Categories

To top
12 Jun

COVER INTERVIEW – STAR IN MY MIND

cover

แล้วแต่ “จุง-ดัง” กับการทบทวนเรื่องราวและความสัมพันธ์ใน “แล้วแต่ดาว”

2

จบไปอย่างสวยงามกับความรักของ “คาบคลื่น” และ “ดาวเหนือ” ในซีรีส์ “แล้วแต่ดาว” พร้อมที่จะส่งไม้ต่อให้ “ขั้วฟ้าของผม” ได้ดำเนินเรื่องต่อ แต่สำหรับ POSH MAGAZINE กลิ่นอายความน่ารักภายในเรื่องและนักแสดงนำทั้งคู่ยังไม่จางหายไปไหน เลยขอคว้าตัว “จุง-อาเชน ไอย์ดึน” @chen_rcj และ “ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ” @dunknatachai มาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างกันและกัน ที่จะทำให้ใครก็ตามที่ติดตามคู่นี้อยู่ตกหลุมรักพวกเขามากขึ้นไปอีก

เหตุเกิดจากอายุเท่ากัน

เรื่องความสนิทเป็นสิ่งสร้างยากมาก แต่เคยเห็นสัมภาษณ์ของทั้งจุงและดังในช่องหนึ่งบอกว่า เจอกันครั้งแรกตอนแคสติ้ง ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่สนิทกันเร็วมาก เลยอยากให้ทั้งคู่เท้าความถึงจุดเกิดเหตุความสนิทนั้น

ดังเริ่มต้นว่า “ผมว่ามันเกิดจากความไม่อึดอัดระหว่างกัน ฟีลคล้ายๆ เพื่อนในโรงเรียนเราที่คุยเรื่องอะไรก็ได้ เพราะจุงเองอายุเท่ากันกับผม เหมือนคุยภาษาเดียวกันและคลิกกันเลย ผมเลยมองว่า มันทำให้ความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างไปได้สวย”

1

จุงตอบสมทบต่อ “หลายคนคิดว่า เราอาจมีท็อปปิกเฉพาะเวลาพูดคุยกัน แต่เอาจริงคือ ไหลไปเรื่อยเลย วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ไปเจออะไรมา หรือบางทีผมเองก็ชอบแชร์คลิปตลกให้เขาดู มันเลยค่อนข้างทลายความเกร็งของกันและกันได้ค่อนข้างดีเลย”

แตกต่าง-เหมือนกัน

แฟนๆ หลายคนดูจบก็มักจะบอกว่า คาบคลื่นต่างจากจุงมาก แม้แต่คนสัมภาษณ์เองที่ได้ดูและคุยกับจุงก็รู้ว่าต่าง จนดังต้องเข้ามาเสริมมุมนี้เพิ่มเติม “แต่ผมว่าจุงก็มีส่วนเหมือนบ้างนะ คือตอนเขานั่งเล่นโทรศัพท์เงียบๆ ของตัวเอง นั่นแหละคาบคลื่นชัดๆ เลย”

จุงหัวเราะออกมา พร้อมพูดถึงคาบคลื่น “ถ้าใส่ความเป็นตัวเองเข้าไป ก็รู้เลยว่าเป็นผม และทุกคนก็น่าจะรู้สึกได้ เช่น เรื่องการใช้โทนเสียง คนจะจับได้ง่ายมาก ผมเลยต้องปรับบุคลิกเรื่องการพูดและการใช้น้ำเสียงของตัวเอง แต่สำหรับดังแล้ว สิ่งที่ผมรู้สึกกับดาวเหนือและดังคือ เขาเด็กน้อยมาก ซึ่งปกติเขามีความคิดดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่บางเรื่องอาจต้องลงไปช่วยเหลือเขาหรือโชว์ให้เขาเห็น เพื่อให้เห็นว่า มันก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกัน”

3

อยู่ดีๆ ก็วกมาที่ดาวเหนือเฉย ดังเลยสำทับคำตอบจุงเข้าไปว่า “แม่ก็พูดเหมือนจุงเลยว่า ผมมีความเด็กน้อย เช่น อาจมีความขี้เล่นบ้าง แต่อาจไม่รีแอคใหญ่เท่าดาวเหนือ ที่เขามักเก็บอาการไม่อยู่ ดีใจสุด เสียใจสุด ทุกอย่างแสงออกทางสีหน้า แต่ผมอาจมีเก็บๆ บ้าง ไม่ปล่อยออกมาทั้งหมด”

เจาะใจ “คาบคลื่น-ดาวเหนือ”

จุงเล่าต่อว่า ความยากของคาบคลื่นคือ ต้องแสดงให้คนดูรักและไม่น่าเบื่อ เพราะบทคาบคลื่นต้องไม่แสดงออกเยอะมาก จนทำให้คนดูอาจไม่เข้าใจว่า คาบคลื่นรู้สักอย่างไรกันแน่ ถึงขั้นจุงส่งสารบอกคาบคลื่นว่า “นายอ่อนหัดมากน้อง” ดังถึงขั้นพูดประเด็นนี้ต่อเลยว่า 

“เขาดูเย็นชาเกินไปจริงๆ แหละ ถ้าเกิดสมมติผมลองสารภาพรักแบบดาวเหนือ พยายามก็แล้ว รู้สึกก็แล้ว และเจ็บก็แล้ว แต่เขายังนิ่งขนาดนั้น ผมว่าก็ปล่อยเขาไปเถอะ (หัวเราะ)” ไหนๆ ดังก็พูดถึงความเย็นชาของตัวคาบคลื่นแล้ว แอบสงสัยอยู่นิดเดียว อะไรที่ทำให้คนตรงไปตรงมาอย่างดาวเหนือชอบคาบคลื่นที่แทบจะไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย

4

“ผมว่าเขาทำตลอดนะ ทำแบบเงียบๆ ไม่ให้ใครรู้ เห็นได้จากอีพีแรกๆ ที่หยอดมาเรื่อยๆ ผมว่าเขาเป็นนักลงมือทำที่ดีมากกว่านักพูดที่ดี ทำให้บางโมเมนต์ ดาวเหนือไม่เลยรู้ว่า ตกลงแล้วคาบคลื่นรู้สึกยังไง เพราะเขาไม่พูด ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปคือยากเลยแหละที่จะรู้ความในใจของอีกฝ่าย โดยที่ไม่พูดอะไรเลย เหมือนแอบๆ ทำไม่ให้เขารู้”

“แล้วถ้าเฟรนด์ลี่แบบผมล่ะ” อยู่ดีๆ จุงคนจริงก็โพล่งคำถามขึ้นมา ดังหัวเราะดังสมชื่อแล้วพูดออกไปว่า “ถ้าเฟรนด์ลี่ เข้าถึงง่ายแบบจุง ผมก็โอเค”

แฟนคลับและการตอบรับ

เรียกว่า “แล้วแต่ดาว” สำเร็จตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในทุกอีพี ซึ่งทั้งคู่รู้สึกเกินคาดกับผลตอบรับที่ได้นี้ อย่างดังเรียนและทำงานไปด้วย ความเหนื่อยล้าอาจสะสม แต่ก็ชุบชูใจขึ้นมาด้วยคอมเมนต์จากแฟนคลับทุกคนที่ให้กำลังใจ แม้แต่ช่องรีแอคเอง ดังก็ตามเก็บและตามดูไม่ขาด 

5

“ตอนหนึ่งผมดูไม่ต่ำกว่า 10 รอบ เช็คงานตัวเองและเช็คความรู้สึกของแฟนๆ ด้วย” จุงเหมือนยอมดังไม่ได้เลยเติมเข้าไปอีกว่า “วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง ผมดูไปแล้ว 30 ชั่วโมง” ทั้งคู่หัวเราะครืนและจุงสรุปความรู้สึกเรื่องผลตอบรับ “ดีใจที่มีคนยินดีและเอ็นดูพวกเรา ทุกคนน่ารักมาก และทุกกิจกรรมที่ทำขอชื่นชมจากใจจริง ขอบคุณที่สนับสนุนอย่างสม่ำเสมอครับ”

แล้วแต่ (จุง-ดัง) จะให้ดาว

ส่งท้ายซีรีส์ในฐานะที่ชื่อ “แล้วแต่ดาว” รบกวนให้ดาวพาร์ทเนอร์ในการทำงานและความสนิทระหว่างกัน คะแนนเต็ม 5 ดาว เริ่มจากจุง “ตอนแรกเป็นห่วงดังมาก แต่พอไปถึงหน้างาน เขาเล่นได้ดีแบบไม่ห่วงเลย เก่งมากสำหรับเรื่องแรก คือดีแบบปรบมือ ผมเลยให้ 4 ดาว ส่วนอีกดาวหนึ่งที่หายไป ผมเคารพในเรื่องพื้นที่ระหว่างกันและกัน ให้พื้นที่ส่วนตัวเขาสักนิด แล้วความสัมพันธ์มันจะดีครับ” 

7

“พูดเหมือนเป็นแฟนกัน” ดังพูดออกมา จนทำให้จุงหัวเราะตาม แล้วพูดถึงเรื่องการให้ดาวกับอีกฝ่าย “แต่มันก็จริงนะ ไม่ว่าจะความสัมพันธ์อะไรก็ตาม เป็นเพื่อนหรือแฟน พื้นที่ส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญ ผมเลยให้ 4 ดาวครึ่ง มากกว่าจุงหน่อย และครึ่งดาวที่หายไปคือ สเปซที่ผมมีให้จุง ให้เขามีอิสระเป็นของตัวเอง”

ทบทวนเรื่องราวของ “จุง-ดัง” แล้วยังไม่จุใจ สามารถทบทวนความประทับใจของ “คาบคลื่น-ดาวเหนือ” ในซีรีส์ “แล้วแต่ดาว” ย้อนหลังฟรีได้ในแอปพลิเคชั่น Viu 

 

Balance Game “จุง-ดัง”

ชอบเป็นตากล้อง หรือ เป็นแบบให้ตากล้อง

จุง: ชอบเป็นแบบให้ตากล้องครับ  

ดัง: เหมือนกันครับ ชอบเป็นแบบ สนุกดี ก่อนสัมภาษณ์ยังถ่ายรูปเล่นกันอยู่เลย (หัวเราะ)

ติดลูป ให้เล่นบทตลกซ้ำๆ หรือ เล่นบทร้องไห้ซ้ำๆ  

จุง: ตลกดีกว่า ร้องไห้มันเครียดและหนักมากนะ อย่าง “แล้วแต่ดาว” ผมร้องจนปวดหัวเลยก็มี 

ดัง: ตลกเหมือนกัน ชีวิตจะได้มีสีสัน ร้องไห้อย่างเดียว เดี๋ยวตาบวม 

ไปกินบุฟเฟ่ต์คนเดียว หรือ ไปสวนสนุกคนเดียว

จุง: แน่นอน ไปกินบุฟเฟ่ต์คนเดียว

ดัง: กินบุฟเฟ่ต์คนเดียวเหมือนกัน ถ้าไปสวนสนุกคนเดียว ผมคงกลับบ้านเลย

มีชีวิตโดยปราศจากเพื่อน หรือ ตัวติดเพื่อนตลอดชีวิต

จุง: ตัวติดเพื่อนตลอดชีวิต เป็นคนขี้เหงา เข้าใจบ้างสิ (หัวเราะ)

ดัง: ตัวติดเพื่อนตลอดชีวิต ชอบคุยกับคน เล่นกับเพื่อน อย่างเกมคอมฯ ถ้าให้เล่นคนเดียว ผมไม่เล่นนะ

9

 

In the Minds of “Joong-Dunk”: Reflection of Their Stories and Relationship in “Star in My Mind the Series”

The love story of “Kabkluen” and “Daonuea” in “Star in My Mind the Series” has reached its beautiful ending, leading to its sequel “Sky in Your Heart the Series” to continue its own story. Nevertheless, the lovely fragrance of the series and its leading actors has not fainted away yet, so POSH MAGAZINE decided to snatch “Joong-Archen Aydin” and “Dunk-Natachai Boonprasert” for this interview to reflect on the stories between themselves that would make anyone who has been supporting them fall deeper in love with them.

Same Age Gets Us Close

Intimacy is not something easy to create. But Joong and Dunk once gave an interview at a show that, you met each other for the first time at the casting session. You never met each other before then, but you got close quickly. Could you reminisce about your cause of intimacy?

Dunk started by saying, “I guess it was because there was no awkwardness between us. It felt like chatting with a friend that we could talk about anything. Because we’re the same age. It’s like we spoke the same language and got connected right away. I see that was why our relationship went really well.”

8

Joong added, “Many thought that we might have a particular topic to chat about. In fact, we kept jumping from one topic to another like, “How was your day?”, “What did you see?”, or sometimes I share some funny clips . It seemed to break the ice between us well. 

Similar – Different

After watching the series, many fans could tell that Kabkluen is very different from Joong. Even an interviewer like me could tell after seeing and talking with Joong. Dunk added to this point, “But I think Joong has something similar to Kabkluen such as, when he is quietly scrolling through his smartphone, that’s exactly like Kabkluen.”

Joong laughed and started talking about Kabkluen, “If I added my own personality to my role, people would notice it right away. They would feel it from something like the tone of voice. It was easy to catch, so I needed to adjust my personality, my speech, and my tone of voice. But in Dunk’s case, what I feel toward  Daonuea and Dunk is that they are both childlike. They have a good attitude as a foundation but sometimes, they need some help or demonstration to make them see that things could be done differently.”

Suddenly, the subject changed to Daonuea. Dunk added to Joong’s answer by saying, “My mom also said something similar. She said that I’m childlike. For example, I’m playful but my reaction might not be as obvious as Daonuea. He wears his heart on his sleeves, so when he feels happy or sad, it’ll be written all over his face. In my case, I may keep some of them hidden rather than showing all of my feelings.”

11

Cracking the Minds of “Kabkluen-Daonuea”

Joong continued that the difficulty of portraying Kabkluen was to make the viewers love this character and not get bored with him because Kabkluen rarely expresses his emotions to the point that it might confuse the viewers about how he actually feels. He was too expressionless that Joong made a comment, “What an amateur.” Dunk even carried on with this point by saying,

“He seems too cold. Let’s say I confessed to him like Daonuea did, tried so hard to get his attention, fell in love, and got hurt, but he remained silent. I think it would be best to let him go. (Laughs)” As Dunk mentioned Kabkluen’s coldness, I’m a little curious that what made a straightforward person like Daonuea like an expressionless one like Kabkluen. 

“I think it was because he always did something. He secretly did it. You could see that he kept flirting from the very first episode. I see that he is better at expressing himself via actions rather than words. At some points, Daonuea had no idea how Kabkluen actually felt because he didn’t say it. If it’s a real scenario, this can be very difficult to know their true feelings because they don’t say anything. It’s like they keep doing things for you secretly.”

“How about a friendly guy like me?” Joong suddenly blurted out the question. Dunk laughed out loud and answered, “If they’re friendly and approachable like Joong, I’m okay with that.”

12

Fans and Feedback

We can say that “Star in My Mind the Series” is successful based on its trending on Twitter for every episode. Joong and Dunk were both surprised by the feedback. Dunk was studied and worked simultaneously so he was constantly exhausted. But all comments from the fans boosted him up. He also kept watching the reaction channels. 

“I watched each episode more than 10 times to check my performance and my fans’ feedback.” Joong couldn’t resist competing with Dunk so he added, “If there are 24 hours a day, I’ve watched the series for 30 hours.” Then they both burst out their laughter and Joong summarised the overall feedback. “I’m glad that there are people out there who congratulate and adore us. They’re extremely nice and we truly appreciated every action that they have done for us. Thank you for your constant support.”

Stars in (Joong-Dunk’s) Minds

To wrap up “Star in My Mind the Series”, we’d like to ask both of you to give stars to your partner by means of their work performance and intimacy. Out of 5, Joong started by saying, “At the beginning, I was extremely worried about Dunk. But when we were on set, he could do it well that I wasn’t worried anymore. As in his first series, he was excellent. It was so good that he deserved applause. So, I gave him 4 stars. One star is missing because I respect the space between each other. Giving him some personal space is how we maintain a good relationship.”  

“That sounds like we’re dating”, said Dunk. It made Joong laugh. Then, he continued with his part about giving stars to his partner. “But it’s true. Whatever relationship it is, either a friend or a lover, personal space is crucial. I give him 4.5 stars. A little bit more than Joong. The missing half star is the space I give to Joong so he can have his own free space.”

10

If reminiscing the stories with “Joong-Dung” in this interview hasn’t sufficed, you can re-watch the beautiful story of “Kabkluen-Daonuea” in “Star in My Mind the Series”, for free on Viu Application. 

Balance Game with “Joong-Dunk”

Prefer to be a cameraman or a model

Joong: Prefer to be a model.

Dunk: Same here. I like it because it’s fun. Before the interview, we were enjoying ourselves by taking pictures of each other. (Laughs)

Got stuck in a loop: keep playing a comedy scene or playing a dramatic scene

Joong: Better go for a comedy scene. Crying is too stressful and heavy. Like “Star in My Mind the Series” I cried too much that I got a headache. 

Dunk: Comedy, too. So my life can be colorful. Crying only will make your eyes swollen. 

Eating at a buffet alone or going to the amusement park alone

Joong: Of course, having a buffet alone.

Dunk: I go with having a buffet alone, too. If I had to go to the amusement park alone, I’d go home.

6

Living a life without a friend or sticking with a friend for the rest of your life

Joong: Sticking with a friend for the rest of my life. I’m a lonely person, please understand. (Laughs)

Dunk: Sticking with a friend for the rest of my life. I like talking with people and playing with my friends. For example, playing a computer game, I won’t play it if I’m alone. 


Photographer : Termsit Siriphanich @termsit @termsitstudio

Stylist : Tonn Ton @tonnton.tsp @stylebytonn

Clothes : @Zartorial_official @Lostdreambkk

Makeup : ประดิทรรศณ์ พันสวัสดิ์ @eddiethailand

Hair : Chiraphiphat Armhair @thearm_hair89

Photo Assistant : Pichaipusit Jack Sakura

Editor in Chief : Austin Thein

Interview : Yutthachai Sawangsamutchai @Youthtumz

Translator : Pa-kwan Panyatona @ferinpanyatona

#JoongDunkxPOSH

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply