Categories

To top
7 May

‘ธนจิรา’ สนับสนุนศิลปินไทยผ่านหนังสือ ‘Natee Utarit: Optimism is ridiculous’

007.

เมื่อศิลปะคือคุณค่าของชีวิต “ธนจิรา” จึงสนับสนุนศิลปินไทย ชวนชื่นชมผลงานศิลปะผ่านหนังสือ “Natee Utarit: Optimism is ridiculous”  สำรวจผลงานภาพเขียนของ นที อุตฤทธิ์ ศิลปินไทยผู้โด่งดังไกลในระดับสากล

 

023.

 

 

ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น  ร่วมกับริชาร์ต โคห์ ไฟน์อาร์ต (Richard Koh Fine Art) ประเทศสิงคโปร์ จัดงานเปิดตัวหนังสือ Natee Utarit: Optimism is ridiculous” หนังสือรวบรวมบทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านศิลปะและการสำรวจผลงานจากภาพเขียนของ นที อุตฤทธิ์ จิตรกรไทยร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากผลงานที่มีชื่อว่า Optimism is ridiculous ผ่านมุมมองและฝีมือการเขียนของนักวิจารณ์ศิลปะ ภัณฑารักษ์และนักเขียนชื่อดังชาวอิตาลี ดีมีทริโอ ปาปาโรนี่ (Demetrio Paparoni) ในงานจะมีการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ และรายได้จากการจำหน่าย โดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบให้แก่มูลนิธิ Project Love Asia Foundation เพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้และด้อยโอกาสชาวเอเชีย ทั้งนี้ ภายในงานยังได้นำผลงานศิลปะ จำนวน 3 ชิ้น มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเมืองไทยให้ผู้ร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิด  พร้อมพบปะพูดคุยกับนที อุตฤทธิ์ เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ที่ล้ง 1919 เมื่อเร็ว ๆ นี้

 

001.

 ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล 

ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยถึงที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ว่า ธนจิรา ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีความสวยงามซึ่งผูกพันกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคโดยตรง และเล็งเห็นว่าคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสนใจในสิ่งที่เป็นวัตถุหรือสินค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความงามและการเสพย์ในเชิงวัฒนธรรม ศิลปะ และดนตรี นอกจากนี้ ธนจิรา ยังให้ความสำคัญด้านการเป็นผู้สนับสนุนความรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อมขององค์กร (Corporate Social Responsibility) ผ่านการพัฒนาด้านการศึกษา (Education) และมนุษยศาสตร์ (Humanity) เป็นหลัก ซึ่งเปรียบเสมือนพันธกิจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในเครือธนจิราในระยะยาว

 

004.

นที อุตฤทธิ์

 

ดังนั้น เมื่อพบนที อุตฤทธิ์ ศิลปินไทยคนหนึ่งซึ่งมีผลงานที่ได้การยอมรับและสะสมในสถาบันระดับ World Stage แต่กลับมีคนไทยจำนวนน้อยมากที่รู้จัก จึงเล็งเห็นว่า นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะนำภาพวาดในชุด Optimism is Ridiculous นี้ มาปรากฏสู่สายตาคนไทยเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดตัวหนังสือชื่อเดียวกับผลงานชิ้นนี้ “สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ ธนจิรา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเป็นผู้สนับสนุนและเป็นสื่อกลางให้กับศิลปินไทยที่มีความสามารถระดับโลกได้มีเวทีเพื่อถ่ายทอดแง่มุมแห่งศิลปะที่ดีนี้ไปสู่ผู้บริโภคและประชาชนไทยที่สนใจศิลปะ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของงานศิลปะที่สามารถกระตุ้นความคิด และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในอีกทางได้ด้วย”

 

006.

ริชาร์ต โคห์

022.

 

Natee Utarit: Optimism is ridiculous” เป็นหนังสือรวบรวมบทความเกี่ยวกับการค้นคว้าประวัติศาสตร์ด้านศิลปะ ผ่านการสำรวจผลงานของ นที อุตฤทธิ์ เรียบเรียงเป็นภาษาอังกฤษ โดย Demetrio Paparoni นักวิจารณ์ศิลปะ ภัณฑารักษ์ และนักเขียนชาวอิตาลี ซึ่งบอกเล่าเกียวกับหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า “หนังสือเล่มนี้ ได้ทำการสำรวจผลงานของ นที อุตฤทธิ์ ในชุด Optimism is ridiculous ที่เริ่มสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่ปี 2012 อันประกอบไปด้วยซีรี่ส์ภาพที่ชื่อว่า Faith Means Not Wanting to Know What is True, The Confession, The Altarpieces และ Memento Mori องค์ประกอบหลักของภาพวาดชุดนี้ ได้แก่ เรื่องราวสุนทรียศาสตร์ ชีวิต วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และการวาดภาพพอร์เทรท (Portrait) สะท้อนงานศิลปะตะวันตก (Western art) ช่วงศตวรรษที่ 15 – 19 ผ่านความเชื่อแบบวัฒนธรรมตะวันออก อันเป็นรากเหง้าและต้นกำเนิดของตัวศิลปิน จึงเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิม (Own culture) สัญลักษณ์ของความทันสมัย (Icons of modernism) และความร่วมสมัย (Contemporary) ซึ่งได้รับการถ่ายทอดออกมาในรูปของวัตถุ สัตว์ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ ภายในหนังสือ ยังมีการอ้างอิงและยกตัวอย่างศิลปะตะวันตกในยุคดังกล่าว เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจอย่างถ่องแท้อีกด้วย”

 

030

 

ไฮไลท์ของงานคือการร่วมฟังเสวนาเกี่ยวกับหนังสือดังกล่าวผ่านมุมมองของ นที อุตฤทธิ์ โดยมี ดร.วิชญ มุกดามณี ศิลปินและอาจารย์ประจำคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นพิธีกร ในงานนี้ศิลปินเจ้าของผลงานจะเล่าเรื่องราวของผลงานในชุด The Altarpieces ซึ่งเป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่น Optimism is ridiculous ที่ได้นำมาจัดแสดงในครั้งนี้

นที กล่าวว่า เขาได้พบกับดีมีทริโอครั้งแรกในงานนิทรรศการผลงานศิลปะของเขาเองที่มิลาน อิตาลี เนื่องจากโปรเจ็กต์นี้ถูกคิดมานาน ประมาณ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ มีคนเตือนผมว่า การร่วมกับดีมีทริโอ เป็นเหมือนฝันร้าย จนได้ร่วมงานกับเขาถึงได้เข้าใจ เพราะช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปีครึ่งในการทำหนังสือ ผมต้องตื่นเช้าขึ้นมาพบกับอีเมลที่เขาส่งมา 13 ฉบับทุกวัน แต่สุดท้ายมันทำให้ผมพบว่า หนังสือเล่มนี้น่าทึ่งมาก เป็นวิธีการเขียนวิเคราะห์งานศิลปะที่ผ่านการคิดอย่างเข้มข้น และเชื่อมโยงโลกของ artistry ในยุโรป พร้อมอ้างอิงถึงข้อมูลใหม่ ๆ ที่อัพเดตในประวัติศาสตร์ศิลปะทั้งในฝั่งตะวันตกและตะวันออก ซึ่งดีมีทริโอ เป็นคนอิตาเลียน จึงอยู่ในสังคมศิลปะที่ค่อนข้างจะเข้มข้น ทำให้มีข้อมูลที่ค่อนข้างตรงในการนำมาวิเคราะห์  จึงมีความเข้มข้นมากกว่าหนังสือโมโนกราฟทั่วไป

 

033.

037.

 

หนังสือในรูปแบบนี้จะเรียกว่า โมโนกราฟ หรือหนังสือที่แสดงถึงข้อมูลต่าง ๆ ในการทำงานของศิลปินคนหนึ่ง เช่นเล่มนี้จะระบุซีรีย์ผลงานภายในช่วงปี 2012 -2015 ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการทำงานชุด Optimism is ridiculous รายละเอียดกระบวนการทำงาน โดยผ่านการคิดวิเคราะห์ ทั้งของศิลปินและนักเขียน และได้ทยอยจัดแสดงผลงานในหลายประเทศ ทั้งในทวีปเอเชีย และยุโรป”

ภายในงานมีผู้รักงานศิลปะจากหลากหลายแวดวงมาร่วมชมภาพ “L’enfer, c’est les autres” (Hell is other people) 1 ใน 12 ภาพผลงานชุด The Altarpieces ซึ่งได้นำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และแกลลอรี่ชั้นนำต่าง ๆ มาแล้วหลายประเทศ รวมถึงอีก 2 ภาพ ซึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ได้แก่ ผลงานที่ชื่อว่า “Fallen Devil” ภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าลินิน ขนาด 90×80 ซม. และ “Death contemplation/red velvet” ภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบ ขนาด 69.5×132 ซม. พร้อมเผยถึงคุณค่าของงานศิลปะ และสิ่งที่ได้รับจากการเสพงานศิลป์ในแต่ละแง่มุม

 

028.

039.

008.

 

เริ่มจากคอลเล็กเตอร์งานศิลปะตัวยง ศักดิ์ชัย ศรีรุ่งกิจสวัสดิ์ ผู้ลุ่มหลงผลงานของนที อุตฤทธิ์ และมีผลงานหลายชิ้นในครอบครอง เผยว่า “ส่วนตัวมีผลงานของคุณนทีที่สะสมไว้หลายชิ้น งานศิลปะของคุณนที เป็นงานแนวปรัชญา ในภาพวาดแต่ละรูปจะแฝงไปด้วยคติหลาย ๆ เรื่องที่สอดแทรกเข้าไป ซึ่งศิลปินต้องใช้เวลาอย่างมากในการคิดวิเคราะห์ จนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง งานศิลปะนอกจากจะให้คุณค่าในแง่ของสบายใจที่ได้ชื่นชมแล้ว ยังเป็นการลงทุนในระยะยาวรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถส่งต่อให้กับรุ่นลูก รุ่นหลานต่อไปได้อีกด้วย”

 

020.

 

กรกนก ยงสกุล เซเลบริตี้สาว บอกเสน่ห์ของการเสพงานศิลปะที่ช่วยขยายมุมมองใหม่ ๆ และให้แง่คิดบางอย่างเพิ่มมากขึ้น “ชอบศิลปะแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ ที่มีสีสันหลากหลาย เริ่มสะสมผลงานศิลปะของศิลปินไทยหน้าใหม่หลายท่าน ทั้งงานภาพถ่าย งานลายเส้น ชอบดูวิธีการเล่นสีที่มีสไตล์แตกต่างกัน เวลาที่ชมงานศิลปะจะรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้เราได้เปิดโลกทัศน์ จินตนาการของเรา และบางภาพก็ทำให้เข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะผลงานของคุณนที เป็นงานศิลปะที่น่าสนใจมาก และสะท้อนเรื่องราวหลากหลายมิติทั้งในแง่วัฒนธรรมและความเชื่อต่าง ๆ ที่เป็นความแตกต่างระหว่างตะวันออกและตะวันตก บวกกับการที่ได้อ่านหนังสือ Natee Utarit: Optimism is ridiculous ที่เขียนโดยคิวเรเตอร์ ชาวอิตาลีมากประสบการณ์ท่านนี้ ก็ทำให้เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ที่ศิลปินต้องการสื่อสารได้มากขึ้น”

 

015.

 

อรวรรณ อิงคะสิทธิ์ เจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่ผู้คลั่งไคล้งานศิลปะมา ตั้งแต่สมัยเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่ประเทศอังกฤษ เล่าว่า “ซึมซับความชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะส่วนใหญ่เวลาว่างอาจารย์ก็มักให้ไป  รีเสิร์ชบรรดาศิลปินต่าง ๆ ตามพิพิธภัณฑ์ในลอนดอน ดังนั้นพอเริ่มทำงาน มีเงินเก็บ รูปไหนที่เห็นแล้ว เราอยากได้ หรือศิลปินคนไหนที่เราชื่นชอบ ก็จะตามเก็บสะสม ชอบงานป๊อบ อาร์ต เพราะเป็นงานศิลปะที่มีสีสันจัด ๆ ดูแล้วสนุก ตอนนี้หันมาสะสมผลงานศิลปินไทยมากขึ้น ซึ่งหลายท่านก็เก่งมาก แต่อาจไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในเมืองไทยเท่ากับในต่างประเทศ แต่ก็นับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจที่ฝีมือของศิลปินไทย ก็ไม่น้อยหน้าในระดับนานาชาติเช่นกัน อย่างคุณนที ที่ตัวเองติดตามผลงานมานานมากแล้ว ชอบแนวคิดที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของผู้คน ผสมผสานไปกับจินตนาการของศิลปินได้อย่างน่าสนใจ”

031.

019.

040.

026.

 

หนังสือ Natee Utarit: Optimism  is ridiculous ตีพิมพ์บนกระดาษ 4 สี ปกแข็ง จำนวน 255 หน้า จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สกิร่า เอดิตอรี (Skira Editore) ประเทศอิตาลี จำหน่ายในราคา 2,000 บาท รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายหนังสือโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ จะมอบให้มูลนิธิ Project Love Asia Foundation เพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้และด้อยโอกาสในไทยและประเทศอื่นในเอเชีย สามารถสั่งซื้อได้ทาง Facebook.com/TanachiraCard ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2561 หรือจนกว่าหนังสือจะหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-264-5080

 

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply