Categories

To top
18 Dec

Special Interview – JJ – Kritsanapoom Pibulsonggram

web2

Kritsanapoom Pibulsonggram

LOVELY BOY

web2

สารภาพว่าด้วยวัยอย่างเราจะให้จดจำนักแสดงวัยรุ่นมากมายที่ตบเท้าเข้ามาในวงการบันเทิงแบบแม่นเป๊ะ! ทุกคนนั้นคงยาก ยิ่งเดี๋ยวนี้หนุ่มสาวหน้าตาสายเกา (หลี) นั้นมาแรงสุดๆแต่แรงมาก แรงน้อยอย่างไรก็ตาม คนที่จะยืนหยัดเป็นขวัญใจมหาชน ปฏิเสธไม่ได้ว่าฝีมือการแสดงนั้นต้องนำ!

ขอเล่าย้อนกลับไปนิด (แหม…เดี๋ยวจะหาว่าเกริ่นยาว) ช่วงหนึ่งเราก็ติด ‘ไดอารีส์ตุ๊ดซีส์ เดอะซีรีส์’ เหมือนคุณๆ แล้วก็ดั๊นไปหลงรักตัวละครชื่อ ‘ท็อป’ … (ใครวะ เล่นโคตรดี)

เรื่องของเรื่องจึงนำไปสู่การสืบค้นจากอากู๋และป้าวิกิ พบว่าหนุ่มน้อยคนนี้นามว่า ‘เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม’ นักแสดงวัยรุ่นที่มีผลงานมากมาย ทั้งภาพยนตร์และซีรีส์รวมถึงมิวสิกวิดีโอต่อเนื่องกันมาหลายปีทีเดียว

และล่าสุดเขากำลังมีผลงานภาพยนตร์ ‘20 ใหม่ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น’ ที่กระแสความแรงกำลังพุ่งปรี๊ดพอๆ กับฝีมือการแสดงของเขา

“พี่ดูแล้วหรือครับ เป็นยังไงบ้าง” เจเจดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที ทิ้งอาการง่วงๆ หลังจากเราพูดถึงภาพยนตร์ล่าสุดของเขา เจเจเล่าว่า เขาสามารถงีบได้ตลอดเวลาเพราะสายงานตรงนี้หาเวลาพักผ่อนเต็มที่ค่อนข้างยาก ถึงกระนั้นเขาก็สามารถเด้งตัวขึ้นมาทำงานได้ทันทีเช่นกันและเล่าให้เราฟังถึงบทบาทการแสดงชิ้นใหม่ล่าสุด

“ผมค่อนข้างตื่นเต้นกับหนังเรื่องนี้นะ เพราะบทของบูมหลานรักของย่าปานเนี่ย เขาเป็นเด็กวัยรุ่นที่ค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง ดื้อในสายตาพ่อแม่ เลยไม่ค่อยมีใครสนับสนุนความฝันของเขาที่อยากเป็นนักดนตรี ก็มีแค่ย่าปานที่คอยสนับสนุน แล้วพี่ใหม่เล่นเป็นย่าผม เวลาเขาส่งอารมณ์ เราจะเล่นอย่างไรให้เป็นหลานโดยไม่รู้ว่านี่แหละ ย่าของเรา มันมีความผูกพันของตัวละครอยู่”

ถือว่ายากไหมคะกับหนังเรื่องนี้   

“ยากๆ เลยกดดันตัวเองให้เต็มที่ โชคดีที่ผมได้ทำงานกับคนเก่งๆ ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหม่ ดาวิกา พี่ก้อง สหรัถ นักแสดงรุ่นใหญ่ทุกคนทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรจากพวกเขาเยอะมาก ยิ่งทำให้เราตั้งใจ จะมาเป็นตัวถ่วงพี่ๆ ไม่ได้นะครับ แล้วก็ได้เรียนรู้เรื่องการวางตัว การแสดงของพวกเขาว่าเราต้องทำการบ้านให้หนักขึ้นยังไง”

คุณได้รับบทหลากหลายทั้งหนังและซีรีส์ โดยเฉพาะใน I HATE YOU, I LOVE YOU และก่อนหน้านี้กับ ไดอารี่ตุ๊ดซีส์ เดอะซีรีส์ 

“ถ้าพี่หมายถึงนิสัยของ ไทเกอร์ และ ท็อป อืม…ทั้งสองคนนี้มีอยู่ในตัวทุกคนนะผมว่า เพียงแต่สังคมและคนรอบข้างหล่อหลอมพวกเขาเป็นอย่างไร อย่างตอนผมเล่นเป็นท็อป ผมไม่เกร็งเลยเวลาเล่นกับพี่เพชร (เผ่าเพชรเจริญสุข) ก็เขาเป็นผู้ชาย มันก็อาจจะมีบางจังหวะที่เราขนลุกนิดหนึ่ง (หัวเราะ) ถ้าผมเล่นกับผู้หญิงจะเขินมากกว่าครับ เกรงใจพ่อแม่เขา”

แล้วถ้าวันหนึ่งคุณเกิดไปรักคนที่เขาไม่ใช่ผู้หญิงล่ะ

“ก็ว่ากันอีกทีครับคือถ้าผมชอบเขาแล้วเขาชอบผมก็โอเคนะถ้าถึงวันนั้นแล้วความคิดผมเปลี่ยนไปหรืออะไรอย่างนี้ผมว่าเดี๋ยวนี้มัน Advance ไปแล้วความรักไม่ได้อยู่ที่เพศหรือกฎเกณฑ์อะไรทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนสองคนถ้าโอเคก็คบกันมันก็ไม่ได้มีปัญหาอย่างตอนเล่นไดอารี่ตุ๊ดซีส์ผมรู้สึกดีที่มีแฟนคลับกลุ่มใหม่ติดตามเพิ่มมากขึ้นซึ่งเดี๋ยวปีหน้าผมมีซีรีส์ภูมิแพ้กรุงเทพไตรภาคตอน Lost in คีรีวงแล้วก็ไดอารี่ตุ๊ดซี่เดอะซีรีส์ 2 อีกครับ”

ย้อนกลับไป 3 ปีที่แล้ว เจเจ เป็นที่รู้จักในหมู่วัยรุ่นจากภาพยนตร์เรื่อง ‘เกรียน ฟิคชั่น’ ของผู้กำกับฯ คนเก่ง ‘มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล’ จนวันนี้ฝีมือการแสดงของเด็กหนุ่มจากเมืองเชียงใหม่นั้นถือว่าไม่ธรรมดา และที่มากไปกว่าหน้าตาก็คือเรื่องแฟชั่น

“ผมชอบแต่งตัว จากที่เคยใส่เสื้อยืด ตอนนี้ชอบมิกซ์แอนด์แมตช์ไปเรื่อย ไม่ค่อยตายตัวเท่าไร ผมชอบแบรนด์แฟชั่นเกือบทุกแบรนด์มานานแล้วครับ แต่ไม่ค่อยรู้เรื่อง พอมีโอกาสในช่วงปีที่ผ่านมาผมหันมาแต่งตัวมากขึ้น ก็ใส่เกือบทุกแบรนด์ที่ชอบแล้วนำมามิกซ์กัน สนุกดีครับ”

ช่วงนี้คุณชอบเสื้อผ้าแบรนด์ไหนมากที่สุดคะ

“ต้อง Gucci นะซีซั่นที่ผ่านๆมาเขามาแรงมากอาจเป็นเพราะทางแบรนด์เปลี่ยนดีไซเนอร์ด้วยกลับมาครั้งนี้จึงปังมากผมมองว่าตอนนี้ Gucci ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์หรอกเพราะรูปแบบเสื้อผ้ารองเท้ายังคงความเป็น Gucci เช่นเดียวกับในซีซั่นก่อนๆซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขาแต่ที่มันโดดเด่นขึ้นคือการใส่คาแร็คเตอร์ของการ์ตูนสัตว์ดอกไม้เข้าไปทำให้แฟชั่นดูสนุกขึ้นมีสีสันมากขึ้นค่อนข้างจะสมัยใหม่บนความคลาสสิกของแบรนด์เองคือตั้งแต่เขาจับศิลปะสมัยใหม่เข้าไปในงานด้วยมันยิ่งดีขึ้นไปอีกผมชอบมากโดยเฉพาะรองเท้า”

แล้วแบรนด์อื่นๆ ล่ะคะ

“เมื่อก่อนก็น่าจะเป็น Saint Laurent ครับแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นแล้วครับพอเปลี่ยนดีไซเนอร์”

แสดงว่าคุณให้ความสนใจเรื่องการดีไซน์ แล้วอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองไหมคะ

“ถ้าผมมีโอกาสคงทำแน่นอนคงต้องทุ่มเทกับมันมากๆเพราะเป็นสิ่งเราชอบแต่คงไม่ถึงกับไปเรียนแฟชั่นจริงจังผมต้องหาคนมีความรู้ด้านนี้มาช่วยทำงานเป็นทีมได้ไอเดียหลากหลายดีครับ”

คุณคิดอย่างไรที่ตอนนี้ผู้ชายหันมาแต่งตัวมากขึ้น 

“ผมว่าโลกเปลี่ยนไปแล้วการรับรู้ข่าวสารรวดเร็วขึ้นแฟชั่นก็เปลี่ยนเร็วแต่ไม่ถึงกับวิ่งตามไม่ทันเพราะส่วนใหญ่แฟชั่นจะหยิบยกเอาประวัติศาสตร์วัฒนธรรมศิลปะสิ่งรอบๆตัวมาทำงานเสื้อผ้าบางชิ้นของผมไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์นะอย่างที่บอกคือการนำมิกซ์แอนด์แมตช์ดีไซเนอร์ยังต้องเรียนรู้เรื่องคู่สีถ้าเราดูเป็นเสื้อตัวเก่าก็นำมาแมตซ์กับแจ็คเก็ตตัวใหม่ได้เดี๋ยวนี้ผู้ชายแต่งหน้าก็มีที่เขาเป็นผู้ชายแท้ๆอย่างเพื่อนผมก็แต่งหน้าเราจะยึดติดไม่ได้แล้วว่าเรื่องเสื้อผ้าเป็นเรื่องเฉพาะผู้หญิงแต่จะให้ผมไปนั่งเย็บผ้าคงไม่ไหว”

ปีที่แล้วคุณหมดเงินไปเยอะไหม แล้วจัดสรรเงินสำหรับซื้อเสื้อผ้าอย่างไรคะ

“หลายแสนครับ (ทำเสียงอ่อย) แต่ว่าเป็นเงินที่ผมหามาได้ทั้งนั้น คือผมจะแบ่งเงินไว้เป็นส่วนๆ ค่อนข้างชัดเจน ก้อนนี้ให้ที่บ้าน ก้อนนี้เก็บ แล้วก็แบ่งไว้สำหรับใช้จ่ายส่วนตัว ดังนั้นเงินที่ซื้อเสื้อผ้าจะไม่ไปรบกวนเงินเก็บของเรา เลยไม่ค่อยมีปัญหาในการซื้อของ”

web

คุณใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมสักตัวนานไหมคะ

“ไม่นะครับ ถ้าชอบจะซื้อเลย เคยมีบางจังหวะที่เสียดาย แต่ผมมองว่ามันเป็นการลงทุนมากกว่า ยิ่งเราอยู่ในวงการนี้ ในที่สว่าง จึงเป็นธรรมดาที่ต้องทำตัวเองให้ดูดี แล้วผมก็ชอบด้วยครับ”

เข้ามาทำงานตรงนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย คุณพ่อคุณแม่มองอย่างไรบ้างคะ

“พ่อแม่ก็เป็นห่วงครับ เพราะว่าหลังๆ พอผมเริ่มทำงานเยอะขึ้น เลยไม่ค่อยมีเวลากลับบ้านที่เชียงใหม่ จึงพยายามโทร. หาคนที่บ้านให้มากขึ้น เราก็คิดถึงพวกเขาด้วยแหละครับ (ยิ้ม)”

พอต้องย้ายมาเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม

“โห…น่าจะประมาณ 2 ปีที่แล้วตอนที่ผมเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ จริงจัง ผมรู้สึกเหงามากเพราะว่าตอนอยู่เชียงใหม่ผมมีทุกอย่าง มีพ่อแม่ มีน้องชาย มีเพื่อนเยอะแยะ ซึ่งไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลย แต่พอมาอยู่ที่นี่คนเดียว ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีคนให้คำปรึกษา มันทำให้ช่วงนั้นชีวิตผมดาวน์มาก เป็นคนคิดทุกอย่างในแง่ลบไปเลย”

เพราะคุณเหนื่อยด้วยหรือเปล่า

“ใช่ครับ ทุกอย่างมันเหนื่อยไปหมด ท้อแท้อยากกลับบ้าน ท้อจนร้องไห้ก็มีครับ”

แล้วทุกอย่างเริ่มดีขึ้นได้อย่างไรคะ

“ผมก็ใช้เวลาไปเรื่อยๆ ทำงานไปเรื่อยๆ เต็มที่กับสิ่งที่เราทำทุกวันจนชินไปเอง จะบอกว่าผมโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจากการที่ได้ทำงานตรงนี้ด้วย อย่างทุกวันนี้ผมมีงาน นั่นคือโอกาสที่มีคนหยิบยื่นให้เรา บางคนอยากมายืนอยู่ตรงที่เราอยู่ เพียงแต่ไม่มีโอกาส พอมีเพื่อนมากขึ้น มีพี่ๆ นาดาวดูแลให้คำปรึกษา เราก็รู้สึกดีขึ้น พอมีงานเข้ามาเราก็รู้สึกแฮปปี้แล้วครับ”

แฮปปี้แต่ขี้เซา (เราหยอก)

“ใช่ผมขี้เซาครับนอนได้ทุกที่ทุกเวลา (ยิ้ม) ถ้าพักนะครับอาจจะสะลึมสะลือบ้างตามจังหวะต้องเติมกาแฟแต่เวลาทำงานมาเถอะตอนนี้อยากเล่นทุกบทเลยครับผมอยากพัฒนาตัวเองจ้างมาได้เลยครับพร้อม!…”

ติดตามผลงานของเจเจกฤษณภูมิ พิบูลสงครามได้ทาง IG: @jaylerr


Text Pookie Chatcha

Photographed by Attapol Wongsathit

Location Embassy Diplomat Screens

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply