Categories

To top
22 Feb

Audemars Piguet Royal Oak Offshore กับประวัติศาสตร์ของ 14 เรือนเวลารุ่นพิเศษ

page

หลังเปิดตัวเวอร์ชั่นแรกไปเม่ือปี 1993 ก็ถึงเวลาท่ีเรือนเวลาลุคสปอร์ตอย่าง รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ (ROYAL OAK OFFSHORE) จะเติบโตไปอีกขั้น และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีในปี 2018 นี้ โอเดอมาร์ ปิเกต์ (AUDEMARS PIGUET) สุดยอดแบรนด์เคร่ืองบอกเวลาเหนือระดับจากประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ขอนำท่านย้อนเวลาสู่ความท้าทายครั้งสำคัญกับ 14 เรือนเวลาท่ี่รังสรรค์จากหลากวัสดุชั้นเลิศ อีกทั้งยังครองใจเหล่านักแสดง แร็ปเปอร์ นักแข่งรถ นักกีฬา หรือแม้แต่เซเลบริตี้ทั่วโลก

FIRST ROYAL OAK OFFSHORE_5

1993 รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ เรือนแรกของโลก FIRST ROYAL OAK OFFSHORE (REFERENCE 25721ST.OO.1000.ST.01)

เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่บาเซิลเวิลด์ในปี 1993 เรือนเวลาท่ีถือเป็นจุดเริ่มต้นของตระกูล รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ (ROYAL OAK OFFSHORE) กับดีไซน์ท่ีฉีกกฎการออกแบบอันแสนท้าทาย บนตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 42 มิลลิเมตร นับเป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้า ใหม่ให้กับแวดวงเครื่องบอกเวลาชั้นสูงสู่คนรุ่นใหม่ในยุคสมัยนั้น ทั้งยังหลอมรวมจิตวิญญาณของเรือนเวลาต้นแบบอย่าง รอยัล โอ๊ค ไว้อย่างแยบยล ขันคลื่อนการ ทำงานด้วยกลไกไขลานอตัโนมัติคาลิเบอร์ 2126/2840 พร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟ

FIRST ROYAL OAK OFFSHORE_1

1997 รอยัลโอ๊ค ออฟชอร์ เพอร์เพทชวล คาเลนดาร์ ROYAL OAK OFFSHORE Perpetual Calendar (REFERENCE 25854ST.OO.1150ST.01) รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ที่ผสานฟังก์ชั่นปฏิทินถาวรและโครโนกราฟ บนตัวเรือนสเตนเลสสตีลไว้อย่างยอดเย่ียม โดดเด่นด้วยส่วนแสดง ปีอธิกสุรทินที่มอบความเที่ยงตรงสูงจนถึงปี 2100 ขบัเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ คาลิเบอร ์2226/2839

ROYAL OAK OFFSHORE End of Days_1

1999 ROYAL OAK OFFSHORE End of Days (REFERENCE 25770SN.O.A001KE.01) เรือนเวลา ลิมิเต็ด อิดิชั่น รุ่นแรกของ รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สีดำรุ่นแรกของ โอเดอมาร์ ปิเกต์ ที่บอกเวลาด้วยตัวเลขอารบิก เรือนเวลาดังกล่าวถูกสวมใส่โดยนักแสดงมากความสามารถอย่าง อาร์โนลด์ ชวาเซเนกเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) ในขณะเข้าฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “End of Days” ซึ่งชวาเซเนกเกอร์ถือเป็นผู้ร่วมดีไซน์คนสำคัญในครั้งนี้ รังสรรค์พิเศษเพียง 500 เรือนทั่วโลก โดยรายได้จาก การจำหน่ายมูลค่ากว่า 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐยังช่วยเหลือองค์กรการกุศลอย่าง After School All Stars อีกด้วย

26007

2003 ROYAL OAK OFFSHORE Arnold Schwarzenegger (REFERENCE 26007BA.OO.D088CR.01) ปี 2003 ชวาเซเนกเกอร์ (Schwarzenegger) ถูกรับเลือกในฐานะผู้ว่าการรัฐแคลิฟอรเ์นีย ซึ่งเป็นปีเดียวกับท่ี่ โอเดอมาร์ ปิเกต์ รังสรรค์เรือนเวลารุ่นพิเศษนี้โดยครั้งนี้มาบนตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ พร้อมฝาหลังสลักลายเซ็น ผลิตเพียง 400 เรือน

ROYAL OAK OFFSHORE T3_2

2004 ROYAL OAK OFFSHORE T3 (REFERENCE 25863TI.00.A001CU.01) เรือนเวลาอีกหน่ึงรุ่นท่ี โอเดอมาร์ ปิเกต์ จับมือกับ ชวาเซเนกเกอร์ (Schwarzenegger) มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมขนาดใหญ่ถึง 48 มิลลิเมตร ผลิตจำนวน 1,000 เรือน โดยเปิดตัวพร้อมกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง คนเหล็ก 3 (Terminator 3: Rise of the Machines) ฝาหลังสลักโลโก ้T3

ROYAL OAK OFFSHORE Rubens Barrichello_1

2005 ROYAL OAK OFFSHORE Rubens Barrichello (REFERENCE 26071IK.OO.D002CA.01) เรือนเวลาท่ี่ถูกแต่งเติมไปด้วย 3 สีสันหลักของธงชาติบราซิล อย่าง เหลือง น้้ำเงิน เขียว ออกแบบขึ้นเพื่อเชิดชู รูเบนส ์บาร์ริเคลโล (Rubens Barrichello) อดีตนักขับรถ ฟอร์มูล่าวันชาวบราซิล ตัวัเรือนทำจากไทเทเนียม มอบความแข็งแรง ทนทาน และมีน้ำหนักเบา ผลิตเพียง 150 เรือน

ROYAL OAK OFFSHORE Safari

2007 ROYAL OAK OFFSHORE Safari (REFERENCE 26170ST.OO.D091CR.01) รอยัลโอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นแรกที่จับคู่สายหนังจระเข้ส่วน “Hornback” สีน้ำตาล คัตติ้งสุดหรูที่มอบทั้งความคลาสสิคและเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างไร้ท่ีติ มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มลิลเิมตร

ROYAL OAK OFFSHORE Volcano2008 ROYAL OAK OFFSHORE Volcano (REFERENCE 26170ST.OO.D101CR.01) รอยัลโอ๊ค ออฟชอร์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการปะทุของภูเขาไฟ โดดเด่นด้วยโทน สีส้มของตัวเลขและเข็มบอกเวลาบนหน้าปัด ที่สะท้อนถึงความร้อนแรงของลาวาท่ี คุกรุ่น ทั้งยังออกแบบให้รับกับลวดลายบนหน้าปัดแบบเมกะ ตาปิสเซอรี่ (Mega Tapisserie) ได้อย่างลงตัว

ROYAL OAK OFFSHORE Singapore Race

2008 ROYAL OAK OFFSHORE Singapore Race (REFERENCE 26190OS.OO.D003CU.01) รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ สายหนังดีไซน์สปอร์ต โดดเด่นด้วยพื้นหน้าปัดสีแดงเข้ม บนตัวเรือนคาร์บอนไฟเบอร์และสเตนเลสสตีล เรือนเวลาที่สื่อถึงจิตวิญญาณ อันมุ่งมั่นบนสนามแข่งอันแสนท้าทาย ดังเช่นเทศกาลแข่งรถฟอร์มูล่า วัน ณ ประเทศสิงคโปร ์ท่ีอัดแน่นไปด้วยเหล่านักแข่งที่พร้อมปลดปล่อยอะดรีนาลีน เพื่อพิชิตเป้าหมายครั้งสำ คัญ

ROYAL OAK OFFSHORE “Bumblebee”_1

2009 ROYAL OAK OFFSHORE “Bumblebee” (REFERENCE 26176FO.OO.D101CR.01) ด้วยโทนสีเหลืองดำอันเป็นเอกลกัษณ์ ที่มาพร้อมตัวเรือนเซรามิกและคาร์บอนไฟเบอร์ จึงไม่ใช่เ่รื่องแปลกท่ีเหล่าผู้ชื่นชอบเรือนเวลาต่างขนานนาม รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นนี้ว่า “บัมเบิลบี” (Bumblebee) ตามคาแรคเตอร์หลักของหุ่นยนต์ ตัวเอกจากภาพยนตร์เหนือจินตนาการอย่าง “ทรานสฟ์อรเ์มอรส์”

ROYAL OAK OFFSHORE Ginza_1

2011 ROYAL OAK OFFSHORE Ginza (REFERENCE 26205AU.OO.D002CR.01) รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ผลิตเพียง 200 เรือน หลอมรวมความประณีตจากหลากวัสดุชั้นเลิศ อาทิ ตัวเรือนเซรามิกและคาร์บอน ไฟเบอร์ น้ำหนักเบาเพียง 99 กรัม ฉีกดีไซน์ให้แตกต่างด้วยหน้าพื้นปัดสีดำ เรียบหรู โดดเด่นด้วยเลข “7” ประดับเพชร สื่ถึงย่านกินซ่า (Ginza) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โอเดอมาร์ ปิเกต์ บูติค โตเกียว

ROYAL OAK OFFSHORE Pride of Siam_1

ROYAL OAK OFFSHORE Pride of Siam_2

2013 ROYAL OAK OFFSHORE Pride of Siam (REFERENCE 26172SO.OO.D202CR.01) รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ที่สะท้อนถึงเกียรติภูมิของ ประเทศไทย โดดเด่นที่ขอบตัวเรือนเซรามิกสีขาว สื่อถึงช้างเผือกท่ีพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรอียุธยา ใช้ในการทำศึกสงครามเม่ือ 700 กว่าปีท่ีแล้ว ฝาหลังสเตนเลสสตีลสลักรูปช้างเผือกท่ีได้แรงบันดาลใจจากธงช้างเผือก ทรงเครื่องยืนแท่นบนพื้นแดง ซึ่งเคยเป็นธงราชการของประเทศไทยในอดีต ผลิตเพียง 100 เรือนทั่วโลก

ROYAL OAK OFFSHORE Pride of Indonesia_1

ROYAL OAK OFFSHORE Pride of Indonesia_2

2015 ROYAL OAK OFFSHORE Pride of Indonesia (REFERENCE 26179IR.OO.A005CR.01) ตัวแทนของ รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไพรด์คอลเลคชั่นอีกหนึ่งรุ่น บนตัวเรือนไทเทเนียม สลักหลังตราแผ่นดินของอินโดนีเซีย ผลิตเพียง 100 เรือนทั่วโลกเช่นกัน

ROYAL OAK OFFSHORE Tourbillon Chronograph_2

ROYAL OAK OFFSHORE Tourbillon Chronograph_1

2018 ROYAL OAK OFFSHORE Tourbillon Chronograph (REFERENCE 26421OR.OO.A002CA.01 สำหรับพ้ิ้งค์โกลด์) (REFERENCE 26421OR.OO.A002CA.01 สำหรับสเตนเลสสตีลี)
ปิดท้ายด้วย 2 โมเดลล่าสุดเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีให้กับ รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ กับอัพเดทลุคที่ฉีกกรอบ ขอบตัวเรือนทรง 8 เหลี่ยมอันคุ้นเคยด้วยโครงสร้าง ดีไซน์หน้าปัดอันล้ำสมัย ครั้งแรกของ รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ กับตัวเรือนขนาด 45 มลิลเิมตร มีให้เลือกทั้ง แบบพิ้งค์โกลด์ หรือ สเตนเลสสตีล ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานด้วยมือ คาลิเบอร์ 2947 พร้อม ฟังก์ชั่นตูร์บิญองและโครโนกราฟ สำรองพลังงานขั้นต่ำ 173 ชั่วโมง เม็ดมะยมและปุ่มจับเวลารังสรรค์จาก แบล็กเซรามิก จับคู่สายยางสีดำ กันน้ำลึกได ้100 เมตร ผลิตเพียงสีละ 50 เรือน

พบกับเรือนเวลาจาก โอเดอมาร์ ปิเกต ์(Audemars Piguet) ที่โอเดอมาร์ ปิเกต์ บูติค แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ชั้น G ศนูย์การค้าเซ็นทรัลัเอ็มบาสซี่ โทร. 02-160-5838

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply