Categories

To top
28 Jan

Special Interview – Korravee Pimsuk

13_012

Korravee Pimsuk นางเอกซุปตาร์ขวัญใจชาวเมียนมาร์

13_012

ถ้าเอ่ยชื่อแก้วกรวีร์ พิมสุขเราอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธอในฐานะนักแสดงและนางแบบชาวไทยกับลุกส์สาวเปรี้ยวเท่ แต่สำหรับประเทศเมียนมาร์ เธอคือ K Korravee’ นางเอกซุปตาร์ที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นขวัญใจชาวเมียนมาร์จนมีฐานแฟนคลับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรกเลยทีเดียว

แก้วเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการได้ร่วมงานกับประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างจริงจังหลังจากรับบทนางเอกสาวไทยสุดเท่ที่ไปพบรักกับหนุ่มเมียนมาร์ในเรื่อง รักภาษาอะไร หรือ Myanmar In Love In Bangkok ของผู้กำกับฝีมือดีอย่าง ‘ธนิตย์ จิตนุกูล’

“ตอนนั้นทางเอเจนซี่ของเมียนมาร์ซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายที่นั่น แก้วจึงมีโอกาสไปโปรโมทหนัง จากนั้นก็มีผลงานมาเรื่อยๆ อย่างปีนี้ก็จะมีหนังเรื่อง Deception และ 67 Plaza ค่ะ”

พอต้องทำงานกับทีมงานของเมียนมาร์อย่างเต็มตัวรู้สึกอย่างไรบ้าง

“ตื่นเต้นค่ะตอนนั้นคิดแต่เพียงว่านี่คือโอกาสที่ดีเราไม่เคยทำงานต่างประเทศและไม่คิดว่าตัวเองจะได้ไปด้วยมีความประหม่าบ้างกลัวว่าเราจะทำได้ดีพอไหมจะไปถ่วงเวลาของทีมงานไหมแต่ว่าพอไปทำงานแล้วแก้วรู้สึกดีมากคนที่นั่นใจดีคอยแนะนำอะไรหลายๆอย่างจนทุกอย่างโอเคขึ้น”

การทำงานของที่นั่นแตกต่างจากบ้านเราไหมคะ

“แตกต่างค่ะที่เมียนมาร์ค่อนข้างสบายๆไม่มีระบบอะไรที่ตายตัวมากเขามีการทำงานที่ดีเป็นทีมเวิร์คจริงแต่จะไม่ได้ซีเรียสมากมายเช่นเรื่องของคอสตูมการแต่งหน้าและเวลาแต่ทุกอย่างกลับทำงานราบรื่นดีส่วนการทำงานในเมืองไทยเราจะรู้อยู่ว่าทุกอย่างจะต้องวางแผนกันล่วงหน้าหลายๆวันบางทีเป็นอาทิตย์

“แรกๆแก้วก็งงนะเพราะไม่รู้ว่าเราจะต้องเริ่มทำอะไรก่อนเริ่มกี่โมงเสร็จกี่โมงแล้วแต่ละกองถ่ายก็ไม่เหมือนกันด้วยเช่นกองถ่ายนี้ค่อนข้างชัดเจนมีตารางเวลามาลางๆว่าวันนี้ถ่ายกี่ซีนที่ไหนแต่หนังบางเรื่องด้วยความที่พล็อตเรื่องเป็นสถานที่เดียวเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องเวลาพอทำงานนานไปจึงทำให้แก้วรู้ว่าเออ…ไม่ฟิกซ์เวลาก็ไม่มีปัญหานะไม่กดดันคือเขาเชื่อใจเราเราเชื่อใจเขาเขาพร้อมมาเราก็ต้องพร้อมด้วยเช่นแก้วแต่งหน้าเองทุกงานเสื้อผ้าต้องเตรียมแต่ถ้าเป็นถ่ายแบบนิตยสารทางทีมงานจะแต่งให้ตามคอนเซ็ปต์”

แล้วเรื่องภาษาละคะ

“เรื่องนี้แหละที่แก้วกังวลแรกๆแต่เรื่อง Deception แก้วพูดภาษาอังกฤษทั้งเรื่องส่วนอีกเรื่องเป็นหนังผีที่แก้วเล่นเป็นคนไทยเลยพูดภาษาไทย (ยิ้ม) มีบ้างที่ต้องพูดภาษาบ้านเขาค่ะ”

ไปทำงานแต่ละครั้งนานไหม แล้วต้องปรับตัวอย่างไรบ้างคะ

“ถ้าเป็นหนังแก้วไปอยู่ที่นั่นอย่างน้อย 15 วันค่ะ บางทีเป็นมิวสิควิดีโอก็จะประมาณ 3 – 5 วัน เรื่องปรับตัวแทบไม่มีเลย (หัวเราะ) แก้วชอบนะ อาจเพราะแก้วเป็นคนลุยๆ ชอบวัฒนธรรมของเขาที่ยังมีความดั้งเดิม อย่างเช่นการนุ่งลองยี (ผ้านุ่งสำหรับผู้ชาย) ต่อให้เป็นนักธุรกิจชั้นสูง ถ้ามีงานทางการเขาก็จะใส่ลองยี สวมรองเท้าแตะ

“การกินข้าวยังใช้มืออยู่เลยค่ะ บางคนเป็นนักธุรกิจสูงๆ ก็ยังใช้มือกินข้าว กินหมากด้วย แล้วก็การใช้ชีวิตต่างๆ ยังคงความดั้งเดิมทั้งความเชื่อ วัฒนธรรม การวางตัว เราจะไปทำตัวเครซี่ไม่ได้นะ ต้องเคารพบ้านเมืองเขา ต้องดูคอยสังเกตคนที่นั่นเป็นหลักก่อนว่าพวกเขามีความเชื่อกันยังไง การวางตัวของผู้หญิงต้องทำยังไง แต่คนเมียนมาก็ยังมองว่าเราเป็นคนต่างชาติสำหรับอยู่ดี บางครั้งก็ไม่ต้องเกร็งมากค่ะ”

แสดงว่าคุณเป็นคนอยู่ง่าย กินง่าย

“ใช่ค่ะ ตอนแรกทางเขากลัวเราปรับตัวไม่ได้ พาไปร้านอาหารก่อน แต่บางทีแก้วรีบ เลยบอกเขาไปไหนก็ได้นะ กินข้างทางก็ได้ ที่นั่นจะเหมือนไชน่าทาวน์บ้านเรา มีอาหารข้างทาง ตอนแรกก็แบบ…จะดีเหรอ (หัวเราะ) แต่รสชาติดีมาก อย่าไปแคร์เรื่องหน้าตา อร่อยมาก ที่สำคัญต้องใช้มือ บางทีเราก็ไม่กล้า จะสุภาพไหมเวลามีผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะ แต่ผู้ใหญ่ก็ใช้มือค่ะ เลยเป็นความสนุกมากกว่า บางอย่างเราไม่เคยทำ บ้านเราทำไม่ได้ แต่ไปอยู่ที่เมียนมาร์ได้ทำอะไรที่ไม่เคยเลยชอบ”

13_046

เห็นว่าตอนนี้คุณกลายเป็นขวัญใจคนเมียนมาร์ไปแล้ว เป็นอย่างไรบ้างคะ

“อาจเป็นเพราะคนเมียนมาชอบดูหนังค่ะชอบความแปลกใหม่อย่างคาแรคเตอร์ของแก้วในหนังกับคาแรคเตอร์ตัวจริงคล้ายกันมากพวกเขามองว่าเออ…คนนี้เท่ดีเนอะเป็นผู้หญิงแปลกเลยชอบเรายิ่งในเรื่อง Myanmar In Love In Bangkok แก้วแหวกแนวเลยย้อมผมขาวแต่งตัวก็ไม่เหมือนคนบ้านเขาเลยดูแล้วอินว่าเราเป็นผู้หญิงเท่ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นแต่ที่พีคที่สุดคือตอนแก้วงานการกุศลแล้วมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งตามรถเหมือนดาราเกาหลีมาบ้านเราแล้วมีแฟนคลับวิ่งตามอย่างนั้นเลย (หัวเราะ) ตกใจเหมือนกันค่ะ

“ส่วนซุป’ตาร์คนอื่นๆ เขาเรียบร้อย ว่างๆ ก็จะไปพาโกด้า ใส่ลองยีอะไรปกติ เวลามีงานแล้วเราเป็นแขก เขาก็จะใส่ชุดประจำชาติไปซึ่งถือเป็นการให้เกียรติเรา สำหรับแก้วที่คนเมียนมาร์รู้จักเยอะ ตรงนี้ต้องขอบคุณเวลาเขามีงานบริจาค งานการกุศล เขาจะชวนแก้วตลอด ทำให้เราได้รู้จักกับเซเลบริตี้ นางแบบ นายแบบ นักธุรกิจเพราะว่างานการกุศลทำให้เรารู้จักคนได้เยอะ บวกกับหนังเรากระแสตอบรับดีมาก แก้วไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ค่ะ”

ถามถึงผู้ชายเมียนมาบ้าง แตกต่างจากหนุ่มไทยไหมคะ

“แก้วว่าเขาขี้อายนะคะสุภาพมากตั้งแต่คนขับรถเลยค่ะเดินกุมมือตลอดก้มหัวตลอดคุยเก่งไหมอืม…ก็แล้วแต่คนแต่แก้วว่าผู้ชายที่นั่นน่ารักจริงๆแล้วแต่คนมองด้วยค่ะแต่จริงๆเป็นทั้งชายหญิงน่ารักให้เกียรติเรามากคนไทยก็เป็นนะแต่พม่าจะอ่อนน้อมถ่อมตนที่แบบมีวัฒนธรรมโบราณที่มีความเรียบร้อยอย่างในร้านอาหารพวกเขาจะใส่ใจมี Service Mind สุภาพมาก”

ในทางกลับกัน คุณคิดว่าทำไมคนเมียนมาถึงชอบมาทำงานเมืองไทย

“แก้วว่าอย่างหนึ่งเป็นเพราะว่าประเทศเขาเล็กอย่างเมืองย่างกุ้งซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงก่อนย้ายไปที่เนปิดอว์แต่ทุกวันนี้ย่างกุ้งก็ยังเป็นเมืองหลักที่คนส่วนใหญ่อาศัยซึ่งเล็กมากงานก็ไม่ได้มีหลากหลายคนว่างงานที่อยู่ตามต่างจังหวัดเขาก็ต้องการทำงานเลยมองหาแหล่งทำงานที่ประเทศอื่นใกล้บ้านเขานั่นคือประเทศไทยที่มีดินแดนเชื่อมต่อกัน

“แก้วว่ามันไม่แปลกที่เขาอยากมาทำงานบ้านเรา อย่างน้อยอยากกลับบ้านก็ยังได้กลับ แล้วอีกอย่างคนไทยใหญ่ คนเมียนมาพูดภาษาไทยได้เยอะมาก ฉะนั้นแล้วการมาทำงานที่เมืองไทยมันเป็นอะไรที่โอเคสำหรับเขา ด้วยเรื่องของภาษา ระยะทาง แล้วก็ค่าครองชีพหลายๆ อย่าง ตรงนี้แก้วอยากให้คนไทยเปิดรับเขาให้มากขึ้น”

สำหรับคุณจุดสูงสุดของการเป็นนักแสดงในเมียนมาร์คืออะไรคะ

“แก้วว่าจุดสูงสุดของเมียนมาคือการเล่นละครเพราะละครเมียนมาเหมือนละครไทยละครไทยบ้ายเราเลยค่ะแต่เราต้องเก่งภาษาซึ่งแก้วก็จะพยายามไปถึงจุดนั้นให้ได้ค่ะ”

ติดตามผลงานของแก้ว กรวีร์ได้ทาง IG: @kaewkorravee


Text: Pookie Chatcha

Photos: Attapol Wongsathit

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply