Categories

To top
12 Aug

POSH Magazine Thailand – August 2018 Cover Interview

cover

1

Ananda Everingham – Arak Amornsupasiri – Men on a Mission

2

อนันดา เอเวอริงแฮม รับบทเป็น ขุนพันธ์

Q.เป็นอย่างไรบ้างกับการกลับมารับบทเป็น ขุนพันธ์ นายตำรวจวีรบุรุษผู้เป็นตำนานครั้งที่2 

อนันดา : ต้องบอกว่าพอจบภาคแรก ยอมรับเลยว่านี่เป็นโปรเจคต์ที่ใช้พลังงานมากที่สุด ในทุกๆโปรเจคต์ที่ผมเคยร่วมงานมาก่อน ตอนปิดกล้องก็ยังบอกพี่โขมเลยว่าสิบปีนะพี่เดี๋ยวค่อยกลับมาเจอกัน ให้กลับมาอย่างนี้อีกรอบหนึ่งไม่รู้ว่าจะไหวไหม ขอทำใจก่อนนะถ้าพี่จะให้ผมกลับมาเล่น พอรู้ว่ามีภาค2 มันเป็นโปรเจคต์ที่ทำยาก เป็นชนิดหนังที่น้อยทีมน้อยคนคิดที่จะทำกันแล้ว ซึ่งมันทำให้ทุกๆคนรวมถึงตัวผม รู้สึกศรัทธาการทำงานในทางนี้ เรารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทุ่มเทให้กับโปรเจคต์นี้ เราให้100เปอร์เซนต์ ในเมื่อเราทำภาค1ให้มันสำเร็จมาแล้วเนี่ย ภาค2คือเรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องมากกว่านั้น ก็เลยเตรียมตัวที่จะเหนื่อยกว่าภาคแรกด้วยซ้ำไป สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในทีมของเรา เพราะเราได้ฝ่าฟันหลายสิ่งหลายอย่างกับภาคแรก ผมรู้สึกว่ามันทำให้ทุกคนสนิทกัน มีความสามัคคีอยู่สูงมากเราทำงานกันเป็นครอบครัวเราสู้เพื่อกันและกัน กลุ่มกองถ่ายของเราเป็นเหมือนกลุ่มแก๊งโจรเชิ๊ตดำไปแล้ว

Q.ในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ภาค2 อะไรคือความแตกต่างที่ผู้ชมจะได้สัมผัส

อนันดา : สำหรับขุนพันธ์ภาค 2 ความแตกต่างจากภาคแรกที่เราจะได้เห็นคือเราจะได้เห็นตัวละครของขุนพันธ์ เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อมากขึ้น มีความเป็นมนุษปุถุชน ภาคแรกขุนพันธ์จะค่อนข้างขาวดำคือทุกอย่างที่เขาเชื่อมันเป็นเรื่องของกฎหมาย แต่สำหรับภาคนี้เราจะได้เห็นconflictเห็นความรู้สึกขัดแย้งของตัวละครตัวนี้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆที่เขาได้เผชิญหน้า จริงๆอย่างโจรที่เขาได้เจอมันก็มีทั้งคุณธรรม มีเมตตา ก็ไม่ได้เลวซะทีเดียว ในเวลาเดียวกันก็จะได้เห็นตำรวจที่ไม่ได้ดีซะทีเดียวเหมือนกัน มันทำให้ท่านขุนเขาเกิดคำถาม เกิดความรู้สึกที่ว่า แล้วตำรวจที่ดียังมีอยู่ไหม แต่ในขณะเดียวกันแน่นอนอยู่แล้วใครที่เป็นแฟนหนังแอคชั่นแฟนตาซี เรื่องอาคม ในภาค 2 เราจะได้เห็นความเข้มข้นของวิชาอาคมที่ท่านขุนพันธ์มานำเสนอให้ทุกคนได้ดูนะครับ และจะได้เห็นที่มาที่ไปของวิชาอาคมเหล่านี้ว่าท่านไปเรียนมาจากที่ไหน ท่านเอามาใช้มากขึ้นชัดขึ้นมากกว่าภาคแรกอีก

Q. คงต้องเล่าให้ฟังแล้วว่าในภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ภาค 2 เรื่องราวเป็นอย่างไร

อนันดา : สำหรับขุนพันธ์ภาค2 เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นกฎหมายค่อนข้างอ่อนแอมาก ท่านขุนเองก็เริ่มรู้สึกหมดศรัทธาในกฎหมาย เจอตำรวจหักหลัง โดนให้พักราชการ ในภาคนี้เราก็เลยจะได้เห็นท่านขุนเข้าไปอยู่ในกลุ่มของพวกจอมโจรเชิ๊ตดำซึ่งนำโดยเสือฝ้าย เสือใบ พูดได้ว่าสำหรับเสือฝ้ายก็จะคุมชุมโจรที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลางในช่วงนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องการจับตัวมากที่สุด ทางเสือใบกับเสือฝ้ายเนี่ยนอกจากจะเก่งก็จะมีของดีมีอาคมที่ไม่แพ้ใครเลยครับ และก็ความไม่ธรรมดาของสองคนนี้คือยอมหักไม่ยอมตาย สำหรับท่านขุนเองพอเข้าไปอยู่ในกลุ่มเชิ๊ตดำมันมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ส่งผลต่อความคิดที่อยู่ในตัวท่านขุนพันธ์ ท่านได้เห็นว่าจริงๆแล้วโลกมันไม่ได้มีแค่ขาวดำ ทุกอย่างไม่ได้ดำเนินไปตามกฎหมายอย่างเดียว พอได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแก๊งเชิ้ตดำก็ไปสะกิดความเชื่อแต่เดิมที่ท่านเคยมีมาตลอดเกี่ยวกับพวกเสือ และกฎหมาย ความน่าสนใจในภาคสองนี้คือเราจะได้เห็นตัวละครท่านขุนที่มีอาวุธมีอาคม ที่เหนือใคร แต่ในขณะเดียวกันสำหรับเสือฝ้ายกับเสือใบนี่ก็ไม่แพ้กัน มีวิชาอาคมที่ไม่ธรรมดาเหมือนกันครับ ในภาค2นี้กฎหมายจะจับตายขุนพันธ์ครับ เราจะได้เห็นขุนพันธ์ถือคำสัตย์ปฎิญาณกับพวกโจร

Q.ในภาค2นี้ผู้ชมจะได้สัมผัส ของขลัง วิชาอาคมอะไรของ ขุนพันธ์ บ้าง

อนันดา : ในภาคนี้คือ หนังเหนียวคงกระพัน คาถาพรางตัว แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะท่านก็จะมีอาวุธพิเศษในภาคนี้ด้วยก็คือดาบแดง เราจะได้เห็นขุนพันธ์ใช้ดาบแดง เราจะได้เห็นความมันการปะทะกันของสามตัวละครที่มีความคงกระพัน มีวิชาแคล้วคลาด และก็พลังช้างสาร

Q. ในภาคที่2ยังมีตัวละครใหม่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่ปรับ ที่เป็น2คาแรคเตอร์ตัวละครสำคัญอย่าง เสือใบกับเสือฝ้ายเป็นอย่างไรบ้าง 

อนันดา : สำหรับคาแรคเตอร์เสือใบจะเป็นตัวละครที่เจ้าเล่ห์ จะมีไหวพริบที่ดี ฉลาด แต่จุดที่ผมว่ามีเสน่ห์ของตัวเสือใบนี่คือ ความกระล่อน ความเจ้าชู้ คือจากที่ เป้ (อารักษ์ อมรศุภศิริ)เขาแสดงไปนี่มันน่าสนใจมาก ถึงขนาดที่ว่าเป้เขามีการดีไซน์ตัวละครตัวนี้ขึ้นมา อย่างเช่นมีการดัดเสียงเพื่อเล่นเป็นตัวละครเสือใบตัวนี้โดยเฉพาะ  ในขณะเดียวกันตัวเสือใบเองก็จะมีของขลังเป็นกระสุนคต เสือใบเขาก็จะมีปืนพิเศษที่จะเป็นปืนสำหรับกระสุนคตโดยเฉพาะ เพียงแค่ขอให้มองเห็น กระสุนอยู่ทิศไหนก็จะไปโดนคนนั้น และตะกรุดแคล้วคลาดครับ พูดง่ายๆเขาเรียกเหมือนกับเกราะของเขา ซึ่งใครยิงมาตะกรุดหันไปด้านนั้นก็จะยิงมาไม่ถึงตัว จะเป็นเหมือนเกราะที่จะช่วยบิดให้กระสุนหักเหออกไปในทิศทางอื่นครับ

เสือฝ้ายนี่ ก็เป็นโจรที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน นอกเหนือจากอาคมที่แกมีแล้ว เสือฝ้ายเป็นตัวละครที่มีความเหนือกว่าตัวละครตัวอื่นๆก็คือผู้คนทั่วไปล้วนนับถือ เป็นเสือที่มีบารมี เป็นที่นับถือของชาวบ้านถือแม้แกจะเป็นโจร พูดง่ายๆเสือฝ้ายก็จะเหมือน GOD FATHER ส่วนความสามารถหรือพลังอาคมของเสือฝ้ายคือ จะเก่งอาวุธทุกชนิด ปืนเล็ก ปืนสั้น ปืนยาว รวมไปถึงบาซูก้า แกก็ใช้นอกเหนือจากนั้นแกก็สักช้างเอราวัณอยู่บนอก ซึ่งถ้าเกิดออกฤทธิ์เมื่อไหร่ก็จะเกิดเป็นพละกำลังพลังมหาศาลเหมือนช้างสาร เรี่ยวแรงเยอะสามารถจับเหวี่ยงคู่ต่อสู้ลอยได้สบายเลย

Q. อีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่มีบทบาทในภาคนี้ “ก้อย รัชวิน” สำหรับตัวละครตัวนี้เป็นอย่างไรเกี่ยวข้องอย่างไรกับขุนพันธ์ 

อนันดา : เขาก็มารับบทเป็น บุตร์รา ซึ่งเป็นเจ้าของ โรงแรมสุวรรณบุปผา  เป็นแหล่งที่ทั้งโจร ทั้งตำรวจ ทุกๆคนที่อยู่ในสุพรรณฯมาหาความสุขกัน เป็นแหล่งที่ทั้งโจร ทั้งตำรวจเนี่ย ต้องเข้ามาหาข้อมูลกัน  แต่ตัวของบุตร์ราที่เป็นเจ้าของโรงแรมในที่นี้ เขาเองก็ไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง  เพราะนอกจากความสวยมีเสน่ห์ล้นเหลือแล้ว ที่ไม่ธรรมดาคือมีอำนาจด้วย และก็จะอยู่ท่ามกลางโจร และ ตำรวจเลยครับ

5

Q. เราจะได้เห็นมุมมองของชีวิตของขุนพันธ์ในอีกด้านหนึ่งผ่านความสัมพันธ์ของทั้งสองตัวละครด้วย

อนันดา : เพราะว่าภาคแรกเราโฟกัสทุกอย่างไปที่อุดมการณ์ คือเราจะเห็นขุนพันธ์ที่เป็นตัวแทนของกฎหมายเท่านั้น เราจะไม่เห็นมุมส่วนตัวของเขาสักเท่าไหร่ ส่วนตัวละครบุตร์ราที่จะมามีความเกี่ยวข้องกับขุนพันธ์ เพื่อที่เราจะได้มองเห็นถึงมุมอื่นๆของท่านขุนด้วย และก็มีฉากพิเศษที่เกิดขึ้นระหว่างขุนพันธ์กับบุตร์รา ซึ่งถ้าให้นึกเชื่อว่าเราเองอาจจะคาดไม่ถึงว่าจะมีฉากเต้นรำของท่านขุน ซึ่งทั้งผมและก้อยก็ต้องไปฝึกซ้อมกัน นับว่าเป็นฉากพิเศษฉากหนึ่งของหนังเลยครับ ซึ่งพี่โขมเขาก็เอาตัวอย่างมาให้ดู ผมก็แอบตกใจนิดหนึ่ง เพราะว่าผมแยกไม่ออกระหว่างเท้าซ้ายเท้าขวา (หัวเราะ)ก็เลยกังวลนิดหนึ่ง แต่ว่ารอดูนิดหนึ่งว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร

Q. โปรเจกต์นี้ทรหด โหดมากๆ กว่าจะปรากฎออกมาเป็นภาพให้เราได้ชมกัน

อนันดา : กว่าจะได้ภาคแรกมานี่ก็ไม่ธรรมดามันใช้พลังงานสูงมาก พอเรามาทำภาค2 มันก็ต้องมีอุปสรรค ผมคาดเดาไว้แล้วว่าต้องเจอ เป็นฉากที่ถ่ายยากมาก ก็คือมีวันหนึ่งที่เราถ่ายพวกฉากของเสือฝ้าย เสือใบ กับเสือบุตร์ มันจะเป็นฉากที่ท่านขุนพันธ์กลายเป็นเสือบุตร์ และก็เป็นช่วงเวลาที่กลุ่มเชิ๊ตดำออกไปปล้น แล้ววันนั้นฝนตก แต่เราก็ต้องทำงานกันต่อ ก็เลยเปลี่ยนเป็นขี่ม้าลุยฝน แล้วในฉากนั้นมันก็จะมีโจรดักซุ่ม  เสือฝ้าย เสือใบ เสือบุตร์ขี่มาด้วยกัน มันก็จะมีโจรโผล่ขึ้นมาอยู่รอบด้าน และผมก็ต้องยิงโจรที่อยู่ข้างหลังเสือฝ้าย เสือฝ้ายก็จะไปยิงโจรข้างหลังเสือใบ เสือใบก็จะไปยิงโจรข้างหลังเสือฝ้าย ตอนแรกเราไม่ได้ใช้กระสุนกันทำเป็นท่าทางไปม้าก็ไม่ได้ตื่นอะไร คราวนี้พี่โขมเขาอยากให้ใช้ลูกกระสุนแบลงค์ ซึ่งเสน่ห์ของภาคนี้คือ เอฟเฟกต์หรือกระสุนปืน เราเอาให้มันสมจริงมากที่สุดไม่อยากให้ไปเขียนซีจีอะไรมากมาย อยากให้เห็นว่าอยู่ด้วยกันสามคนจริงๆ และยิงกันจริงๆครับ ก็คือพอใส่ลูกแบลงค์ก็เท่านั้นแหละครับ ยิงออกไปปุ๊บม้าตื่น ของผมกับเป้นี่เอาไม่อยู่เลย มีแค่ของพี่เบิร์ดที่เอาอยู่ ก็เป็นฉากจำสำหรับผม ม้ามันไม่ยอมกลับมาที่มาร์ค ตอนสั่งแอคชั่นเนี่ยทุกคนก็ต้องกระซิบกัน หาจังหวะเผลอแล้วก็ค่อยแสดงกันอะไรอย่างนี้ครับ แต่พอยิงปืนก็วิ่งอยู่ดีต้องปล่อยให้วิ่งหาวิธีกระชากให้มันหยุด อีกวันหนึ่งพายุเข้า หลังคาคอกม้าล้มมาทับม้าของผมเจ็บก็ต้องเปลี่ยนม้าเข้ามา ได้ม้าตัวใหม่คราวนี้ก็ได้ม้ามาจากอีกคอกหนึ่งเป็นพ่อพันธุ์ มันก็จะขึ้นทับทุกตัวเลยพอเราขี่ตัวนี้ ทางพี่แอ๊นท์ที่เป็นหัวหน้าทีมม้า ก็จะคอยบอกว่าให้ผมดึงม้าของผมให้ห่างจากม้าตัวอื่นหน่อย เพราะมันจะขึ้นทับอย่างเดียวเลย มันอยู่ใกล้ตัวอื่นไม่ได้เลย อันนั้นก็เป็นอุปสรรคผม

ฉากที่คิดว่าเท่ห์ที่สุดที่เด่นในเรื่องเลยก็คือหลังจากที่ท่านขุนเขาเป็นโจรเต็มตัวแล้ว ก็จะมีฉากที่เปิดตัวท่านขุนกับแก๊งโจรเชิ๊ตดำ ที่เปิดตัวมาพร้อมกันโดยที่ท่านขุนขี่มอเตอร์ไซต์ออกมา และก็มีเสือฝ้าย กับเสือใบขี่ม้าตามมา  ท่ามกลางสายฝนที่เราไม่ได้ตั้งใจ ส่วนอีกฉากหนึ่งมันมีฉากแอคชั่นที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่านี่แหละขุนพันธ์ภาค 2 ได้เริ่มแล้วก็คือวันแรกที่ถ่ายเลย ฉากที่ท่านขุนอยู่ในทุ่งหญ้า และแก๊งโจรเข้ามาล้อมยิงปืนใส่ ซึ่งท่านขุนเขาก็ใช้วิชาอาคมหนังเหนียวยิงไม่เข้า ปืนนี่มันก็จะมีลูกไฟออกมา แล้วผมก็ต้องวิ่งอยู่ตรงกลางระหว่างแก๊งโจร2 ข้างที่เขาไล่ยิงใส่ผมอยู่  จำได้เลยว่ากำลังวิ่งยกมือไหว้ท่องคาถา แล้วผมเห็นไฟอะไรสักอย่างวิ่งเข้ามาขอบตา พอมาถึงหน้าผมแล้วมันก็เฉี่ยวออกไป ระหว่างเล่นมันเร็วมากดูเพลย์แบล็คก็คือไฟจากปืนนี่แหละ ตรงเข้าหาหัวผมเลย สุดท้ายมันก็เฉี่ยวออกไป อีกฉากที่ขุนพันธ์กับเสือใบจะต้องวิ่งท่ามกลางสวนระเบิด แล้ววันนั้นเราเร่งกันมากเพราะมันเป็นช็อตท้ายๆของวัน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าระเบิดมันจะใหญ่แค่ไหน ระเบิดอยู่ตรงไหนบ้าง เราสู้กับเวลาเราก็ต้องถ่าย เป้ก็อยู่ด้านหนึ่งผมก็อยู่อีกด้านหนึ่ง พอแอคชั่นก็วิ่งอย่างเดียว เราก็วิ่งไปถึงมาร์คเราให้ได้ แต่ขอบตาเห็นไฟ พอกลับมาเพลย์แบล็คดูโหระเบิดลูกใหญ่ไล่ตามหลังมาเป็นช็อตที่เท่ห์มาก ส่วนของผมมันรู้สึกถึงความร้อน อยู่ห่างนิดเดียวเอง ทุกคนตกใจขอโทษไม่คิดว่ามันเป็นระเบิดไฟ แต่ภาพมันก็โอเค อย่างที่ผมบอกในภาคนี้ตัวแอคชั่นมันจะสมจริงให้มากที่สุด หลายๆสิ่งที่เห็นในหนังมันเป็นเอฟเฟกต์ของจริงหมด

Q. แล้วเบื้องหลังการทำงานมีอะไรสนุกๆบ้างมั้ย

 อนันดา : มีฉากที่เสือฝ้ายเสือใบและก็เสือบุตร์ สาบานต่อองค์พระพุทธรูปว่าจะเป็นพี่น้องกันตลอดไป ต้องเอามีดกรีดนิ้วแล้วเอาเลือดไปปั้มในหนังสือว่าเราจะรักกันสามัคคี ต้องคุกเข่าสาบานต่อหน้าพระ  แต่ฉากมันตลกตรงที่ว่าเป้เขามีปัญหาเอ็นที่เข่า พี่เบิร์ดก็จะมีปัญหาเรื่องเข่า แต่ผมมีปัญหาเรื่องเท้า พอคัตนี่หมดสภาพกันสามคน เหมือนเป็นโจรชรา โจรพิการ ต่างคนก็ต่างโอ๊ย หลังๆพี่เบิร์ดก็เอาฟองน้ำมารองเข่า เป้ก็ตอนเอาฟองน้ำมายัดไว้ใต้เข่า ผมก็ต้องเอาถุงทรายมารองเท้า

Q. การทำงานร่วมกับผู้พันเบิร์ด เป็นอย่างไรบ้าง

อนันดา  :  พี่เบิร์ดผมไม่เคยเจอพอเจอแรกๆผมก็จะตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก คือเขาดูมีออร่าอะไรบางอย่างมีความน่าเกรงขาม รังสีคือบารมีของเสือฝ้ายมันมีอยู่ในตัวเขาสูงมาก  ผมรู้สึกต้องหลบสายตา แค่นั่งอยู่เฉยๆช่างดูน่ากลัว คือผมว่าพี่เบิร์ดเขาเกิดมาเพื่อบทนี้ เขาขึ้นหลังม้าแล้วพี่ฝ้ายอยากพูดอยากทำอะไรผมเชื่อหมดทุกอย่าง พวกฉากขี่ม้าเขาคนเดียวที่เอาอยู่ เหมือนนี่คืออาณาจักรของเขาจริงๆ  และก็จะยิงปืนฟันดาบสำหรับผมมันดูเป็นเรื่องจริงหมดเลย ฉากเด็ดอีกฉากหนึ่งคือตัวขุนพันธ์เข้าไปเป็นตลาดมืดที่เป็นท่าน้ำ และทางเสือใบกำลังเจรจาเรื่องอาวุธปืนอยู่ ขุนพันธ์ก็เลยเข้าไปขอร่วมแก๊งกับพวกโจรเชิ๊ตดำ ซึ่งฉากนั้นจะค่อนข้างยากมาก เพราะว่ามันเป็นตลาดน้ำ เสือใบก็จะเกิดเรื่องราวสู้ยิงกันอยู่ที่ท่าน้ำ ช็อตที่เขาอยากได้คือเป็นลองช็อตที่สองคนมาเจอกัน ซึ่งด้านหลังพอมันเกิดเรื่องราวที่มันค้าอาวุธกัน มันจะมีการต่อยตีมีระเบิดเต็มไปหมด และพี่โขมอยากได้ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอยู่ด้านหลังระหว่างที่สองคนนี้กำลังเจรจากันอยู่ต้องชักปืนยิงเฉียดกัน ผมก็ต้องดูดซิก้ายิงปืนเฉียดและก็ต้องคุยไดอาล็อค ส่วนเป้ก็ต้องควงปืนออกมายิงเฉียดผม คือทุกคนลุ้นกันมาก เพราะองค์ประกอบของช็อตนั้นมันค่อนข้างเยอะมาก เพราะว่ามันต้องมีระเบิดคือมันต้องรีเซ็ต รีเซ็ตทีก็ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงขั้นต่ำ ทุกคนก็ลุ้นกันหมดขอให้ไปมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นช็อตเด็ดของหนังหนึ่งช็อตเลยนะ เรากลับไปดูกันผมกับเป้ภูมิใจในช็อตนั้นมาก

Q.จับตาดูอีกหนึ่งฉากไฮไลท์สำคัญที่น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งฉากจำที่ทุกคนพูดถึง

อนันดา : ใครที่ได้ดูขุนพันธ์ภาคแรกก็จะได้ดูฉากขุนพันธ์ประจันกับอัลฮาวียะลู ภาค 2 ก็มีเหมือนกันระหว่างขุนพันธ์กับเสือฝ้าย ขุนพันธ์นอนอยู่ตื่นขึ้นมา และก็มีปืนล้อมเสือฝ้ายก็อยากจะลองว่ามีของจริงหรือเปล่า ก็เลยเอาปืนจ่ออก และก็ยังไม่ทันได้ต่อรองอะไร เสือฝ้ายก็ยิงกระเด็นเลยครับ อ่านบทครั้งแรกเราก็ตกใจนิดหนึ่งว่าพี่โขม กะเอาอย่างนี้เลยเหรอ

Q. อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆที่รอคอย ขุนพันธ์2

อนันดา : สำหรับขุนพันธ์ 2 ผมการันตีว่าโปรดักชั่นของหนังเรื่องนี้ไม่แพ้ใครแน่นอน ส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่นที่เราเห็นของเรื่องนี้คือเราเน้นความสมจริงครับ ทุกส่วนของโปรดักชั่นเลย เราอยากให้คนดูเขาเหมือนอยู่ร่วมในเหตุการณ์กับพวกเรา อยากจะบอกนิดหนึ่งว่าใครที่เป็นแฟนๆของภาคแรก แฟนตาซี เรื่องอาคม หนังพีเรียด ขอบอกว่าภาค 2 ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน จะดุเดือดแค่ไหนท่านขุนจะกลับมาด้วยวิชาอามคมแบบไหนบ้าง มีของขลังของใหม่อะไรยังไงมาบ้างก็ต้องห้ามพลาดนะครับ ขุนพันธ์ภาค 2

3

เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ

เป็นเสือใบคู่ปรับ ขุนพันธ์

 

Q. จริงไหมว่าบทบาท “เสือใบ” คือตัวละครที่เป้ เตรียมตัวมาไม่ต่ำกว่า3ปีมาแล้ว

เป้ : ก็ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว พี่โขมชวนไปเล่นตอนจบของขุนพันธ์ 1 ซึ่งเราก็ตื่นเต้นมาก ยิ่งพอเป็นพี่โขมโทรมาก็รีบตอบรับอย่างรวดเร็ว เจอพี่จ่อย(อนันดา)ครั้งแรกก็ตื่นเต้นมาก และก็พัฒนาคาแรคเตอร์ตั้งแต่ตอนนั้น แต่ว่าความจริงแล้วโปรเจคต์มันจะเกิดขึ้นต่อจากภาคแรกเลย แต่กลายเป็นว่าภาคแรก 3 ปีกว่าจะได้ฉาย พอเรารู้ว่าเราจะได้เล่นบทนั้นก็เลยเริ่มคิดถึงมันละ เริ่มไปซื้อปืนมาฝึกควง และก็พี่โขมก็หายไปเลยจนภาคแรกฉาย เราก็ลุ้นอยู่ว่าจะมีเราโผล่ตอนหลังไหมเลยได้เล่นภาค 2  ต่อครับ

Q. ก่อนจะรับบทเสือใบในขุนพันธ์ ได้มีการเตรียมตัวหรือศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของเสือใบ หรือส่วนตัวเองได้รู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับตัวท่านขุนพันธ์อยู่แล้วหรือเปล่า

เป้ : รู้จักครับ ส่วนตัวก็มีการอ่าน และก็ดูวิดีโอแหละ ศึกษาตัวท่านเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งครับ รู้ว่าท่านเป็นมือปราบที่ความจริงแล้วตัวเล็กนะ ได้มีฉายามือปราบพริกขี้หนูด้วยซ้ำ  มีอาวุธอะไรบ้าง และก็ศึกษาตัวเสือใบ อ่านหนังสือ แต่เสือใบมีประวัติหลายแบบมาก หรือว่าเสือใบจริงๆเป็นยังไงเราก็ไม่แน่ใจ เราก็เลือกทางหนึ่งที่เรารู้ค่อนข้างชัวร์ เพราะว่าเทียบเคียงกับหลายๆฝ่ายครับ

Q.คงต้องเล่าให้ฟังแล้วละว่าคาแรคเตอร์ของ เสือใบ ในมุมมองของเป้ อารักษ์นี่เป็นอย่างไร

เป้ : เสือใบเจ้าชู้กะล่อน แพรวพราว ไว เร็ว กวน เป็นคาสโนวาคนหนึ่ง คือเจ้าชู้มาก ไม่มีใครจับตัวอยู่ จะมีฉากหลายฉากที่เราโชว์ว่าความจริงแล้วที่เสือใบกะล่อน  และก็ไม่มีใครเอาเขาอยู่ ในขณะเดียวกันก็มีอดีตที่ขมขื่น เป็นลูกน้องคนสนิทของเสือฝ้าย ทุกอย่างเพื่อกลบเรื่องราวในอดีตที่ขมขื่นสำหรับเขา  ซึ่งในประวัติศาสตร์ เราจะรู้ว่าเสือฝ้ายมีชุมโจรที่ใหญ่ที่สุด อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี คือเป็นโจรที่ได้รับการนับหน้าถือตาเป็นนักการเมืองคนหนึ่งเลยแหละ คอยดูแลชาวบ้าน และก็มีความภักดีที่ทำให้ชุมชนนี้แข็งเกร่ง พวกเขาทำตัวเหมือนโรบินฮู้ด มีคนมากมายแหละที่อยากเข้ามาเป็นสมาชิกในกลุ่มโจรเชิ้ตดำ ส่วนเสือบุตร์เป็นตำรวจแท้ๆเลย ไม่มีใครรู้หรอกว่าขุนพันธ์ที่ปราบอัลฮาวียะลูหน้าตาเป็นไง ตอนเด็กเสือใบก็เป็นเด็กซนๆคนหนึ่งซึ่งมาวิ่งเล่นอยู่ในชุมโจรเสือฝ้าย ฝึกวิชายิงปืนจากที่นี่ แต่วันหนึ่งโดนทวงหนี้ พวกฝ่ายทวงหนี้ ก็จะเป็นคนในเครื่องแบบมาจับเมียเขาไป เขาเลยไปยิงพวกนั้นตายทั้งหมด หลังจากนั้นเสือใบก็หนีมาตลอด เขารู้สึกว่าเขาไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว ที่เขาเจ้าชู้มากๆเพราะเขาลืมเมียเขาไม่ได้ จากนั้นไม่มีที่ไปก็มาขอพึ่งบารมีพี่ฝ้ายอีกครั้งและก็ไปฝึกวิชาเพิ่มเติม กลายเป็นคนที่ยิงปืนได้ไวที่สุดคนหนึ่ง

Q. ว่ากันว่าไม่เพียงขุนพันธ์ที่มีอาคมเป็นอาวุธ เสือใบเองก็มีของขลังมีวิชาเหมือนกัน

เป้ : เสือใบสักเกือบทั้งตัวครับ เน้นทางด้านเมตตาซะส่วนใหญ่ ก็จะเป็นไก่ฟ้า จิ้งจก อักขระทั้งหมด และก็สาริกาคู่ พวกเก้ายอด สิงห์ และของขลังอีกอย่างก็จะเป็นตะกรุดที่สามารถวิ่งได้รอบตัวเขาครับ เรื่องฤทธานุภาพของตะกรุดนี่ เวลาคนยิงข้างหน้าจะสะท้อนออกไปครับ จะไม่มีใครยิงเสือใบได้ กระสุนคต  คือเสือใบเขาฝั่งกระสุนพิเศษอันหนึ่งไว้ในแขน อยากใช้เมื่อไหร่ก็เรียกออกมา ก็เป็นกระสุนปืน ที่เอาไปใส่ในปืนพิเศษที่จะเหน็บเอาไว้ข้างหลัง ใส่ลูกระสุนเข้าไปแล้วยิง เหมือนยิงลูกซองนัดเดียว แต่มันไม่ได้ออกไปตรงๆครับ มันจะโค้งไปเข้าศรีษะของเป้าหมายที่เขาเล็งไว้ ถ้าเรามองเห็นถึงเรื่องราวของคาถาอาคมมันจะมีข้อจำกัดของมัน

Q. ในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ นอกจากในเรื่องของแอคชั่นอาคมแล้วยังพูดถึงการวางความสัมพันธ์ของตัวละคร2ฟากของกฎหมายที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งในภาคที่2จะเห็นชัดขึ้นเมื่อตัวละครขุนพันธ์ข้ามฝั่งจากตำรวจมาเป็นโจร

เป้ : ความจริงแล้วเสือบุตร์เข้ามาอยู่กับเสือใบโดยการปลอมตัวเข้ามา เสือใบชอบเสือบุตร์เพราะว่าเขามีคาถาอาคมคงกระพัน แล้วเป็นคนใจถึง พร้อมลุย ซึ่งผมว่าในชุมชนก็ต้องการคนมีฝีมือคอยช่วยเหลือกันในหลายๆสถานการณ์ เสือบุตร์มีคาถาอาคมคงกระพัน เสือใบมีคาถาแคล้วคลาด ในขณะเดียวกันพอเสือบุตร์เข้ามาอยู่ในชุมโจรของเสือฝ้าย เขาก็เห็นว่าโจรพวกนี้เป็นโจรธรรมดาที่ถูกกฎหมายทำร้ายถูกคนเอาเปรียบ เขาเลยใช้ตัวเองช่วยเหลือคนรอบด้านชุมโจรก็มีลูกเล็ก พ่อแม่ คนแก่ อยู่ที่นี่เพราะอยู่ข้างนอกไม่ได้ เสือบุตร์ก็เลยตั้งคำถามว่าในขณะคนที่ใส่ชุดตำรวจกลับทำตัวคอรัปชั่น แล้วที่จริงยังมีตำรวจดีอยู่ไหม  ส่วนชุมโจรเสือฝ้ายเวลาจะปล้นทีก็จะมีบัญชีรายชื่อ มีเชิ้ตดำเป็นสัญลักษณ์ ยิ่งใหญ่มาก คุมภาคกลางทั้งหมดเสือฝ้ายก็พยายามจะรวมให้หมดนะ เสือย่อม เสือมเหศวร เอาเข้ามาอยู่ด้วยกัน

Q. ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของ ขุนพันธ์2 ก็คือเหล่านักแสดงที่มาร่วมงานกัน อยากให้เป้เล่าให้ฟังถึงการทำงานกับนักแสดงแต่ละคน เริ่มจากอนันดาก่อนเลย 

เป้ : สำหรับพี่อนันดา ตอนแรกผมเป็นแฟนพี่อนันดามาตั้งแต่ยุคที่เขาเล่นหนังหลังจากชัตเตอร์มา เป็นคนมีคุณภาพมากได้รางวัลมาแล้วทุกสถาบัน เขาเป็นคนอารมณ์ดีมากแต่พอเข้าฉากก็จะเปลี่ยนไปคาแรคเตอร์ได้เลย และก็ทำได้ดีเสมอถึงแม้จะเป็นในบทบู๊เขาก็สามารถทำออกมาได้แบบดี และก็แข็งแรงมาก เพราะเขาเล่นมาเยอะจริงๆประสบการณ์เยอะมาก

ผู้พันเบิร์ด เราจะมองว่าเขาเป็นพระนเรศ และก็เป็นผู้พันเป็นโฆษกของทหาร ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นเป็นหัวหน้าแก๊ง ซึ่งก็ตรงกับบทเสือฝ้ายมากครับ ตอนถ่ายก็ด้วยประสบการณ์ที่แกอยู่ป่ามา ขี่ม้านี่คือเรื่องง่ายมากสำหรับผู้พันเบิร์ดเรื่องปืนความแข็งแรงในการต่อสู้อย่างนี้ครับ ดูน่าเกรงขามมาก

แม็กกี้ ผมเคยทำงานกับน้องมา เขาทำงานเยอะประสบการณ์อาจจะเยอะกว่าผมด้วยซ้ำ  ในเรื่องของการแสดง เป็นผู้หญิงของเสือใบก็จะต้องปวดหัวหน่อย เหนื่อยหน่อย วันดีคืนดีก็ให้เป็นนกต่อให้ไปอยู่ใกล้ๆลูกปืน แต่ในขณะเดียวกันเสือใบเคยช่วยตัวทับทิมเอาไว้ก็เเลยฝากตัวทับทิม ไว้ที่สุวรรณบุปผาเป็นโรงแรมประจำสุพรรณบุรีที่มี คุณก้อย รัชวิน เป็นผู้ดูแล ทับทิมนี่ถือได้ว่าเป็นผู้หญิงของเสือใบ ทับทิมจะขึ้นห้องกับใครไม่ได้

Q.การเป็นผู้หญิงของเสือใบ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเผชิญกับชะตากรรมอย่างไรบ้าง

เป้ : เสือใบเองก็เป็นโจรมีอันตรายตลอดเวลา เวลาที่เสือใบกลับมาจากภารกิจต่างๆ ที่นี่เป็นที่เดียวที่เขาจะหลับได้เต็มตาในห้องของสุวรรณบุปผา เพราะเป็นที่ที่ไม่มีใครอยากจะมาที่ที่หาความสุขกันไม่ว่าจะเป็นตำรวจ โจร พ่อค้าอาวุธเถื่อน ทุกคนจะมาสังสรรค์และก็จะไม่ค่อยมีใครก่อเรื่องที่นี่ เสือใบก็จะเป็นขาประจำ ในขณะเดียวกันทับทิมก็ได้รับรู้กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของเสือใบ และด้วยความที่เป็นสาวงามของสุวรรณบุปผา เสือใบก็ใช้ไปเป็นนกต่อไปล่อลูกปืนไปอยู่ใกล้กับเหยื่อที่เขาจะฆ่า

6

Q.  การเตรียมตัวที่จะเป็นเสือใบของ เป้ อารักษ์ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

เป้ : ก่อนหน้านี้ 3 ปี ก็จะเป็นการฝึกซ้อมควงปืน ดูหนังคาวบอย เราก็ไปเรียนขี่ม้า และก็พยายามหาคาแรคเตอร์ไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมเคยทำมา ผมจะพูดเสียงประมาณนี้ เปลี่ยนโทนเลย ผมว่ามันเป็นการแปลงคาเรคเตอร์ได้อย่างแนบเนียนดี เรื่องของความแข็งแรงของร่างกายก็คิดว่าหลังจากจอห์นวิคออกมา การต่อยแตะธรรมดามันน่าเบื่อละ ผมก็ไม่สามารถกระโดดตีลีงกาได้อย่างสตั้นท์หรอก ผมก็เลยไปเรียนสายทุ่มสายล็อกยูโดมาครับรวมไปถึงกราวเกมส์คือลงไปล็อกข้างล่างแต่สุดท้ายก็บาดเจ็บซะก่อน บาดเจ็บจากการเรียน  ส่วนการควงปืนมันมีหลักการของมันหลักๆเลยคือนิ้วต้องแข็งแรงควงปืนยาวควงไรก็ได้ แล้วในหนังเราก็เซ็ตปืนจริงครับ

Q. ทุกครั้งที่เข้าฉากมีการเปลี่ยนลุคส์  

เป้ : การดีไซน์ลุคส์ของแต่ละคนมันจะสนุกมากผมเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้แต่งลุคส์นี้หรอก ติดหนวด และก็รอยสักทั้งหลาย สีผิวก็ด้วยครับ ด้วยความที่เราขี่ม้าอยู่กลางแดดผิวต้องเข้ม เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่มาถึงกองหกโมงครึ่ง กินข้าวก่อน ถอดเสื้อทำรอยสัก ทำรอยสักเสร็จแล้วเริ่มลงสีแต่งหน้าทำผมไปพร้อมกัน แล้วก็พ่นสเปรย์เคลือบรอยสัก ติดหนวดอาจจะทีหลัง เพราะเดี๋ยวจะทำอะไรลำบาก ในระหว่างวันที่ทำงานก็จะมีการเติมได้ตลอดเวลาครับผม ต้องไปทาบก็จะเติมตลอดเวลา

Q. นักแสดงแต่ละคนที่ร่วมงานกันไม่ว่าจะเป็นอนันดา หรือผู้พันเบิร์ด ทุกคนล้วนต่างผ่านการทำการบ้านมากันอย่างเต็มที่ 

เป้ : ตอนที่ผมเตรียมตัวมาประมาณหนึ่งนะ แต่พอดูรอบข้างแล้วทุกคนก็เตรียมตัวมาหมด พี่จ่อยเฮฮาตลอด แต่พอเข้าฉากแบบโหแข็งแรงขนาดนี้เลย น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ เวลาคว้าคนเข้ามาแล้วเอามีดปักเข้าไปที่ตัว ส่วนพี่เบิร์ดเป็นเสือฝ้ายคือด้วยความที่เขาเป็นทหารหัวหน้านายพันอยู่แล้ว คือเดินออกมาแล้วหันหน้าอย่างงี้ถือมีดน่ากลัวมาก พูดเสียงก็ต้องมีพลัง เป็นหัวหน้าโจรจะด่าใครมันต้องมีพลัง หรือแม้แต่ซีนกินเหล้ากัน คนพวกนี้ที่มันดูน่ากลัวแต่มันพูดแบบยิ้มๆซึ่งมันก็ไม่รู้จะเปิดสวิทซ์เมื่อไหร่

Q.โดยส่วนตัวเป็นคนที่เชื่อในเรื่องคาถาอาคมมั๊ย

เป้ : ตอนเด็กๆไม่เชื่อครับ เพราะเราไม่เคยเห็นผีแต่พอเราโตขึ้นมาเราผ่านงานของครอบครู เพราะฉะนั้นเรื่องราวพวกนี้ผมเชื่อแล้วแหละว่ามันมีอยู่จริง ปัจจุบันน่าจะน้อยลงไปมากแต่ในสมัยก่อนน่าจะมีผลมาก เพราะว่าสุดท้ายแล้วไม่มีใครพิสูจน์ได้

Q. พอต้องมาเล่นเป็นคาแรคเตอร์ที่ต้องมีคาถาอาคมรู้สึกอย่างไร

เป้ : ก็นับเป็นคาแรคเตอร์ดีกว่าครับ ทำตัวปกติครับไม่มานั่งท่องคาถาตลอดเวลา มีโอกาสได้ลองครับว่าสักเยอะขนาดนี้แล้วว่าเหนียวมั๊ย ดึงปืนออกมาด้วยความรวดเร็ว ปืนบาดตะกรุดตัวเอง เลือดไหลเลยครับไม่เหนียวครับ(หัวเราะ)

Q การทำงานในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์2 มีฉากไหนที่ชื่นชอบหรือประทับใจ 

เป้ : ซีนที่ผมได้ขี่ม้าทั้งวัน ครั้งแรกที่ผมได้ขี่ม้าผมเรียนมามั่นใจว่าผมขี่ม้าเก่ง วันนั้นไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับม้าเลย แต่ว่าก็ต้องวิ่งเข้าหาระเบิด ซึ่งเขาก็ซ้อมกันวิ่งเข้าไปช่วยทับทิมระเบิดจะอยู่ตรงนี้นะ วันนั้นเราเจ็บเข่าแต่ตั้งใจวิ่งให้ตรงมาร์คไว้ สุดท้ายพอมาดูประทับใจสุดๆ แต่ว่าตอนที่เขาถ่ายคัตกว้างพี่อนันดาก็ต้องไปวิ่งอีกครั้งหนึ่ง ทีนี้มันจะมีระเบิดฝุ่นกับระเบิดไฟ ผมถ่ายสร็จผมก็ออกมานั่งดูพี่อนันดา เขาบอกตรงนั้นเป็นฝุ่นนะ  เพราถ้าระเบิดไฟมันอันตรายมันติดเสื้อได้   พี่อนันดาก็วิ่งระเบิดที่ควรจะเป็นฝุ่นดันเป็นไฟขึ้นใกล้มาก พี่อนันดาไม่รู้เรื่องว่าอะไรมันร้อนๆ

อีกซีนหนึ่งที่ขี่ม้า  คือไดเรกชั่นของพี่โขมมันโหดมากตรงที่แก๊งอื่นก็จะมารุมพวกแก๊งเชิ๊ตดำเหมือนกัน  เป็นที่โคลนริมน้ำมีขุดบ่อไว้ประมาณ 5-6 บ่อ และก็เอาคนเข้าไปอยู่ในนั้น พอพวกเราขี่ม้าเข้ามาเขาก็จะลุกขึ้นมายิงพวกเรา แล้วม้ามาประมาณสิบตัว หลุมมันเยอะไงม้ามันก็ตกได้ตอนแรกก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่ามันเป็นม้าที่ได้รับการฝึกมา พอเริ่มยิงปืนจริงเท่านั้นแหละ ม้าเตลิด ตัวของผมก็ไม่ได้เตลิดมาก มันมีจังหวะหนึ่งที่ยิงแล้วมันถอยแล้วมันตกหลุมใจผมลงไปอยู่ตาตุ่ม เราก็กระชากมันขึ้นมาสุดท้ายก็ไม่ล้ม ทรหดมากฝนตกตลอดเวลาแต่ผมไม่กล้าบ่นเลยว่ามันหนาว เพราะคนที่อยู่ในบ่อหนาวกว่าผมเยอะ แล้วผมก็ได้แผลไม่ได้ทำแผล ก็ต้องแปะพาสเตอร์ไว้ แล้วก็ลุยต่อ หน่วยกู้ภัยก็ต้องเดินลุยลงโคลนออกไป

Q.เห็นว่ามีทั้งขี่ม้ามือเดียวแล้วต้องยิงปืนด้วย 

เป้ : ความจริงแล้วขี่ม้าถ้าเบสิคจะเป็นสองมือเพราะเราควบคุมซ้ายขวาได้ดี แต่ถ้ามีปืนก็จะต้องถือมือเดียว และก็ควบคุมซ้ายขวาอีกแบบหนึ่ง  เวลาเรายิงเราจะยิงไปที่หูม้าไม่ได้เพราะมันจะตกใจ มันรู้ว่าถ้ากลับมาตรงนี้มันเสียงดังมันตกใจมันก็ไม่ยอมเดินกลับมา แต่ว่าถ้าเป็นคนที่ขี่โปรๆอย่างผู้พันเบิร์ด เขาก็ทำให้มันง่ายมากสำหรับการขี่ม้า ผมก็ตั้งใจทำเต็มที่

Q. บทเสือใบในขุนพันธ์ มีฉากแอคชั่นเยอะมากประมาณว่าถ่ายทำวันแรกก็เจอคิวแอคชั่นเลย ลองเล่าให้ฟัง  

เป้ : ฉากแรกของผมเป็นฉากแอคชั่นเลยนะก็ถ่ายอยู่สองวัน ฉากแรกของขุนพันธ์2ต้องมีคนโดนไฟไหม้เลย คือในเรื่องโดนทหารญี่ปุ่นจับไปพวกทหารญี่ปุ่นก็เผาแก๊งของเรา เสือบุตร์เข้ามาช่วยเสือใบก็จะโชว์การใช้อาคมกระสุนคต การสะเดาะกุญแจ ขุนพันธ์หายตัว เสือฝ้ายซัดบาซูก้า เรื่องราวของขุนพันธ์ 2 การบู๊เป็นในเรื่องของอาคมไม่ใช่เป็นในเรื่องของมาร์เชียลอาร์ตเยอะ ภาคนี้คนเรามีปืนมันคงไม่มาต่อยกันหรอก บางฉากที่เสือฝ้ายต้องการใช้มีดบ้างเพราะว่าแถวนั้นคนเยอะ ไปบุกฆ่าหลวงธรรมรงค์ที่งานหาเสียง

Q.เห็นว่ามีหลายๆอย่างที่เชื่อว่าคนดูจะเซอร์ไพรส์ ซึ่งนักแสดงหลายๆคนต่างชื่นชมในวิธีคิดและนำเสนอซึ่งจะเกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ ในมุมมองของนักแสดงเป็นอย่างไรบ้าง  

เป้ : มีอยู่ฉากหนึ่งต้องชมพี่โขม และพี่จิ๊บผกก.ภาพ ฉากการขายอาวุธของเสือใบอาชีพจริงๆมันคือการปล้นของญี่ปุ่นแล้วมาขายเอาเงิน แล้วขุนพันธ์มาเห็นก็จะมาขอเข้าพวก ในขณะที่คุยกันอยู่ก็จะมีการเอาปืนจ่อกันโดยทั้งคู่ก็จะอยู่ในเรือแจวคนละลำ เรือแจวก็ต้องล็อกไว้ไม่ให้มันขยับข้างหลังเขาก็ตีกัน มีระเบิดข้างหลัง พี่โขมอยากได้เช็ตเป็นตลาดมืดในสุพรรณในคุ้งน้ำเอาเรือมาเทียบท่าขายของ คุ้งน้ำมีแต่คนเมา มีแต่โจร ค้ามนุษย์ ค้าอาวุธ ผู้เล่นสมทบเยอะมาก มีพวกขายบริการบนสะพาน ด้วยเงื่อนไขในการถ่ายทำในฉากนี้ ทุกคนต้องเล่นแบบสมบูรณ์ในคัตเดียว ผมเล่นกับพี่จ่อยสองคน ข้างหลังนักแสดงสมทบร่วมร้อยเขาตีกันแล้วก็มีคิวระเบิด เราแค่ต้องอย่าพูดผิด  ต้องชักปืนจ่อพี่จ่อยด้านซ้ายพอผมพูดเสร็จมันต้องเก็บปืน(ท่าประจำ) ปรากฏว่าทำได้ครับ

Q.ผกก.ก้องเกียรติบอกว่าหนังแบบนี้ ไม่มีใครอยากจะทำใช้พลังงานเยอะ แต่เราทำถึงแม้ว่าทำแล้วเลือดตาแทบกระเด็น

เป้ : เอาจริงๆผมไม่เหนื่อยครับ ผมชอบมากในการที่ได้มาอยู่กองขุนพันธ์ ผมคิดว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้เล่นอะไรแบบนี้มันมีความยิ่งใหญ่ในหลายแง่มุม แต่คนที่เหนื่อยแน่นอนคือพี่โขมเครียดทุกด้าน เรื่องเงิน เรื่องเวลา ความต่อเนื่อง ทีมงานทุกคนเหนื่อย ผมเป็นนักแสดงผมไม่ได้เหนื่อยอะไรขนาดนั้นครับ ไม่รู้พี่อนันดาพูดหรือเปล่าว่าการทำงานในหนังเรื่องขุนพันธ์มันเหมือนกับเด็กผู้ชายพอได้ขี่ม้ายิงปืน มันก็สนุกได้มีรอยสักได้เฮฮา มีแก๊งมีเพื่อน มันยังไม่มีวันไหนที่ผมไม่สนุกเลย

Q. เป็นการกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับก้องเกียรติ โขมศิริอีกครั้ง พูดถึงผู้กำกับบ้าพลังคนนี้

เป้ : เรื่องที่แล้วมันเป็นประสบการณ์ของชีวิตผมเลยเรื่องเฉือน เป็นคาแรคเตอร์ที่ผมไม่เคยเล่นเป็นการทำงานที่ผมไม่เคยเจอ เขาแก้ปัญหาหลายๆอย่างได้ดีมาก ทีมงานที่แข็งแรงทำได้ดีมาก เรื่องนี้ขุนพันธ์ 2  มันใหญ่กว่าเรื่องที่แล้วเยอะมาก เรียกว่าเป็นบทที่ผมไม่เคยเล่นเหมือนกันเราก็ทำการบ้านก็ทำให้มันดีที่สุด ปรึกษากับพี่โขมก็มีไดเรกชั่นไอเดียที่มันค่อนข้างเฟี้ยว เข้ากับคาเรคเตอร์มันทำให้เราส่งความเป็นตัวละครออกมาให้ดีขึ้น ในแอคชั่นนี่มันยิ่งแบบค่อนข้างยิ่งใหญ่และน่าสนใจมากๆ เสือใบปลอมตัวเป็นมือระนาด และก็ควักปืนออกมาจากระนาดยิงคน มีความเป็นไทย มีความดีความชั่วอยู่ในเรื่องค่อนข้างชัดเจน พี่โขมแกก็เลยอยากจะเชิดชูความดี ขุนพันธ์ในสมัยก่อนถือว่าเป็นคนดีถึงแม่ว่าบางทีจะใช้วิธีค่อนข้างโหดร้าย แต่ว่าก็เป็นคนดีและเชื่อว่าก็เป็นแรงบันดาลใจให้กันคนยุคนี้ได้

Q. เราจะได้สัมผัสในกลิ่นอายของการคารวะหนังบู๊ไทยของตัวผู้กำกับ ขุนพันธ์2เป็นหนังแอคชั่นที่มีคาแรคเตอร์ จัดจ้านและเท่ห์มากๆ

เป้ : พี่โขมก็โชว์ความเป็นไทย เปิดฉากมาเปิดตัวของเรื่องราวของเสือฝ้าย กับเสือใบคือการเปิดฉากทอดกระถินใส่หัวโต เสือใบรำออกมา เสือฝ้ายก็เดินถือกระถินออกมา และก็ฉากหาเสียงก็เป็นวงปี่พาทย์นั่งเล่น เป็นความไทยแลนด์แดนสยาม กินข้าวกันอยู่ในวงนั่งพื้นในเรือนบ้าน กินเหล้าในชาม คนสมัยก่อน มีขันน้ำมีไรอย่างนี้ ไทยแลนด์แก๊งสเตอร์คือแบบไหน แต่วิช่วลทางด้านภาพหรือทางกล้องมันอินเตอร์มากๆแต่ว่าลักษณะหรือแอคชั่นของมันมีความเป็นไทยค่อนข้างเยอะ

Q.นอกจากเล่นเป็นเสือใบแล้ว เห็นว่าเรื่องนี้มีแต่งเพลงด้วย

เป้ : ใช่ครับ แต่งมาจากเรื่องราวความเป็นเสือความเป็นทีมโจร มองในแง่ความเป็นเสือ ซึ่งพี่โขมเขาก็มองว่าอยากให้ผมลองแต่งดู ปรากฏว่าแกดูแล้วมันใช้ได้ ผมก็เลยจะดึงทีมงานที่ผมไว้ใจมาช่วยผมทำเพลงครับคือเหมือนตัวเสือใบในเรื่องจะมีความเป็นฝรั่งเล่นดนตรีได้หลายแบบ อาชีพรองของเขาคือเล่นดนตรีอยู่ในโรงแรมสุวรรณบุปผา

 

4

 

#ขุนพันธ์2 เข้าฉาย 23 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์


Photography: Yock – Peerachet Newboot

Styling: Kate Lee

Editor in Chief: Austin Thein

Creative Director: Termsit Siriphanich

Clothes: Sirivannavari – Siam Paragon

Everyday Karmakamet

Special Thanks to Sahamongkolfilm International

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply