Categories

To top
4 Jun

คิดก่อนกินลดปัญหา “ไขมันดื้อด้าน” หุ่นพัง เสี่ยงโรคร้าย

shutterstock_167501072

ปัญหาเรื่องรูปร่าง ความอ้วน และปัญหาไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น  หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือบริเวณเอว ล้วนเป็นปัญหาที่คุณสาวๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนล้วนต้องการมีรูปร่างที่ดี ได้สัดส่วนสวยงาม มีความกระชับและปราศจากไขมัน แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะพฤติกรรม”การกิน” ซึ่งสาวไทยและสาวเอเชียได้อิทธิพลและวัฒนธรรม “การกิน” จากชาติตะวันตกมากขึ้น ทำให้ในปัจจุบันสาวไทยจำนวนกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาเรื่องรูปร่างและไขมันส่วนเกินสะสมตามส่วนต่างๆ และในบางรายยังตามมาซึ่ง“โรคอ้วน” ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยโรคร้ายต่างๆ อาทิ เบาหวาน ความดัน ไขมันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบตัน

 

ONG_8462 รีทัศLogo

.ญ. นงลักษณ์ เตชะจงเจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Specialty : Anti-Aging & Aesthetic Specialist กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงไทยมีปัญหาเรื่องรูปร่างและปัญหาไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นจำนวนมาก โดยจากสถิติพบว่า หญิงไทยมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาเรื่องความไม่พึงพอใจกับสัดส่วนของตัวเอง ที่มักมีปัญหาไขมันส่วนเกินสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยที่พบมากที่สุดคือ   1.บริเวณหน้าท้อง  2.ต้นขา และ 3. ต้นแขน  ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีปัญหาไขมันสะสมที่หน้าท้อง โดยเฉลี่ยสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของเคสที่เข้ามาปรึกษาเรื่องรูปร่างทั้งหมด  ส่วนปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงมีปัญหาเรื่องรูปร่างและปัญหาไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าผู้ชาย หลักๆ มาจาก 1.ฮอร์โมนเพศหญิง 2.พันธุกรรม 3.พฤติกรรมการกิน 4.ไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ทานเยอะ ทานดึก แต่ไม่ได้ออกกำลังกาย

 

shutterstock_448298467

นอกจากนี้คนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่างและไขมันสะสม ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ “การกิน” เพราะอาหารทุกอย่างที่เรารับประทานเข้าไป จะส่งผลต่อร่างกาย ดังคำกล่าว “YOU ARE WHAT YOU EAT” คุณกินอะไรเข้าไป คุณก็เป็นแบบนั้น ซึ่งในอดีตอาหารไทยจะเป็น อาหารจำพวกผักน้ำพริก ปลา แกง ทานกับข้าว แต่ในปัจจุบันประเทศไทยได้รับวัฒนธรรมการทานอาหารมาจากประเทศตะวันตกมากขึ้น ซึ่งอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน ทั้งฟาสต์ฟู้ด เค้ก ไอศกรีม รวมไปถึงพฤติกรรมการทานเครื่องดื่มซึ่งเปลี่ยนไป นิยมการทานเครื่องดิ่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น ชาเขียว กาแฟ ชานมไข่มุก น้ำอัดลม จริงอยู่ที่ว่าไขมันมีประโยชน์ หากได้รับในปริมาณที่พอดี แต่ถ้ามากเกินไปก็เป็นจะโทษ เกิดปัญหาสุขภาพตามมาในหลายๆด้าน และหากเป็นอาหารที่ให้พลังงานและมีไขมันสูง จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารไม่สามารถย่อยและนำไปใช้ได้ทั้งหมด ทำให้สารอาหารต่างๆ อาทิ คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาล มีการเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมัน ไปสะสมตามอวัยวะภายในต่างๆในร่างกาย เกิดโรคต่างๆตามมา เช่น เกิดไขมันพอกตับทำให้เกิดตับอักเสบและเป็นตับแข็ง หรือเกิดภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หลอดเลือดสมองตีบจนเป็นอัมพาต เป็นต้น

 

shutterstock_152068868

ทั้งนี้ในปัจจุบันมีการรณรงค์ให้ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพเลือกรับประทานอาหารคลีน และออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคอ้วน และลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคที่จะเกิดตามมาได้ แต่ในบางรายไม่ว่าจะออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารอย่างหนัก สุดท้ายก็ยังไม่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกิดออกจากร่างกายในจุดที่ต้องการได้อยู่ดี ซึ่งภาวะเช่นนี้ เรียกว่า “ไขมันดื้อด้าน” หรือชื่อเรียกทางการว่า “Stubborn Fat” โดยไขมันดื้อด้าน อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายในส่วนที่กำจัดได้ยาก โดยสามารถพบได้ในบริเวณหน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน หรือเอว ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายอย่างหนัก ควบคุมอาหารเต็มที่ก็ยังไม่สามารถกำจัด “ไขมัน” เหล่านี้ได้ ซึ่งสาเหตุเกิดจากผิวเซลล์ไขมันชนิดนี้จะมีตัวรับสัญญาณชนิดที่จับกับ “ฮอร์โมน Catecholamine” ซึ่งหลั่งมาจากต่อมหมวกไตเวลาที่เราออกกำลังกาย แล้วจะยับยั้งการเผาผลาญไขมันมากกว่าชนิดที่สลายไขมันนั่นเอง ทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดไขมันส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

IMG_3899

แต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์เจริญขึ้นมาก จึงมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยเหลือสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา “ไขมันดื้อด้าน”  ล่าสุดนายแพทย์ Lawarence Bass,M.D., หัวหน้าทีมศัลยแพทย์พลาสติก ชาวอเมริกัน ได้คิดค้นนวัตกรรมทางด้านลำแสงนวัตกรรมแรก ที่สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันต้นกำเนิดโดยใช้พลังงานลำแสงที่มีความยาวคลื่นช่วง 1060nm โดยใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 42-47 องศาเซลเซียล บริเวณที่มีเซลล์ไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันช็อก และค่อยๆ ตายไปโดยไม่ทำลายอวัยวะข้างเคียง ซึ่งเซลล์ไขมันที่ถูกทำลาย จะถูกขับออกจากร่างกายตามช่องทางการขับของเสียต่างๆ  โดยแต่ละครั้งที่ทำการสลายไขมัน จะสามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้สูงสุดถึง 24% รวมถึงช่วยในเรื่องของการรักษาผิวหนังที่มีปัญหาในเรื่องของความหย่อนคล้อย  ไม่เรียบ หรือมีริ้วรอยแตกลายด้วย ไม่มีผลข้างเคียงในเรื่องของอาการช้ำ และใช้เวลาแค่ 25 นาทีเท่านั้น

 

Pic Dr Oh OK1

.ญ. นงลักษณ์ เตชะจงเจริญ กล่าวปิดท้ายว่า แม้ว่าวิวัฒนาการทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้าไปไกล จนสามารถคิดค้นนวัตกรรมมาช่วยสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่างเฉพาะส่วน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทุกอย่างควรแก้ไขที่จุดเริ่มต้น “เราควรดูแลร่างกายให้ดี เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์” ดังนั้นจึงอยากฝากถึงทุกคนว่า ก่อนที่เราจะรับประทานอะไรควร “คิดก่อนกิน” ถ้าเราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ร่างกายก็จะได้รับแต่สิ่งทีดี สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง แม้จะพยายามทุกวิถีทาง เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกาย แต่ไม่ได้ผล หากคุณต้องการใช้นวัตกรรมต่างๆ เข้ามาช่วย ควรศึกษาหาข้อมูลให้ละเอียด และที่สำคัญควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เลือกเครื่องมือที่ได้รับการรับรองว่าเชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น

 

Posh Magazine Thailand
No Comments

Leave a reply