Categories

To top
26 May

Special Interview – Two Dads, Too Much!

Untitled-2

Two Dads, Too Much! พ่อสองคน…ยังไง

Untitled-2

 

 

ในวันที่กฎหมายรับรองคู่สมรสเพศเดียวกัน ซึ่งปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ในชีวิตสมรสของพวกเขายังไม่เรียบร้อยดีในบ้านเรา ภาพยนตร์เรื่อง ‘Fathers’ โดย พลัฏฐ์พล มิ่งพรพิชิต ก็ลงโรงมาเป็น Case Study และ ตั้งคำถามกับหลายฝ่าย ในหลายแง่มุม

POSH ฉบับนี้นั่งลงคุยกับสองนักแสดงนำจากภาพยนตร์ Fathers  ‘อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล’ และ ‘นัท-ณัฐ ศักดาทร’ ที่วิสต้า คาเฟ่กลางถนนอโศก ทั้งบทบาทในเรื่อง สิ่งที่พวกเขาคิด และความสุขที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง

POSH: การทำงานร่วมกันกับผู้รับบทพ่ออีกคนเป็นไงบ้าง?

Nat: พี่อั๊ตตัวจริงบ้าบอมาก (ฮา) เราเห็นผลงานของเขามาตั้งแต่เด็กๆ เลยรู้สึกว่าจริงๆ เขาบ้าบอกว่าที่คิดไว้ พี่อั๊ตมีความร่าเริงอยู่ในตัวสูงมาก แต่ด้วยความที่ว่าพี่อั๊ตเขาก็โตที่อเมริกา ผมก็ไปเรียนที่อเมริกาเหมือนกัน ก็เลยคุยกันง่าย บางทีเราก็คุยภาษาอังกฤษกันบ้าง

Utt: นัทเนี่ย ผมเคยดูเขาตั้งแต่เด็ก เคยติดตามนัทมาก่อน

Nat: นั่นคือพี่นัท มีเรีย ใช่มะ (หัวเราะ)

Utt : คือจริงๆ รู้จักนัทอยู่แล้ว นัทนี่คือ AF ปีไหนนะ

Nat : เอเอฟสี่ เอ่อ…นี่คือรู้จักและติดตามแล้วเหรอ ยังต้องมาถาม (หัวเราะ)

Utt:  สรุปว่า ก็คุ้นกันอยู่แล้ว เหมือนจะเคยเจอกันมาบ้างตามงาน แต่ไม่ได้ร่วมงานกัน พอรู้ว่าได้มาร่วมงานกันก็อย่างที่นัทบอก เราก็พูดคุยกัน เหมือนต่างคนต่างเคยอยู่เมืองนอกมา แล้วก็คุยกันแบบเป็นกันเอง ไม่เกร็ง

POSH: แล้วต้องปะทะกับ ‘รัตติยา’ ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิเด็กกำพร้า รับบทโดยตัวแม่ ‘นก-สินจัย เปล่งพานิช’ เป็นยังไงบ้าง?

Nat: พี่นกเฟรนด์ลี่มากครับ ผมได้ยินเรื่องของพี่นกมาเยอะมากตั้งแต่สมัยผมเล่นละครเวทีแล้วผมต้องไปเรียนแอ็กติ้งกับหม่อมน้อย หม่อมน้อยจะชมพี่นกให้ฟังตลอดเวลาว่าพี่นกเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักแสดงอย่างไร เขาทำการบ้านยังไง เราก็เลยรู้สึกว่าคนนี้น่านับถือมากเลย ตอนแรกมาร่วมงานด้วยเราก็รู้สึกแอบเกร็งนิดนึง เพราะผมมีซีนเข้าดราม่ากับพี่นกด้วย ก็กลัวว่าซีนนั้นจะทำได้ดีไหม พี่นกเขาจะมองเราว่ายังไง แต่พอเอาเข้าจริงๆ คือพี่นกแกไม่ได้วางตัวอยู่เหนือนักแสดงรุ่นใหม่ พอเราเข้าฉากจริงๆ มันก็เลยไม่เกร็ง ส่งอารมณ์มาเต็มที่ เราก็ทำเต็มที่

Utt: ผมเคยร่วมงานกับพี่นกมาตั้งแต่เข้าวงการแรกๆ เลย รู้จักพี่นกมานานมาก ตั้งแต่ไปอยู่สิงคโปร์มาก็เลยไม่ได้รับงานนานมาก แต่พอได้รู้ว่าจะกลับมาเล่นกับพี่นกก็ดีใจมาก พี่นกเป็นคนที่มีความจำแม่นมากอ่ะ คือเรายังจำไม่ได้เลยอ่ะ เราจำได้ว่าเคยร่วมงานกับพี่นก แต่จำไม่ได้ว่าคือเรื่องอะไร แต่พี่นกจำได้ทุกอย่าง จำตัวละคร จำเรื่องได้หมด พอได้มาร่วมงานกับพี่นกก็ดีใจ ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าพี่นกคือตัวแม่

POSH: มาถึงลูกชายในเรื่องชื่อ น้อง ‘บุตร’ ที่ได้ น้องฮิม-อริย์ธัช พิพัฒน์ตังกูล มาแสดง น่ารักและยากขนาดไหน?

Nat: ส่วนน้องฮิมที่เป็นลูกของฝุ่นกับยุกต์ในเรื่อง อันเนี้ยเป็นพาร์ตที่ยากที่สุดสำหรับผม เพราะว่าในชีวิตจริงผมไม่เคยมีลูก (หัวเราะ) และรอบตัวผมก็ไม่ได้คลุกคลีกับเด็กเลย ก่อนที่จะแสดงผมก็เลยคุยกับคุณแม่น้องฮิมบอกว่า เออ…ขอพาน้องไปเที่ยวเล่นหน่อยนะ จะได้คุ้นเคยกันมากขึ้น แล้วก็จะได้รู้สึกว่า เออ ถ้าเราเป็นพ่อแล้วพาลูกมาเที่ยวจะรู้สึกยังไง ก็รู้สึกว่าการเลี้ยงเด็กนี่ไม่ง่ายเลย แต่น้องเขาน่ารักมากนะครับ พอมากองปุ๊บก็จะวิ่งมาหาเรา มาหาพี่อั๊ตก่อน แล้วก็จะจับมือเราตลอด

Utt: ความที่เรามีหลาน 2 คนอยู่แล้ว เราก็จะค่อนข้างเข้ากับเด็กได้ง่าย พอรู้ว่าเรื่องนี้จะต้องเล่นเป็นพ่อ จะต้องคลุกคลีกับเด็ก คือมันจะมีความธรรมชาติในการคลุกคลีกับเด็กอยู่แล้ว แล้วน้องฮิมเป็นเด็กน่ารัก คือมีความฉลาด ขี้สงสัยตามประสาเด็กทั่วไป และหน้าตาน่ารักมาก

POSH: สุดท้าย ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘บูม-พลัฏฐ์พล มิ่งพรพิชิต’ โหดไหม?

Nat: สำหรับคุณบูมผู้กำกับ เขาเป็นคนเหมือนมี 2 บุคลิก เวลาคุยนอกเวลาทำงานจะกันเอง เล่นๆ เขาจะชอบแกล้ง เรียกผมว่าลุงอะไรยังงี้ แต่พอทำงานปุ๊บเขาจะเปลี่ยนโหมดเป็นคนจริงจังขึ้นมาทันที ไม่คุยเล่น เราก็ต้องแยกให้ออก แต่คือผมว่าเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไฟแรงดี มีความตั้งใจดี

Utt: เขาเป็นเด็กรุ่นใหม่ มีการต้องปรับเข้าหากัน การมาจากอีกเจนเนเรชั่นนึงก็จะคุ้นเคยกับการทำงานอีกแบบนึง ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวที่จะเข้าใจในการทำงานของคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นใหม่ก็ต้องปรับเพื่อให้เข้าใจการทำงานหรือมุมมองอีกแบบนึงด้วย ทีมนี้เขาน่ารักมาก มีความตั้งใจ ตอนที่บูมติดต่อมา เขามีแพชชั่นมากสำหรับเรื่องนี้ที่อยากถ่ายทอดออกมา ส่วนหนึ่งที่อยากเล่นเพราะแพชชั่นของเขา แล้วมันก็เป็นการเล่าเรื่องที่ปกติแล้วเรื่องชายรักชายเขาจะไม่เล่ากัน แต่อันนี้มันมีเนื้อหาที่เข้าใจแบบสากล คือหญิงรักชาย หญิงรักหญิง ชายรักชาย คือมันมีเรื่องของครอบครัว เรื่องของเลี้ยงลูก มันมีอุปสรรคที่เราต้องไปเจอ

POSH: จากหนังตัวอย่าง 2 ตัว ไม่ได้ชี้ชัดว่าฝุ่นและยุกต์ ว่าใครเป็นอะไร?

Nat: จริงๆ แล้วหลักๆ ความตั้งใจของเรื่องนี้ที่ทีมงานและตัวนักแสดงอยากจะบอกคือมันไม่จำเป็นที่จะต้องบอกว่าคนนี้คือพ่อหรือแม่ใน Relationship แต่มันเหมือนต่างฝ่ายต่างช่วยกันทำหน้าที่ของทั้งสองคนในการเลี้ยงดูเด็กมากกว่า

Utt: อะไรคือความเป็นแม่ ต้อง Define ออกมาก่อนไง

Nat: สำหรับบทอันนี้พูดยาก เพราะในที่สุดคือฝุ่นกับยุกต์คือทั้งสองคนนี้เขาเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง เพราะฉะนั้นมันก็เป็นอุปสรรคสำหรับการเล่าเรื่องในเรื่องนี้ว่าเป็นผู้ชาย 2 คนที่ต้องมาเลี้ยงลูก เขาก็ขาดความเป็นผู้หญิง แต่มันเป็นความรักที่ทั้งสองคนมีต่อเด็ก แล้วมันคงตั้งคำถามขึ้นมาว่าอะไรถูก อะไรผิด  การที่เราไปชี้ว่าคนนี้เป็นแม่ มันเหมือนเราไปตั้งแง่ให้สังคมมองว่าแม่ต้องมีหน้าที่อย่างนี้ พ่อต้องมีหน้าที่อย่างนี้ในครอบครัว คือในยุคนี้มันคือใครทำอะไรก็ได้อ่ะ ไม่ใช่ว่าคนนี้ทำแบบนี้แบบนั้นแล้วคนนี้คือแม่

Utt: คือจริงๆ แล้วการเป็นฝุ่นกับยุกต์อ่ะก็แบ่งหน้าที่ในความที่เป็นพ่อกับแม่ไว้ในตัว เพราะมันไม่มีแม่ไง แต่มันคงไม่ได้เล่าชัดเจนว่าใครเป็นแม่หรือใครเป็นพ่อ

Nat: มันไม่ได้เล่าชัดเจน มันจะมีบางมุมที่ยุกต์นั่งสอนหนังสือลูก แต่คือทั้งคู่ช่วยกันดูแลลูกให้ดีที่สุดนั่นแหละ ทุกๆ หน้าที่ ส่วนใหญ่ก็จะทำอะไรด้วยกัน พร้อมๆ กันตลอด  แต่จุดต่างของทั้ง 2 คนอ่ะฝุ่นจะเป็นคนที่เข้มงวดกว่านะ เรื่องกฎระเบียบอะไรยังงี้

Utt: คือผมในเรื่องอาจจะมีอายุมากกว่า เป็นคนที่ตัดสินใจรับเด็กมาเลี้ยง

 

 

Untitled-1

 

POSH: งั้นขอให้นัทพูดถึงฝุ่น (อั๊ตในเรื่อง) แล้วอั๊ตพูดถึงยุกต์ (นัทในเรื่อง)

Nat: ฝุ่นก็จะทุกอย่างต้องเป๊ะๆ เขาก็มีความกังวลเยอะในหลายๆ เรื่อง เขาจะคิดไปก่อนสเต็ปนึงเสมอว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วจะดีกับลูกไหม เขามีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ เช่น ฝุ่นจะเตือนผมว่าอย่าวางโทรศัพท์มือถือไว้หัวเตียงนะมันจะรบกวนสมอง ซึ่งดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้เขาหงุดหงิดได้ ด้วยความที่เป็นคนคอนโทรลอะไรต่างๆ นิดๆ เสมอ เขาเป็นฝ่ายที่คอยเข้มงวดกับลูกมากกว่าเรา เราจะฟรีๆ หน่อย อาจจะด้วยอาชีพในเรื่องด้วย เขาเป็นคนทำธุรกิจ แต่เราจะเป็นนักวาดภาพประกอบ

Utt:  ส่วนยุกต์ที่ณัฐเขาเล่น ก็จะตรงข้ามกับฝุ่นที่ผมเล่น คือยุกต์จะค่อนข้างเจ้าอารมณ์กว่า เป็นอาร์ต แล้วก็ไม่สนใจเรื่องดีเทล เขาเป็นแนวอิสระกว่า อคนนึงจะสุขุม ดีเทล เจ้ากี้เจ้าการนิดนึง อีกคนจะรีแล็กซ์กว่า ฟรีกว่า เจ้าอารมณ์กว่า

Nat:  คือบทผม ถ้ามีใครมาก่อปัญหาครอบครัวก็จะสู้  แต่ฝุ่นจะประนีประนอมกว่า

Utt:  ยุกต์เนี่ยเป็นคนที่กล้าแสดงออกความรู้สึกที่มีต่อลูก ในขณะที่ฝุ่นก็จะเป็นคนที่ไม่ได้แสดงให้ชัดว่าเขารู้สึกยังไง อาจจะด้วยอายุที่แตกต่างด้วย

POSH: เรื่องราวกับสภาพสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมกับบทพ่อสองคนนี้ มันจะสะท้อนอะไรออกมา แล้วมันจะนำไปสู่อะไรได้บ้าง?

Utt: อย่างแรกคือยังไม่เคยเห็นเรื่องที่ถ่ายทอดชายรักชายในแบบนี้

Nat: ในเมืองไทยนะ

Utt: มันเป็นการใช้ชีวิตปกติที่ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้ร้อนแรง มันเหมือนกับเป็นชีวิตการมีลูกจริงๆ ชีวิตที่มีลูกเจอปัญหาที่โรงเรียนมันจะต้องแก้ยังไง แล้วบางทีมันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ง่ายๆ เพราะมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วว่าคนใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมันจะมีความขัดแย้ง มีคาแรกเตอร์ ความรู้สึก หรือว่าทัศนคติที่ไม่เหมือนกัน มันก็จะสร้างให้มีปัญหากันเองด้วย มันก็จะเข้าไปลึกกว่านี้อีก ทั้งแบบสองคน สามคน ลูกด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งผู้กำกับเขาอยากจะถ่ายทอดคือการเปิด Discussion การเปิดประเด็นให้คนมาเห็นว่ามันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็แล้วแต่ ทุกคนก็เป็นมนุษย์ ทุกคนก็เจอปัญหา ทุกคนก็แก้ปัญหา

Nat: ส่วนตัวรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่าจะทำให้คนได้เห็นชีวิตของกลุ่มคนเพศที่สามได้กว้างขึ้น เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเน้นไปทางแง่มุมชีวิตของเพศที่สามที่ค่อนข้างหวือหวาร้อนแรงแบบที่พี่อั๊ตบอก แต่เอาจริงๆ แล้วคือชีวิตของคนกลุ่มนั้นมันไม่ได้มีแต่เรื่องอย่างนั้น มันก็มีเรื่องธรรมดา มีเรื่องครอบครัว มีเรื่องความรักที่บริสุทธิ์เหมือนชายหญิง อันนี้ก็น่าจะเป็นอีกเรื่องนึงที่จะเปิดกว้างให้เห็นอีกมิติมากขึ้น แต่ว่าสิ่งนึงที่จะเห็นคือครอบครัวของคนเพศที่สาม ก็มีความรักเหมือนชายหญิงแหละ ตื่นเช้ามาก็ใช้ชีวิตเหมือนกัน ดูแลกันและกัน ดูแลลูก เพียงแต่ว่าปัญหาที่ต้องเจอในสังคมอาจจะต่างกันนิดนึง เช่น บางทีลูกเราโตขึ้นแล้วลูกต้องไปโรงเรียน แล้วไปเจอกับครอบครัวที่เขาโตมากับมีพ่อกับแม่ผู้ชายผู้หญิงก็จะเกิดความสงสัย

POSH: เหตุผลที่เราต้องไปดูเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตามแต่?

Utt:  มันจะทำให้รู้สึกถึงคุณค่าของความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักที่อยู่รอบข้างตัวเรา กับพ่อแม่ กับน้อง กับพี่ คือมันจะทำให้กลับไปแล้วก็มีความเข้าใจที่จะเห็นคุณค่าของคนที่เรารักรอบข้างเรา

Nat:  ผมคิดว่ามันเป็นอีกก้าวเล็กก้าวใหม่ของวงการและสังคมไทยที่มันมีหนังแบบนี้

POSH: มีอะไรอื่นอีกที่ต้องเตรียมตัวก่อนชมหนังเรื่องนี้?

Nat:  ฟังเพลงประกอบครับ (หัวเราะ) แต่งเพลงนี่หลังจากถ่ายเสร็จแล้ว ชื่อเพลง ‘ความหมายที่หายไป’ แต่งเอง ร้องเอง แล้วก็มีพี่อั๊ตเข้ามามีส่วนร่วมช่วยด้วย

เพลงนี้ไม่ใช่คำตอบส่วนใหญ่หรือทั้งหมด แต่ว่ามันก็สะท้อนอารมณ์ในช่วงหนึ่งของหนัง

_DSC0520

 

 

 

Who are they?

อั๊ต – อัษฎา พานิชกุล รับบท ฝุ่น

Poster Character UTT1

นายแบบวัยรุ่นปลายยุค 1980s ที่เด่นทั้งงานนายแบบ ดีเจ วีเจ งานแสดง รับโอกาสไปทำงานด้านบันเทิงหลายอย่างที่สิงคโปร์ยาวนานเกว่า 10ปีก่อนจะกลับมายึดคืนพื้นที่ความฮอตอีกครั้ง ล่าสุดเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ ‘Fathers’

ในบท

  • ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนบริษัทเอกชน วัย 36 ปี
  • เป็นมนุษย์เหตุผลที่โรแมนติกและจริงจังกับชีวิต รักและให้ความสำคัญกับลูกมาก
  • “ความรักของชายกับชายไม่ได้สำคัญที่การจดทะเบียน แต่สำคัญที่การเข้าใจกันและกัน”

 

นัท – ณัฐ ศักดาทร รับบท ยุกต์

Poster Character NAT1

 

ป๊อบสตาร์ที่เกิดจากเวที Academy Fantasia Season 4 มีผลงานเพลง และงานแสดงอยู่ไม่ขาด กระทั่งเป็นหนึ่งในผู้ชื่อเสียงในหลายประเทศแถบเอเชีย และมีแฟนคลับในต่างประเทศไม่น้อย ล่าสุดเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ ‘Fathers’

ในบท

  • กราฟฟิกหนุ่มวัย 33 ปี เป็นมนุษย์เจ้าอารมณ์และอ่อนไหว มีนิสัยทะเล่น ขี้เล่น โผงผาง
  • ด้วยความที่ ‘บุตร’ เป็นลูกบุญธรรมของฝุ่นแต่เพียงผู้เดียว เขาจึงคาดหวังที่จะจดทะเบียนสมรสกับฝุ่นมาก
  • “ไม่ต้องมาสงสารหรอก แค่ไม่มองว่าพวกเราไม่ปกติหรือประหลาดก็พอแล้ว”

———————————————————————————————————————————————

Texts : Nattapon Chuangprayoon

Photos: Termsit Siriphanich, ‘Fathers’ the movie

 

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply