Categories

To top
2 May

Palitchoke Ayanaputra for POSH Magazine Thailand May 2017

COVER

1

ชื่อของเขาคือผลิตโชคแต่บางครั้งโชคก็ไม่ได้เข้าข้างเขาเสมอไป ความสามารถบวกกับพรสวรรค์ที่มีอยู่ต่างหาก ทำให้เขากลับมายืนผงาดในฐานะนักร้องเสียงดีอีกครั้ง

แรกเริ่มเรารู้จัก ‘เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร’ ในฐานะพิธีกรหนุ่มน้อย พรีเซ็นเตอร์โฆษณา นักร้องวงบอยแบนด์ จนมาประสบความสำเร็จกับอัลบั้ม One ผลิตโชค ถ้า 12 ปีก่อนคุณไม่รู้จักเพลง ‘ไม่มีใครรู้’ และเพลง ‘หรือแค่ขำๆ’ …คุณเชยแหลก!

แปลกไหม…พอเอ่ยชื่อ เป๊ก ผลิตโชค หลายคนมักจะจำเพลงของเขาได้ทันที นั่นเป็นเพราะเสน่ห์ในน้ำเสียงของแนวเพลงอาร์แอนด์บีอันเป็นเอกลักษณ์ และเชื่อเหลือเกินว่าหลายคนที่เป็นแฟนเพลงในยุคมิลเลนเนียม ยังเผลอฮัมเพลงฮิตของเขาอยู่บ่อยๆ

ตอนที่คุณออกอัลบั้มเดี่ยวจนมีเพลงฮิตโด่งดัง กับ เวลานี้ ช่วงไหนดังกว่ากัน

“ถ้าพูดถึงยุคนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จและดังเหมือนกันครับ ตอนนั้นทุกคนยังฟังเพลงจากวิทยุ จากเทป ซีดี แต่ถ้าเทียบกัน ผมว่าตอนนี้ดังกว่า มีกระแสมากกว่า เพราะสมัยนั้นไม่มีโซเชียลฯ อยู่ในมือ อย่างแฟนคลับแต่ละที่ เขาจะไม่รู้จักกัน ไม่เหมือนปัจจุบันที่แฟนคลับจะมีกรุ๊ป มีการนัดรวมตัวกัน แชร์ข่าวสาร อย่างผมจะไปเชียงใหม่ พวกเขาก็จะเตรียมส่งไม้ต่อกันละ อ่ะ…เดี๋ยวเป๊กจะไปวันนี้นะ แฟนคลับที่อยู่จังหวัดนั้นก็จะคอยมารับ มาส่ง ผมว่าดีที่เราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งสมัยก่อนไม่มี พวกเขาก็เข้าถึงเรายากด้วย”

เรียกว่ามีแฟนคลับเพิ่มขึ้นจนได้ฉายาว่า เป๊กห้างแตก

“หลังจากผมออกรายการ The Mask Singer ผมมีแฟนคลับกลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น  น่าจะ 70 เปอร์เซ็นต์เลย (ยิ้ม)”

คิดว่าเป็นเพราะอะไรคะ

“จริงๆ มีคนรู้จักเราอยู่แล้วแหละ แต่ว่าแฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ เป็นกลุ่มที่เด็กลง พวกเขาเพิ่งมาเห็นความสามารถของเรา หรือบางคน เขาบอกผมว่า ขอโทษนะที่เคยมองข้าม คือเขาได้ยินแต่ข่าว ไม่เคยรู้ว่าผมร้องเพลงได้ขนาดนี้ ผมก็น้ำตาจะไหล ก็บอกว่า ยังทันๆ เพิ่งมารักกันก็ยังทันนะ ผมก็รอนานเป็นสิบปีเหมือนกัน (หัวเราะ) เขาไม่รู้ไงครับ คือหลังยุคที่กราฟเราพุ่งสูง พอออกอัลบั้มอีกก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร คนส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยได้เห็นความสามารถของเราเท่าไร อีกอย่างผมก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก”

ถือว่าหลังจากเปิดหน้ากากจิงโจ้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยหรือเปล่าคะ

“ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ถ้าหมายถึงการร้องเพลงนับว่าเปลี่ยนไปค่อนข้างมากเลยครับ ช่วงนี้ทำงานทุกวัน ซึ่งสมัยก่อนผมไม่ได้ร้องเพลงบ่อยขนาดนี้ อาจจะแค่สัปดาห์ละ 3-4 วัน แต่ก็ยังมีงานอยู่เรื่อยๆ เป็นงานอีเว้นท์ งานไปตามต่างจังหวัด มีบ้างแต่ไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่ แล้วแต่อีเว้นท์ที่เหมาะกับเราด้วย”

2

ขอย้อนกลับไปวันที่คุณตัดสินใจร่วมรายการ The Mask Singer จนได้เป็นแชมป์ของกรุ๊ป D จนทำให้ทุกคนเซอร์ไพร์สไปกับความสามารถของคุณ

“ต้องเล่าก่อนว่า ปกติผมเป็นคนชอบเล่นเกมส์ เวลามีเกมส์อะไรสนุกๆ ติดต่อมาผมก็ไปเล่น อย่างกับเวิร์คพ้อยท์ก็เคยร่วมงานด้วยกันบ้าง บังเอิญทางรายการเชิญมา เล่าคอนเซ็ปต์รายการ ผมก็ เอ๊ะ! คุ้นๆ

“ผมก็ถามทีมงานไปว่าใช่รายการที่ใส่หน้ากากทุเรียนหรือเปล่าครับ เพราะก่อนหน้านี้มีคนมาทักผมในไอจี ในแฟนเพจว่า เป๊กใช่หน้ากากทุเรียนหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นกรุ๊ป A ออนแอร์ไปแล้ว ผมเลยสนใจ นึกสนุก อยากไปไฝ้วกับหน้ากากทุเรียนทั้งที่ตอนนั้นยังไม่รู้จะได้เข้ารอบหรือเปล่านะ แอบคิดเล่นๆ ว่าถ้าเข้ารอบลึกๆ แล้วไปร้องเพลงด้วยกันน่าสนุกดี เพราะสไตล์คล้ายๆกัน อยากเอ็นจอย สนุกๆ อยากร้องเพลงสากลที่เราไม่ค่อยได้มีโอกาสร้อง ซึ่งทุกเพลงก็มีความหมายกับผม อย่างเพลง How Am I supposed To Live Without You คุณแม่เล่าว่าชอบเปิดตอนผม 4 ขวบแล้วผมก็ร้องตาม”

เล่าตอนที่สวมหน้ากากจิงโจ้หน่อยสิคะ 

“ความรู้สึกแรกตอนใส่หน้ากาก … อึดอัดจังเลย ร้อน หายใจไม่ออก โดยส่วนตัวผมเป็นกลัวความแคบด้วย ถ้าไม่ตั้งสติดีๆ จะหลุดเลย แบบลนลาน กลัวที่แคบ จำได้เคยไปเรียนไอกิโด้แล้วต้องใส่หน้ากาก จู่ๆ อยากถอดๆ ไม่ไหวแล้ว เวลาดำน้ำ ก็ต้องตั้งสติ อย่าให้หลุดไม่งั้นจะถอด ผมต้องตั้งสมาธิมาก หน้ากากจิงโจ้ก็มีเหมือนกัน พอรู้สึกหายใจไม่ออกต้องบอกตัวเอง สู้ๆ เป๊ก สู้ๆ นะ ตรงนั้นยอมรับว่ายากต่อการ perform เวลาร้องเพลง เวลาเต้นอยู่เหมือนกันครับ”

ก่อนถอดหน้ากาก คิดไว้ไหมคะว่าหลังจากทุกคนรู้ว่าคุณคือเป๊ก ผลิตโชคจะเป็นอย่างไร

“ผมว่าทุกคนตื่นเต้นเวลาถอดแล้วจะได้ปฏิกิริยาของทุกคนตรงนั้น ส่วนผมคิดไว้แล้วบ้าง อาจจะคนที่ไม่ชอบไปเลย หรือคนที่เฉยๆ อ๋อ..เป๊กผลิต”

อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้นคะ

“เพราะสมัยก่อน คนไม่ค่อยแคร์ผมเท่าไร จะพูดอะไรกับผมแรงๆ ก็ได้ แล้วผมไม่เคยตอบโต้ อย่างทุกเรื่องที่เป็นข่าว ผมก็คิดนะ โห ไม่คิดเลยเหรอว่าผมจะรู้สึกยังไง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้อีกครั้งเหมือนกันหลังจากเปิดหน้ากากแล้ว

“ส่วนคนที่เฉยๆ คือเขาแยกแยะได้ อาจต้องการเสพดนตรี ความสามารถ ก็จะมองข้ามจุดนั้นไป ก็อาจจะมีเพียงสองกลุ่มนี้แหละ เอาจริงๆ ผมไม่รู้ฟีดแบ็คหลังถอดหน้ากากเลยด้วยซ้ำ แต่งงว่า เอ๊ะ! ทำไมมีคนมาให้กำลังใจเราเยอะจัง…เป๊กสู้ๆ นะ ผมก็งง สู้อะไร เพราะพี่ๆ ไม่บอก ผมเลยไม่รู้ว่าหนักหนาแค่ไหน …จริงๆ เขาด่ากันหนักใช่ไหมครับ (เป๊กถามดิฉันทิ้งท้าย)”

คุณลืมไปว่าคนส่วนใหญ่ชอบเสพความสามารถของศิลปินที่มีความสามารถจริงๆ มากกว่ากระแส

“ผมแค่คิดว่ามีคนรักเราบ้างแหละ แต่ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ อย่างสมัยก่อนผมดูเงียบๆ ไปก็ยังมีคนรักผมอยู่ มีคนที่แคร์ผม แฟนคลับ ในแฟนเพจ แต่พอจบรายการนี้ มันเปลี่ยนไปตรงที่มีคนรักเราเยอะขึ้นมากๆ คนที่เห็นใจเรา บางคนเห็นใจถามว่าทำไมเราถึงทนได้กับข่าวที่พูดถึงผมไม่ค่อยดีนัก

“เด็กๆ บางคนยกให้ผมเป็นไอดอล เป็นแรงบันดาลใจ มันทำให้ผมมีพลังมากขึ้น สมมติมองโลกในแง่ดี อยากร้องเพลง แต่ไม่มีคนฟัง บางงานเล็กๆ มีคนฟังแค่ 20 คน ผมก็ร้องเพราะเราอยากร้อง ไม่มีคนดาวน์โหลดเพลง ก็ยังจะออกซิงเกิ้ลอีก (หัวเราะ) อย่างเพลงล่าสุด ที่ปล่อยมาช่วงปีที่แล้ว ชื่อเพลง ‘อยากให้แววตาฉันเป็นคนอื่น’ เอาจริงก็เกือบท้อนะ  จริงๆ ก่อนออกรายการ ผมจะไปเรียนต่อเมืองนอก ดูที่เรียน ได้วีซ่าเรียบร้อย คิดว่าอัดรายการจบก็ไป”

วางแผนจะไปเรียนต่อด้านไหนคะ

“เรียนการโรงแรมครับ ผมได้เรื่องของวอยซ์ เลยอยากเรียนอีกด้านที่เราสนใจ”

คุณยังมีความสามารถด้านไหนอีกที่คนทั่วไปยังไม่รู้

เยอะนะ (หัวเราะ) ผมมีเรื่องให้คนประหลาดใจเยอะ แต่เอาแบบเบสิกละกัน ผมชอบทำขนม อย่างมาการองนี่สบายมาก ตำอัลมอนด์เองเลยครับ”

ทำยากนะคะ 

ใช่ครับ ซื้อกินดีกว่า อย่างอื่นก็มีบราวนี่ สโคน ส่วนเค้กนี่ ผมจะชอบดัดแปลง ทำเค้กกล้วยหอมสอดไส้ช็อกโกแลตชิพบ้าง ไวท์ช้อกบ้าง ทำเยิ้มๆ แบบมัฟฟิน อร่อยดี (ยิ้ม)”

3

วันนี้มีคนรักคุณเยอะขึ้น กลัวไหมว่าจะเปลี่ยนไปอีก

“ไม่กลัวแล้วครับ มาถึงจุดนี้แล้ว มันเกินที่เราฝันไว้แล้ว สมัยก่อน มีคนดู 20 คน ผมยังร้องเพลงเลย ผมมีความสุขที่ได้ร้องเพลง ถ้าเกิดวันหนึ่งช่วงเวลาดีๆ แบบนี้หายไปอีก ผมก็ไปทำอย่างอื่น ไปท่องเที่ยว ทำอาหารอย่างที่เราชอบ แต่คิดว่าพวกเขาคงไม่ทิ้งเราไปอีกแล้ว”

หน้ากากจิงโจ้ให้อะไรกับคุณบ้างคะ

“ให้ผมได้โชว์ตัวตน แสดงความสามารถในแบบที่ทุกคนไม่เคยรู้มาก่อน มันดีตรงที่ทุกคนตั้งใจฟังเสียงของของผม เห็นคาแรกเตอร์ ชื่นชอบสไตล์ในแบบที่ผมเป็น ถ้าคุณชอบหน้ากากจิงโจ้ ก็คือชื่นชอบผม…ผมดีใจแล้วครับ”

ติดตามผลงานของเป๊ก ผลิตโชคได้ทาง IG: @peckpalit


Interviewed by Pookie Chatcha

Location 1 of a kind  Rama 9 soi 48 Tel. 02 718 3260

Posh Magazine Thailand
4 Comments
  • Roisin Cooney

    I’m full of admiration for your courage, persistence and tenacity, Peck Palit. Yours is one of the greatest comeback -kid stories I have ever read. Reminded me of the line — I’m not leaving, even though I’m bleeding” You are an inspiration to many, and you deserve only the best.

    May 2, 2017 at 4:48 am Reply
  • Praveena Sumitryothin

    ขอบคุณ POSH คะ ที่แชร์เรื่องราวดีๆของผลิตในวันนี้ ไม่ยากเรยใช่มั้ยคะที่จะหลงรักผู้ชายคนนี้ แล้วถ้าคุณติดตามต่อไป คุณจะเห็นถึงความรัก ระหว่าง ผลิตและpfc ของเค้า ว่ามันน่ารักขนาดไหน ไม่อยากให้คุณพลาดจริงๆคะ

    May 2, 2017 at 10:08 am Reply
  • sinnia

    ขอบคุณ Posh magazine สำหรับบทสัมภาษณ์ดีๆ ที่จะเป็นแรงใจให้คนอื่นๆไม่ละทิ้งความฝันนะคะ
    keep going!! PFC Lv Palit!!

    May 2, 2017 at 12:27 pm Reply

Leave a reply