Categories

To top
9 Mar

Cover Interview – GREAT X OAB

cover

3

ถึงชั่วโมงนี้ วัยรุ่นไทยคงไม่มีใครไม่รู้จักดาราวัยรุ่นชายทั้งสองคน เกรท – สพล อัศวมั่นคง และ โอบ – โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ ที่มาปรากฏกายบนปก POSH Magazine Thailand ….ทั้งสองกำลังจะมีผลงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากค่าย ‘ทรานส์ฟอร์เมชั่น’ เรื่อง ‘แสงกระสือ’ ซึ่งเข้าฉายวันที่ 14 มีนาคม วันนี้ POSH จะพามารู้จักเรื่องราวของทั้งคู่กับภาพยนตร์เรื่องนี้

เกรท – สพล อัศวมั่นคง

แนะนำตัวเองรับบทเป็นใครในภาพยนตร์เรื่อง ‘แสงกระสือ’

ในเรื่องผมรับบทเป็นเจิด คาแรคเตอร์จะแบนๆ ดูเผินๆ เหมือนเจิดไม่คิดอะไรกับชีวิต ใช้ชีวิตสนุกสนาน แต่ตัวละครบางตัวมีหลายเลเยอร์ พอเจิดเจอเหตุการณ์อะไรบางอย่างเค้าก็โตขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง บทเลยมีความซับซ้อนมากขึ้น ความยากในเรื่องนี้คือเราต้องโตไปตามบทของเจิด เราต้องเล่นไปตามพัฒนาการของตัวละครครับ นอกจากจะเวิร์คช็อปแล้ว ผมต้องทำการบ้านคุยกับผู้กำกับพี่โดมว่าเค้าต้องการให้ผมดีไซน์การแสดงอย่างไร ต้องปรับเพิ่มหรือลดให้ตรงกับที่พี่เค้าต้องการครับ 

หนังเรื่องแรกในชีวิตหรือเปล่า

ผมตื่นเต้นมากที่ได้เล่นหนังเรื่องนี้ เหมือนได้รับโอกาสดีๆ ที่เราอยากทำมานานแล้ว เพราะผมฝันว่าอยากเล่นหนังมาตั้งแต่เด็ก ตอนที่รู้ว่าได้ไปแคสติ้ง ผมรู้แต่ว่าผมต้องทำให้ได้ เวลาเราดูหนัง เรารู้สึกอินและสนุก อย่างละครก็ทำให้คนอินและสนุกได้เหมือนกัน แต่ความรู้สึกที่เราได้ทำตามฝันมันที่สุดแล้วนะ พอได้มาร่วมงานกับทีม ‘ทรานส์ฟอร์เมชั่น’ ผมสนุกมาก พี่โดม เชื่อในตัวเรา ตอนที่ผมแคสต์ ผมก็เล่นตามที่เราเข้าใจ ไม่ได้ปรุงแต่งตัวเองเลย

4

ความแตกต่างละครกับหนัง

ผมไม่ได้เล่นละครมาเยอะนะ  แต่ทีมงานช่วยถ่ายตามลำดับบทให้เราเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครมากขึ้น ขณะที่ละครจะมีเปลี่ยนซีนไปมา แต่ทั้งการเล่นหนังและละคร ต่างก็ใช้ความรู้สึกจริงทั้งคู่ เพียงแต่หนังจะเล่นเบากว่าละครครับ 

กระสือในความคิดของเกรท

นึกถึงผู้หญิงมีหัวกับไส้ห้อยและผมเชื่อว่าหลายคนต้องมีภาพจำแบบนี้แต่พอมาเล่นเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกว่ากระสือไม่ใช่ภูตผีแต่เป็นปีศาจครับ

ได้ร่วมงานกับพี่เอ็ม สุรศักดิ์ เป็นอย่างไรบ้าง

พี่เอ็มคือสุดมาก เป็นพี่ที่น่ารักเวลาเข้าฉากกันผมจะปรึกษาพี่เอ็มตลอดว่าเล่นแบบนั้นแบบนี้ดีไหมเค้าจะให้คำแนะนำต่างๆ กับผมตอนแรกที่มาเล่นเรื่องนี้ผมกดดันนะ ทั้งพี่เอ็มและโอบมีผลงานการแสดงมาเยอะกว่าผมช่วงแรกเวลาเทคผมจะรู้สึกว่าตัวเองไปถ่วงใครหรือเปล่าแต่ทุกคนกลับทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย ผมเลยสนุกกับงานมากขึ้น 

1

เห็นมินนี่เล่าว่าเกรทมีเทคถี่ด้วย

แรกๆ ถี่ครับ เพราะยังหาคาแรคเตอร์ตัวเองไม่เจอ จับจุดไม่ถูก และบท “เจิด” ค่อนข้างยาก พี่โดมผู้กำกับจะปล่อยให้ผมทำอารมณ์ได้เต็มที่พอผมพร้อมปุ๊บก็ลุยถ่ายทันทีแล้วหลังๆ ผมปล่อยทุกอย่างลงในทุกๆ ฉากทุกซีนที่เล่นเรื่องนี้เปิดโลกใหม่ให้ผมเลยครับ 

ประทับใจฉากไหนบ้างไหม

ผมประทับใจซีนที่ทุกคนได้กลับมานั่งคุยกัน ผม โอบ มินนี่ เราเล่นหนังด้วยกันมาสักพักนึงเราเลยรู้สึกสนิทกันแล้วในเรื่องเหมือนกับเพื่อนทั้ง 3 คนไม่ได้คุยกันมานานพอถ่ายฉากนี้ ทุกคนส่งอารมณ์ได้ดี ผมชอบบรรยากาศถ่ายทำฉากนี้มากครับ มันแสดงถึงความผูกพันของเพื่อนที่ไม่มีวันตาย เจิดกับผมในเรื่องมีความคล้ายกันตรงที่มีความเป็นเด็กแต่จริงๆ แล้วลึกๆ มีความเป็นผู้ใหญ่ 

ความสนุกในกอง

เรื่องนี้สนุกมากครับ ผม โอบ มินนี่ วัยใกล้เคียงกัน เหมือนเพื่อนกัน เวลามากองเหมือนไปเจอเพื่อนคุยเล่นกันได้ตลอด 

6

อยากเม้าท์ใครเป็นพิเศษไหม

ผมไม่เม้าท์โอบ เราเป็นพันธมิตรกันครับ ไม่เม้าท์กันอยู่แล้ว จะมีก็แต่มินนี่ครับ เวลาอยู่กองชอบบ่นว่าตัวเองอ้วน อยู่ในกองจะระวังเรื่องการกิน เน้นทานคลีนครับ แต่พอเลิกกอง หรือวันไหนที่ไม่มากอง ผมเห็นในไอจี สตอรี่ มีแต่ของกิน ผมก็แซวน้องนะครับว่า หนูกินแบบนี้แล้วจะผอมไหมลูก สรุปคือ ไม่ลงสักทีครับ

ชวนดูหนัง

อยากให้ทุกคนเปิดใจรับชม “แสงกระสือ” หนังเรื่องนี้ฉีกแนวจากหนังผีกระสือที่เราคุ้นเคยกันอย่างแน่นอน และ CG เรื่องนี้ทำสวยและสมจริงมาก ภาพดูเป็นหนังดราม่า แต่จริง ๆ แล้ว สุข เศร้า มีความกลมกล่อม ผมเชื่อว่าแต่ละคนจะเดาอารมณ์แต่ละซีนไม่ออกแน่จะเป็นแบบไหนต่อไป อยากให้ติดตามกันดูนะครับ

2

โอบ – โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์

โอบรับบทเป็นใครใน ‘ แสงกระสือ’

ในเรื่องนี้ผมรับบทเป็น ‘น้อย’  ตัวละครตัวนี้ค่อนข้างยาก มีทัศนคติขัดแย้งกับคนอื่น เรื่องราวของหนังย้อนยุคและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เกิดในชนบท ซึ่งชาวบ้านก็จะมีความเชื่อแบบเก่า ๆ แต่น้อยจะเป็นคนที่หัวสมัยใหม่ เพราะเคยไปอยู่พระนคร ไปรู้ไปเห็นอะไรที่ทันสมัยความคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน ดังนั้น เค้าจะมีความคิดที่แหวกกว่าคนอื่น จะพยายามพิสูจน์ให้คนได้รู้ว่าเรื่องบางเรื่องถ้าไม่เห็นจริง ไม่เจอกับตัว อย่าเพิ่งเชื่อ ถามว่าเรื่องนี้ยากตรงไหน เรื่องภาษาและคำพูดครับ เพราะผมต้องพาตัวเองย้อนกลับไปอยู่ในยุคที่เรียก ‘กรุงเทพ’ ว่า ‘พระนคร’ ต้องระวังเรื่องคำพูดไม่ให้หลุดภาษาปัจจุบันออกมา เช่น คำว่า ‘โอเค’ ไม่มีแน่นอน และความยากอีกอย่างก็คือ ผมต้องเล่นกับทัศนคติของคน อย่าง น้อย เค้ามีความคิดที่แน่วแน่ แต่พอมาเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เค้าต้องเฟลกับตา  หักล้างกับความเชื่อของตัวเองที่มีมาตลอด และเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดกับคนรักของเค้า เค้าจะแก้ปัญหาเพื่อช่วยคนรักอีก  มันค่อนข้างยากมากเลยครับ 

5

ก่อนหน้านี้ โอบ เคยผ่านงานหนังมาแล้ว กับเรื่องแสงกระสือ’ เป็นอย่างไรบ้าง

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ของผม เรารู้สึกว่าโตขึ้นเพราะประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามา ครั้งแรกที่ผมเล่นหนัง ตอนนั้นอายุ 20-21 เอง ตอนนั้นเรายังไม่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแสดงมาก แต่พอมาเล่นเรื่องนี้ เรามีความพร้อมมากขึ้น แล้วพอมาได้ทำเวิร์คช็อปยิ่งทำให้เรารู้สึกสนุกและได้ความรู้ใหม่ ๆ มากขึ้นมากครับ 

การแสดงละครและหนังต่างกันอย่างไร 

-ผมโชคดีที่ซีรี่ส์หรือละครต่างๆที่ผมเล่นเค้าอยากให้ผมเล่นแบบเพียวๆเล่นแบบจริงๆแต่หนังยากกว่าตรงที่การถ่ายหนังใช้กล้องตัวเดียวต้องเปลี่ยนมุมกล้องต่างๆ 1 ซีนจะมีหลายคัทและก็ต้องเล่นหลายเทคเพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุดขณะเดียวกันก็ต้อง hold อารมณ์ไม่ให้หลุดและผมเป็นนักแสดงที่เล่นแต่ละซีนไม่เหมือนกันพี่โดมก็จะคอยบอกว่าแต่ละฉากแต่ละซีนเค้าอยากให้ผมเล่นออกมายังไงเพิ่มหรือลดตรงไหนบ้าง

รู้จักกระสือไหม ตีความกระสือในมุมมองของตัวเอง

-ในความทรงจำของผมตั้งแต่เด็กคือเป็นผู้หญิงมีหัวกับไส้น่ากลัวน้อยกว่าผีอื่นผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้นะแต่ถ้าเจอผมก็วิ่งหนีไม่เจอดีที่สุดครับ 

ประทับใจฉาก/บทไหน 

-เป็นฉาก climax เป็นซีนที่ความเชื่อต่างๆของน้อยถูกทำลายลงกับตาความรู้สึก fail เพราะสิ่งที่เค้าไม่เคยเชื่อมาเกิดกับคนที่มี impact มากที่สุดในชีวิตเค้ามันทั้งช็อคทั้งสับสนผมรู้สึกสนุกกับฉากนี้ตั้งแต่ตอนทำเวิร์คช็อปแล้ว  พยายามคิดว่าจะเล่นออกมาแบบไหน  ซึ่งพอเล่นมาแล้วผู้กำกับ พี่โดม โอเค กับการแสดงของเรา เราก็รู้สึกดีใจครับ 

7

การร่วมงานกับนักแสดงเจ้าบทบาทอย่างพี่เอ็ม สุรศักดิ์

-ระยะหลังมาพี่เอ็มหันไปทำงานเบื้องหลังไม่ค่อยได้เห็นผลงานของพี่เค้าพี่เอ็มไม่ได้เป็นแค่นักแสดงนะครับพี่เอ็มช่วยสอนการแสดงให้กับผมและน้องๆคนอื่นด้วยความที่พี่เค้าทำงานเบื้องหลังเค้ามีวิธีการสอนหลายแบบ  การมีเค้าในซีนเหมือนมีผู้ช่วยผู้กำกับเพิ่ม เวลาที่พี่เอ็มแสดงด้วยเมื่อไหร่ งานจะเสร็จเร็วขึ้นครับ

ความสนุกในกองถ่ายและอยากเม้าท์ใคร

-ก็ต้องเรื่องแกล้งมินนี่แต่ผมแกล้งทุกคนนะครับแต่มินนี่จะโดนบ่อยหน่อยเพราะเค้าน่าแกล้งเค้าต่อกรเราไม่ได้คือผมจำได้ว่าตั้งแต่วันแรกที่เจอมินก็บอกว่าจะลดน้ำหนักเพราะกลัวดูอ้วนเวลาเข้าฉากสุดท้ายก็ไม่ได้ลดสักทีสงสัยมินนี่คงอยาก Keep  character ครับ 

ชวนดูหนังแสงกระสือหน่อย

-คนคงชอบคิดว่าหนังเกี่ยวกับผีอาจไม่น่าดูแตผมอยากให้คนไทยได้เสพคอนเทนท์ดีๆผ่านตัวบทและอารมณ์ของหนัง  ชอบ Judge ว่าไม่ใช่หนังตลาดไม่มีแบรนด์ค่ายใหญ่ แต่อยากให้เปิดใจดูหนังเรื่องนี้ก่อนจะตัดสินกันครับ

8

 


Photography – Narin Lourujirakul

Makeup – Hair – Suphanut Tichana

Clothes – PAINKILLER Atelier Spring/Summer 2019  www.painkilleratelier.com และ www.facebook.com/PAINKILLERATELIER/

Assistant photography – Nanthawat Chobngam

Creative Director – Termsit Siriphanich

Editor in Chief Austin Thein

Location : อินเตอร์คอนติเนนตัล พัทยา รีสอร์ท (InterContinental Pattaya Resort) 437 Phra Tamnak Road , Chonburi , Pattaya 20150 Thailand

www.intercontinental.com/pattayaresort และ www.facebook.com/InterContinentalPattaya

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 038 259 888 หรือ อีเมล icpattaya@ihg.com  

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply