอมเพล็กซ์ สุขุมวิท 63 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ
Website: https://www.restaurant-stage.co/ Facebook & Instagram: @stagebkk

โทร 02-002-5253, 083-623-4444 อีเมล: info@restaurant-stage.co Line ID: stagebkk

 

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply