Categories

To top
31 Aug

‘Hunz THe STAR’ – Isariya Pattaramanop

Hunz THe STAR’ – Isariya Pattaramanop

ผู้ชายร้ายกาจ’ …เวลา 1 ปีไม่อาจหยุดความเป็นดาวของเขาได้

_Y8A8442

ถ้าครั้งหนึ่งวัยรุ่นยุค 90 เคยคลั่งไคล้เจ้าพ่อแดนซ์อย่าง ‘เจ-เจตริน วรรธนะสิน’ เชื่อว่ายุคดิจิทัลคงไม่มีใครไม่รู้จัก ‘อิสริยะ ภัทรมานพ’ หรือ ‘ฮั่น เดอะสตาร์’ ผู้ชายที่ไม่ได้มาเล่นๆ แค่ร้องเป็น เต้นได้ แต่ด้วยความสามารถที่สั่งสมประสบการณ์กับการเป็นแบ็คอัพให้กับศิลปินเบอร์ใหญ่มาแล้วมากมาย ทำให้วันนี้ ฮั่นไม่ใช่แค่นักเต้น แต่เขายังเป็นนักร้อง นักแสดงที่มากด้วยฝีมือ

แม้วันหนึ่งเขาเคยขอโอกาสเป็นดาวแค่ 1 ปี

“วันที่ผมมีนามสกุลเดอะสตาร์แล้ว ผมบอกพี่ที่ทำงานด้วยกันว่า… พี่ ผมขอไม่หยุดงานเลยนะ ไม่จำเป็นผมไม่หยุดทำงาน เพราะคิดว่าเราคงอยู่ได้ปีเดียวแหละ ต้องใช้ทุกนาทีให้คุ้ม”

จำได้ไหมว่าปีนั้นคุณได้หยุดกี่วัน

“ปีแรกน่าจะได้หยุดไม่เกิน 2 วันครับตอนนั้นให้ผมทำอะไรทำหมดกลายเป็นว่าเราทำงานมาถึงทุกวันนี้โดยไม่รู้ตัวตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าครบ 1 ปีหมดสัญญาเดอะสตาร์คงกลับไปเป็นครูสอนเต้นเหมือนเดิมแต่งานเข้ามาเรื่อยๆแล้วก็ยังอยู่ในวงการและได้รับโอกาสให้ได้ทำอะไรมากมาย”

วันที่คุณประกวดเวทีเดอะสตาร์ เข้ารอบเป็น 3 คนสุดท้าย แถมยังได้รับการสนับสนุนจากแฟนคลับ ทำไมคุณจึงคิดว่าจะทำงานเบื้องหน้าแค่ปีเดียว

“โอเคแฟนคลับเป็นคนที่เขาสนับสนุนเราแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ต้องยอมรับความจริงด้วยคนที่เขารักเราจริงๆมีเยอะแต่ก็มีคนที่เขามาแล้วก็ไปเหมือนกันในมุมมองของผมนะการที่เราจะให้คนรักเรานั้นถ้าไม่มีผลงานออกมาเลยมันก็ไม่แปลกที่เขาจะไปแต่ถ้ามีผลงานออกมาเรื่อยๆมันก็มีความน่าตื่นเต้นน่าติดตามให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจแล้วผมก็มองว่าการทำงานทั้งหมดไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งๆเดียวเราต้องเป็นคนที่ทำงานแล้วทุกคนแฮปปี้มีฝีมือใส่ใจการทำงานผลงานของเราออกไปต้องเป็นที่ยอมรับจริงๆทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนทำงานวงการบันเทิง”

ในบุคลิกที่มั่นใจ ทั้งเต้นและร้องเพลง แต่เหมือนคุณมีความไม่มั่นใจอยู่เล็กๆ นั่นคืออะไรคะ

“ผมมาสายเต้น ชอบร้องเพลง จำได้ตอนประกวดเดอะสตาร์รอบที่เหลือ 3 คน โอ้โห!… เหลือโดมกับแกงส้มแล้วก็ผม ถ้าผมได้ที่ 1 ก็คงโดนคนด่าทั้งประเทศแหละครับ (หัวเราะ) เวลานั้นต้องเป็นโดมกับแกงส้มที่เข้าไปชิง แล้วด้วยความที่ผมทำงานเบื้องหลังมาก่อน ในใจแอบคิดว่ามันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ในจอทีวีหรือว่าได้มาร้องเพลงแบบนี้”

วันนั้นเลยทิ้งท้ายบนเวทีเดอะสตาร์จนได้ฉายาเป้าภูเขาไฟมา

“น่าจะเป็นพี่ๆ นักข่าวตั้งให้ครับนะ วันที่ผมโชว์คอนเสิร์ตเพลง คืนนี้อยากได้กี่ครั้ง คือจริงๆ ผมขอไปตั้งแต่เข้าบ้านเดอะสตาร์แล้วว่าผมอยากร้องเพลงนี้ แต่ไม่ได้ร้องสักที คือยังไงก็ไม่ได้ร้อง เพราะเขาคงคิดว่ามันทะลึ่ง หรืออาจยังไม่ถึงเวลา พอสัปดาห์ที่ผมไม่ได้ไปต่อ ผมก็ไม่รู้ว่าหรอกว่าผมจะออก แต่ทีมงานให้ผมร้องเพลงนี้แล้วเขาบอกว่า อ่ะ…กูไม่มีเพลงอะไรจะให้มึงร้องแล้ว (หัวเราะ) เพราะกูไม่รู้จะให้มึงเต้นเพลงอะไร ก็คงต้องเพลงนี้แล้วแหละ แล้วเหมือนวันนั้นผมมีความรู้สึกว่าต้องตกรอบแน่ๆ ก่อนออกจากเวทีผมพูดว่า ช่างแม่งโว้ย! คืออยากทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ คือเขาไม่ให้เราเต้นแรงๆ เราก็ไม่สนใจ เราก็อัดใส่กล้องเต็มๆ เลย เด้งใส่กล้องเลย (หัวเราะ)”

มาถึงวันนี้คุณก็ไม่ใช่แค่นักร้อง นักเต้น แต่ยังเป็นนักแสดงอีกด้วย

“อย่างที่เพิ่งได้ชมกันไปเรื่อง ‘Bangkok รัก Stories’ ตอน ‘แพ้ทาง’ เป็นการร่วมงานกับช่อง GMM 25 ครั้งที่ 2 แต่ว่าเป็นครั้งแรกกับการทำงานกับบราโว่ ผมชอบซีรี่ส์เรื่องนี้นะ ที่เล่าถึงความรักในแต่ละพื้นที่เพราะว่าทุกพื้นที่มีความรักทั้งหมด ผมเป็นตัวแทนอยู่ฝั่งทองหล่อ และยังมาจากเพลงดังที่มียอดวิวร้อยล้านวิวขึ้นไปครับ”

ถ่ายทำในเวลาไล่เลี่ยกับ โสด Stories 2 ด้วยมีความยากง่ายอย่างไรบ้างกับซีรีส์ทั้งสองเรื่องนี้

“ยากตรงสีผม (หัวเราะ) โสดสตอรีส์ผมต้องทำผมสีเทา แต่ในแบงค็อกรักสตอรีส์ เขาอยากได้ผมสีดำ ทีนี้ใช้สเปรย์ฉีดสีเปลี่ยนไปมา กลับบ้านไปกว่าจะได้นอนก็มัวแต่สระผม ล้างสี ซึ่งออกยากมาก ผมเลยขอพี่ทีมงานว่าขอเป็นสีดำแล้วกันครับ ก่อนที่ผมจะหัวล้านซะก่อน

“ส่วนคาแรคเตอร์ของแทนหลายๆคนพูดว่าดูแล้วทำไมรู้สึกคล้ายแบงก์ในโสดสตอรีส์แบบมีเงินมีฐานะบ้านรวยเจ้าชู้เพลย์บอยนิสัยไม่ดีปากร้ายคล้ายกันแต่ว่าเบอร์ในการเล่นน่ะต่างกันเยอะมากแบงก์ในโสดสตอรีส์มันเหมือนคนบ้าแต่บทแทนในแพ้ทางจะเป็นผู้ชายที่เราเห็นได้ทั่วไปคือดูแล้วรู้เลยว่าผู้ชายคนนี้ใช้ชีวิตยังไงแต่ว่าตัวของไอ้แบงก์จะไม่สนใจโลกทำก่อนคิดทีหลังแต่สำหรับแทนเขาจะเป็นคนคิดก่อนแล้วค่อยทำ”

อยากให้เล่าถึงซิงเกิ้ลใหม่บ้าง เห็นว่า ได้น้องรักอย่างแกงส้มมาเขียนเนื้อเพลงให้คุณด้วย

“ต้องเล่าก่อนว่าเพลงร้ายกาจเป็นซิงเกิ้ลที่ผมอยู่ในทุกขั้นตอนของการทำงานมีโอกาสได้ลงมาทำเองอย่างเต็มตัวทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังด้วยความที่ทีมงานหลายคนเป็นคนที่รู้จักรู้ใจกันว่าทำงานแบบนี้ๆเราน่าจะชอบทั้งโปรดิวเซอร์ทั้งทำนองที่ได้โดมจารุวัฒน์มาช่วยแล้วคนแต่งเนื้อร้องก็เป็นแกงส้มธุรกิจครอบครัวครับช่วยกันทำมาหากิน (หัวเราะ)”

_Y8A8440

อย่างนี้ก็ทำงานสนุกเลยสิคะ

“ใช่ๆ อย่างแกงส้มเอง เขาอยู่ในหลายๆ จังหวะของชีวิตผม เขารู้ว่า ผมเป็นคนแบบไหน พูดจาแบบไหน เขาก็แต่งเนื้อร้องออกมาให้มันเป็นแบบนั้น ให้คนฟังเขารู้ว่านี่คือเรา แต่กว่าจะลงตัวก็เปลี่ยนหลายรอบนะครับ คือทางทีมงานส่งมาให้ 5 – 6 เพลง ผมไม่เอาสักเพลง เพราะผมรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ แล้วจู่ๆ วันดีคืนดีแกงส้มก็ เออพี่… ผมแต่งมาให้พี่ฟัง ถ้าพี่ชอบก็เอา ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แล้วเราฟังแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย! มันใช่ว่ะ ส่วนตัวโดมเองปรับทำนองอยู่หลายรอบ ผมอยากได้ทำนองที่มีแรพผสมความเป็นตัวเรา และมีความแมสให้คนฟังได้ เลยรู้สึกว่าโดมเหมาะสมที่จะทำ เพราะว่าโดมมีความเป็นป๊อปสูงมาก ลูกเล่นคอร์ดเขามีค่อนข้างเยอะ คิดว่าถ้าเราได้โน้ตจากเขา คนฟังน่าจะรู้สึกว่าเพลงนี้ฟังง่ายขึ้น”

แล้วผู้ชายที่ชื่อฮั่นแกงส้มตีความร้ายกาจออกมาอย่างไรบ้าง

“ร้ายกาจนี่ผมนิยามเองว่าจะต้องเป็นคำนี้แต่ว่าตัวบทเพลงข้างในนี่แกงส้มเก็บดีเทลของชีวิตผมไปแต่งอย่างในเรื่องของความรักผมเป็นคนให้ทุ่มเทความรักแบบไหนแต่ว่าทั้งหมดไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมดนะ (หัวเราะ) มันผสมเรื่องของบุคคลรอบข้างรอบตัวเราและชีวิตในปัจจุบันในกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เกิดขึ้นจริงเข้าไปด้วยครับ”

ได้ดั่งหวังไหมจากที่เคยอยู่เบื้องหลังแล้วลองเข้ามาประกวดเดอะสตาร์จนวันนี้ยืนอยู่เบื้องหน้า

“เกินครับเกินมาเยอะมากจากแค่ขอร้องเพลงที่เราชอบแต่ทุกอย่างมันมาไกลจนผมรู้สึกสนุกกับการทำงานทุกวันผมได้เล่นละครซึ่งเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่เราจะไม่มีวันได้ไปเจอคือเวลาผมร้องเพลงผมสามารถเป็นตัวตนแบบตัวเราเองได้มากที่สุดบนเวทีมากกว่าเวลาเราไปออกรายการเกมโชว์อีกเราจะพูดอะไรก็ได้เพราะเวทีเป็นของเราไมค์อยู่ที่เราคนดูจะไปกับเราในโลกที่เราอยากให้เขาไป

“แต่ในโลกของละครจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเข้าใจจนผมเจอคุณครูคนหนึ่ง ครูเอ เขาพาผมไปรู้จักการเล่นละคร ซึ่งเราได้เป็นอีกคนหนึ่ง เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เพราะว่าบางมุมในชีวิตผมไม่มีโอกาสได้สัมผัวชีวิตหรือความคิดของตัวละครนั้นๆ พอผมสวมบทบาทหนึ่ง จึงได้เจอว่า เฮ้ย! การที่คนหนึ่งเขาเป็นแบบนี้ เพราะเขาผ่านเรื่องราวชีวิตเขามาอย่างไร  พอเราเอาไปใช้กับในโลกแห่งความจริง ได้เจอคนแบบนี้ก็จะไม่ปิดกั้นเขา แต่เราจะค่อยๆ ทำความเข้าใจว่า ลึกๆ เขาคงไม่มีอะไรหรอก แต่อาจถูกเลี้ยงดูมาหรือเหตุการณ์ที่เขาพบเจอทำให้เขาต้องกลายเป็นคนแบบนี้ การเล่นละครมันทำให้การใช้ชีวิตจริงง่ายขึ้น ให้เราเข้าใจคนมากขึ้น รู้จักที่จะให้โอกาสคนมากขึ้นครับ”

แต่จากวันนั้นมาถึงวันนี้ถือว่าได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง มีอะไรบ้างไหมที่ยังไม่ได้ทำ แล้วอยากจะทำ?

“น่าจะเป็นเรื่องของการพักผ่อนผมอยากมีเวลาไปหาประสบการณ์ไปเที่ยวประเทศที่ไม่เคยไปเพราะว่าถ้าเรื่องของการทำงานผมได้ทำงานหลายรูปแบบแล้วผมก็พอใจแล้วก็รักมันเวลาอยู่บนเวทีได้เห็นคนดูเราเขายิ้มเขาร้องเพลงตามหรือเขามีอารมณ์ร่วมไปไหนมาไหนมีคนทักเรามันก็เป็นความสุขที่เขามอบให้เรากลับมาไม่ใช่แค่เรามอบให้เขาฝ่ายเดียวครับ”

ติดตามผลงานของ ฮั่น เดอะสตาร์ได้ทาง IG: @Hunz_iph


Interviewed by Pookie Chatcha

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply