Categories

To top
1 Sep

Mido x Red Bull สุดเอ็กซ์ตรีมไปกับกีฬาและนาฬิกาสุดเจ๋ง

Mido X Red Bull Cliff Diving World Series 2019 (9)

สร้างความตื่นเต้นเร้าใจไปกับกิจกรรมการแข่งขันที่ได้รับความนิยมและสนใจจากผู้คนทั่วโลก ในการแข่งขัน ‘เรดบูล คลิฟฟ์ ไดฟ์วิ่ง เวิลด์ ซีรีส์’ (Red Bull Cliff Diving World Series) รายการแข่งกระโดดน้ำบนหน้าผาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก โดยล่าสุดแบรนด์เรือนเวลาสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ ‘มิโด’ (Mido) ได้จับมือร่วมกับพันธมิตรผู้จัดการแข่งขันกีฬาเอ็กซ์ตรีม ‘เรดบูล’ (Red Bull) จัดการแข่งขันกระโดดน้ำบนหน้าผาชิงแชมป์โลก ‘มิโด เอ็กซ์ เรดบูล คลิฟฟ์ ไดฟ์วิ่ง เวิลด์ ซีรีส์ 2019’ (Mido X Red Bull Cliff Diving World Series 2019) สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมทั่วโลก พร้อมแนะนำเรือนเวลาคอลเลกชั่นสุดพิเศษที่ชื่อว่า ‘โอเชี่ยน สตาร์ ไดฟ์เวอร์ 600’ (Ocean Star Diver 600) สุดยอดนาฬิกาดำน้ำที่รังสรรค์จากเทคโนโลยีอันทันสมัย

Jonathan Paredes of Mexico dives from the 27 metre platform at the Big Lagoon on Miniloc Island during the final competition day of the first stop of the Red Bull Cliff Diving World Series in Palawan, Philippines on April 13, 2019. // Dean Treml/Red Bull Content Pool // AP-1Z15ADWSS1W11 // Usage for editorial use only // Please go to www.redbullcontentpool.com for further information. //

            ‘มิโด’ (Mido) หนึ่งศตวรรษแห่งความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและความยอดเยี่ยมในโลกแห่งเวลา แบรนด์นาฬิกาในเครือ สวอทช์ กรุ๊ป (Swatch Group) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (Georges Schaeren) เริ่มก่อตั้งบริษัท Mido G.Schaeren & Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน รวมถึงความเที่ยงตรงสูงซึ่งได้รับการรับรองจาก Contrôle Official Suisse des Chronomètres (Official Swiss Chronometer Testing Institute) หรือ COSC.

 

Mido X Red Bull Cliff Diving World Series 2019 (11)

 

มร.ฟรานซ์ ลินเดอร์ (Mr.Franz Linder) ประธานบริหารแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) ได้กล่าวถึงการเป็นพันธมิตรร่วมกับ ‘เรดบูล’ (Red Bull) ในจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า ‘เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการร่วมกับทาง ‘เรดบูล’ (Red Bull) ในการจัดการแข่งขันกระโดดน้ำบนหน้าผาครั้งนี้ ด้วยความหลงใหลและความภาคภูมิใจที่ทั้ง ‘มิโด’ และ ‘เรดบูล’ มีคล้ายกันคือ การเอาชนะตนเอง พร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่ความสมบูรณ์แบบ และพร้อมที่จะร่วมแบ่งปันสิ่งเหล่านี้ออกไปให้คนทั่วโลกได้รับรู้ ผ่านการแข่งขันกระโดดน้ำบนหน้าผาซึ่งเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ต้องอาศัยความเที่ยงตรงและความแม่นยำอย่างสุดฝีมือของนักกีฬาเอง ได้สะท้อนถึงความสอดคล้องเช่นเดียวกับความโดดเด่นของเรือนเวลาในคอลเลกชั่นต่างๆ จากแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) ที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำที่ถือเป็นสุดยอดของเรือนเวลา’

 

Jonathan Paredes of Mexico reacts after diving from at the Big Lagoon on Miniloc Island during the first competition day of the first stop of the Red Bull Cliff Diving World Series in Palawan, Philippines on April 12, 2019.

การแข่งขันกระโดดน้ำบนหน้าผาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก มิโด เอ็กซ์ เรดบูล คลิฟฟ์ ไดฟ์วิ่ง เวิลด์ ซีรีส์ 2019’ (Mido X Red Bull Cliff Diving World Series 2019) เป็นเวทีในการนำเสนอความตื่นเต้นและเร้าใจของการกระโดดน้ำบนหน้าผาแบบไร้อุปกรณ์ในการป้องกันตัว (Free-Fall) และเป็นการแข่งขันที่น่าจับตามอง เพราะรวบรวมนักกีฬาชั้นเยี่ยมที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ซึ่งในครั้งนี้จัดเป็นซีซั่นที่ 11 ของการแข่งขัน บรรดานักกีฬาจากทั่วโลกได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อแสดงความสามารถของตัวเองในการกระโดดน้ำผ่านทางท่าต่างๆ ทั้งการพุ่ง บิดเกลียว หรือท่าตีลังกาจากความสูง 27 เมตร และพุ่งลงสู่พื้นน้ำด้วยความเร็ว 85 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งการแข่งขันจัดขึ้นทั้งหมด 7 สนามแข่งทั่วโลก ได้แก่ เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์, เมืองโพลิกนาโน อามาเร่ ประเทศอิตาลี, เกาะเซามีแกล ในหมู่เกาะอะโซร์ส ประเทศโปรตุเกส, เมืองเบรุต ประเทศเลบานอน, เมืองมอสตา สหพันธ์บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และเมืองบิลเบา ประเทศสเปน พร้อมแนะนำ 2 นักกีฬาชื่อดังที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในแวดวงกีฬากระโดดน้ำบนหน้าผาที่จะเข้าร่วมเป็น Friends of the Brand กับแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) ได้แก่ โจนาธาน ปาเรเดส (Jonathan Paredes) จากประเทศเม็กซิโก และ อเลสซานโดร เดอ โรส (Alessandro De Rose) จากประเทศอิตาลี

 

Mido Ocean Star Diver 600 (6)

โดยครั้งนี้ ‘มิโด’ (Mido) ได้แนะนำเรือนเวลาสำหรับคนชื่นชอบการดำน้ำที่ถือเป็นคอลเลกชั่นตัวท็อปของแบรนด์อย่าง ‘โอเชี่ยน สตาร์ ไดฟ์เวอร์ 600’ (Ocean Star Diver 600) ถูกเลือกให้เป็นสัญลักษณ์ของการเป็นพันธมิตรแห่งความเป็นเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ โดยคอลเลกชั่น ‘โอเชี่ยน สตาร์ ไดฟ์เวอร์ 600’ (Ocean Star Diver 600) ถือเป็นที่สุดของความเที่ยงตรงและความแม่นยำ นาฬิกาดำน้ำชั้นเยี่ยมที่ผสมผสานเทคโนโลยีความเที่ยงตรงระดับสูงและความทนทานในการใช้งาน โดยตัวนาฬิกาได้ผ่านการทดสอบและได้รับมาตรฐาน ISO 6425 ในการกันน้ำ และสามารถทนแรงดันน้ำได้ถึง 600 เมตร มาพร้อมกับระบบวาล์วฮีเลียม (Helium Valve) ช่วยระบายก๊าซฮีเลียมเพื่อปรับแรงดันภายในหน้าปัด ด้านตัวเรือนนาฬิกาขนาดหน้าปัด 43.5 มิลลิเมตร ผลิตจากสแตนเลสสตีลขัดสลับลวดลายซาตินและขัดเงา พร้อมกับเคลือบ DLC สีดำสุดทันสมัย สำหรับขอบตัวเรือนนั้นมีการติดตั้งขอบเบเซิล (Bezel) หมุนทิศทางเดียวแบบเซรามิกที่มีตัวเลขชัดเจน พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ ลูมิโนวา เกรด เอกซ์ (Super-LumiNova Grade X) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรืองแสงที่ยอดเยี่ยมใช้ในการมองเห็นใต้น้ำได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

Mido Ocean Star Diver 600 (8)

สำหรับด้านข้างของตัวเรือนในตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา ถูกออกแบบให้มีร่องขนาดเล็ก 2 ตำแหน่งเพื่อระบายน้ำส่วนเกินที่ขังอยู่ในระบบควบคุมการหมุนของขอบตัวเรือนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากการกัดกร่อนของน้ำทะเล โดยเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีได้รับการขัดแต่งแบบซาตินและแบบไดมอนด์-คัทให้มีเส้นสายที่เฉียบคมและมีรูปทรงที่สามารถมองเห็นได้ง่ายเวลาอยู่ใต้น้ำที่มืดมิด พร้อมช่องวันที่ (Date) ในตำแหน่งที่ 3 นาฬิกาบนหน้าปัด เข้าคู่กับสายสแตนเลสสตีลสุดแข็งแรงหรือสายยางสีดำที่มีตัวรัดสายเป็นแบบเข็มยึดรูสายทำให้ทนทานต่อแรงดันน้ำได้ดี และตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber 80 ในการสำรองพลังงานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมความโดดเด่นของตัวใยลานที่ผลิตจากซิลิคอน ช่วยทำให้นาฬิกามีความเที่ยงตรงและความทนทานจากแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก ปิดครอบฝาหลังที่มีการสลักลวดลายปลาดาว ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของนาฬิกาในคอลเลกชั่นโอเชี่ยน สตาร์ (Ocean Star)

Mido Ocean Star Diver 600 (14)

นอกจากนี้ทางแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) ยังได้แนะนำเคล็ดลับในการเลือกนาฬิกาสำหรับคนที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมดำน้ำ โดยเริ่มจาก ประสิทธิภาพในการกันน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะนาฬิกาที่มีประสิทธิภาพและได้รับมาตรฐานการรับรอง ISO 6425 ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดและทดสอบการใช้งานใต้น้ำอย่างจริงจัง รวมทั้งสามารถทนแรงดันน้ำได้เป็นอย่างดีด้วย ซึ่งส่วนมากจะมีคำว่า Diver ปรากฏบนนาฬิกาด้วย เพื่อเป็นการการันตีในประสิทธิภาพเหมาะสำหรับการดำน้ำ

หรือเลือกจาก วัสดุสายของนาฬิกา ซึ่งส่วนใหญ่สายนาฬิกาดำน้ำมักจะทำจากวัสดุอย่างเช่น สแตนเลสสตีล หรือยาง ซึ่งแตกต่างด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกัน โดยสายสแตนเลสสตีล จะมีความโดดเด่นที่มีความแข็งแรง ไม่เป็นสนิมและไม่ขาดง่าย และสามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ด้วย ส่วนสายยางที่ทำจากยางชนิดพิเศษ สามารถยืด-หดได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง สวมใส่แล้วให้สัมผัสที่นุ่มสบาย และยังมีน้ำหนักที่เบากว่าสายสแตนเลสสตีล

Mido Ocean Star Diver 600 (11)

ต่อมาดูจาก สารเรืองแสงบนหลักเวลาและเข็มนาฬิกา เพราะจะช่วยในการมองเห็นใต้น้ำที่มืดสนิท อย่างเข็มนาฬิกาที่เคลือบด้วยสารเรืองแสงแบบซูเปอร์ ลูมิโนวา เกรด เอกซ์ (Super-LumiNova Grade X) ที่ถือเป็นนวัตกรรมการเรืองแสงที่ยอดเยี่ยมเหมาะสำหรับนาฬิกาที่ใช้ในการดำน้ำเป็นอย่างมาก และสามารถเลือกด้วยคุณสมบัติพิเศษอย่างระบบ ฮีเลียม วาล์ว (Helium Valve) ในการปรับแรงดันภายในหน้าปัด เพราะเมื่อดำน้ำลึกโมเลกุลของก๊าซฮีเลียมที่สะสมอยู่ในตัวนาฬิกาจะเปลี่ยนแปลงและขยายตัวสูงขึ้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน และมักจะเกิดขึ้นเมื่อขึ้นสู่ผิวน้ำ ทำให้แรงดันจากข้างในตัวเรือน และสามารถทำให้นาฬิการะเบิดหรือกระจกหน้าปัดหลุดกระเด็นออกมาได้ ซึ่งระบบฮีเลียม วาล์วนี้จะช่วยระบายก๊าซฮีเลียมออกและลดความเสียหายจากแรงดันด้วย

 

David Colturi of the USA, Gary Hunt of the UK and Catalin Preda of Romania celebrate on the podium at Raouche during the final competition day of the fifth stop of the Red Bull Cliff Diving World Series in Beirut, Lebanon on July 14, 2019. // Romina Amato/Red Bull Content Pool // AP-1ZXTU9Q251W11 // Usage for editorial use only // Please go to www.redbullcontentpool.com for further information. //

ร่วมเลือกนาฬิกาทำกิจกรรมดำน้ำกับแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) นาฬิกาดีไซน์หรูคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ ‘มิโด’ (Mido) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply